บทที่ 6 6
6
นอกจากจะไม่ให้ความสนใจกับสิ่งที่ผู้เป็นเพื่อนให้ดูแล้วยังไม่รู้จักคนที่ถูกพูดถึงว่าเป็นใครอีก ทำให้คนที่นอกจากจะบ้าดูหมอแล้วยังบ้าดารามองค้อนคนถามตาแทบกลับพลางส่ายหน้าไปมา
“แกนี่จะเชยจริงๆ เอ็ดดี้ เผิง เป็นพระเอกเรื่อง ลำนำรักทะเลทราย ไงล่ะ แหม...คนรู้จักดาราคนนี้กันทั่วบ้านทั่วเมือง ตอนนี้ก็เป็นดาราที่ถูกสาวๆ ในเมืองไทยพูดถึง แกไปอยู่ตรงซอกหลืบไหนมาหรือนังหนูวาถึงไม่รู้จัก”
คนถูกค่อนว่าเชยส่ายหน้าไปมา “ฉันไม่ได้บ้าดาราเหมือนแกนี่ แหม...แม้แต่ดาราไทยยังไม่ค่อยรู้จักแล้วจะไปรู้จักดาราไต้หวันเนี่ยนะ” พูดพลางก็ชำเลืองมองภาพที่ผู้เป็นเพื่อนยื่นให้ดูแวบหนึ่งจึงเห็นชายหนุ่มตัวสูงมากกำลังจูงหญิงวัยกลางคนซึ่งในมือถือไม้เท้าข้ามถนนขณะฝนกำลังตก “เป็นพวกอยากดังหรือเปล่า แกก็รู้ว่าภาพในเฟซบุ๊กมีทั้งเรื่องจริงเรื่องเท็จ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเท็จมากกว่าจริง แกอย่าหลงเชื่อระบบโซเชียลเน็ตเวิร์กให้มากนัก เดี๋ยวนี้ใครอยากดังก็โพสต์ภาพลงในยูทูบแล้วแชร์ทั้งนั้น”
“แหม...นังหนูวาแกก็พูดเกินไป” กรวรรณพูดพลางก็ส่งค้อนให้เพื่อนตาแทบกลับอีกครั้ง “ใครจะลงทุนเดินข้ามถนนทั้งๆ ที่ฝนกำลังตก ไม่ใช่พระเอกเอ็มวีสมัยก่อนนี่ยะ คนอะไรหล่อแล้วยังนิสัยดีมีน้ำใจอีก ไม่อยากเชื่อว่านอกจากในนิตยสารหรือในละครแล้วยังมีคนแบบนี้อยู่อีก”
“เฮ้อ...” คนถูกหาว่าพูดเกินไปส่ายหน้าอย่างระอา “ถ้าอยากรู้ว่ายังมีคนอย่างที่แกพูดถึงอยู่อีกไหมก็อธิษฐานเข้าสิ ไม่แน่อาจจะเจอคนในภาพตัวเป็นๆ ก็ได้นะ”
“แหม เรื่องแบบนี้ไม่แน่หรอกนังหนูวา แกอย่าลืมว่าเรื่องจริงๆ น่ะยิ่งกว่านิยายเสียอีก” กรวรรณพูดแล้วก้มลงมองหน้าจอแท็บเล็ตอีกครั้งพลางยิ้มกริ่ม “บางครั้งเรื่องบางเรื่องอาจเกิดขึ้นโดยที่เราไม่คาดคิด ดังนั้นฉันจะขออธิษฐานให้คนที่ไม่เชื่อในเรื่องแบบนี้อย่างแกแล้วกัน” พูดจบก็ยกมือขึ้นไหว้ “เจ้าประคู้น! ขอให้ผู้ชายในภาพได้พบเจอกับเพื่อนข้าพเจ้าที่ชื่อ ขวัญชีวา อริยะสัตย์ ด้วยเถิด”
คนถูกดึงชื่อไปอธิษฐานมองเพื่อนอย่างปลงๆ “เอาที่สบายใจเลยเพื่อน แล้วทำไมแกไม่ขอให้เป็นแฟนของฉันไปเลยล่ะ”
ขวัญชีวาพูดออกไปโดยไม่คิดอะไร แล้วมีหรือคนเป็นเพื่อนจะพูดปฏิเสธ
“แล้วทำไมจะไม่ได้ล่ะ” กรวรรณยกมือขึ้นไหว้อีกครั้งแล้วพูดออกมาดังๆ “ขอให้ผู้ชายในภาพเป็นเนื้อคู่ของเพื่อนข้าพเจ้าที่ชื่อ ขวัญชีวา อริยะสัตย์ ด้วยเถิด โอมเพี้ยง”
“แกนี่บ้าเข้าขั้นจริงๆ เลิกพูดเรื่องคนอื่นแล้วหันมาสนใจฉันบ้างยายนก”
กรวรรณยิ้มกว้างกับคำค่อนขอดดังกล่าวก่อนเก็บแท็บเล็ตใส่กระเป๋าแล้วเอียงคอจ้องหน้าผู้เป็นเพื่อนนิ่ง “ฉันก็บอกแล้วว่าแกสวยขึ้นกว่าเก่าจมไง สำนวนไทยที่ว่าไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่งนี่เป็นเรื่องจริง สำหรับผู้หญิงที่เกือบสวยจึงต้องแต่งตัว แต่ของแกนี่เรียกว่าสวยอยู่แล้วแต่ไม่รู้จักแต่งจนเกือบเสียของ”
ขวัญชีวาฟังแล้วก็หัวเราะอย่างอดขำไม่ได้ ทำให้ลืมเรื่องที่คุยกันไปก่อนหน้านั้นทันที “แกนี่ช่างสรรหาคำพูดมาเปรียบเปรยจริงๆ”
เจ้าของร้านที่เพิ่งกลับจากรับโทรศัพท์ได้ยินที่ทั้งคู่คุยกันพอดีจึงเดินยิ้มเข้ามาหา “น้าเหมียวเห็นด้วยกับนกนะที่ว่าหนูเกือบปล่อยให้ความสวยของหนูเสียของ” พูดพลางก็เชยคางมนของขวัญชีวาขึ้นมอง “หน้าของหนูวาไม่ต้องแต่งอะไรมากก็สวยแล้ว อย่างผมที่น้าเหมียวตัดให้หลังหากสระเสร็จใหม่ๆ เช็ดผมไม่ต้องแรงมาก แล้วค่อยๆ หวีให้เข้าทรง แค่นี้ก็สวยแล้วจ้ะ”
“ขอบคุณน้าเหมียวมากค่ะ แล้วทั้งหมดเท่าไหร่คะ”
เมื่อรู้ราคาค่าเสริมสวยคนถามก็อึ้งไปชั่วเสี้ยววินาที เพราะแม้จะได้ลดราคาเป็นพิเศษแล้วแต่สำหรับคนที่ไม่ค่อยได้เสียเงินกับเรื่องแบบนี้อย่างขวัญชีวาถึงอย่างไรก็มองว่ายังแพงอยู่ดี แต่เมื่อเห็นผลลัพธ์ที่ได้หญิงสาวก็ตัดใจ หลังจ่ายเงินเสร็จก็หันไปถามผู้เป็นเพื่อน “แล้วแกจะไปไหนอีกหรือเปล่า”
คนถูกถามพูดโดยไม่ต้องคิดนาน “ไปเดินห้างกันเถอะ เผื่อเจอเสื้อผ้าสวยๆ ต่อจากนั้นก็ไปกินอาหารญี่ปุ่น”
“ตกลงตามนั้น”
ภายในรถยนต์สีขาวคันหรูสมรรถนะเยี่ยมที่จอดอยู่ริมถนนย่านสุขุมวิท ชายหนุ่มในชุดกางเกงยีนสีดำกับเสื้อยืดแขนยาวสีขาว หน้าตามองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่คนไทย จากนัยน์ตายาวรี คิ้วเข้มพาดเฉียง รวมทั้งผิวขาวจัดซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่ขับรถ เจ้าตัวกำลังหัวเราะอย่างชอบอกชอบใจจนเสียงดังลั่นตามมาด้วยคำพูดเป็นภาษาจีนเร็วปรื๋อ
“รู้ไหมครับว่าตอนนี้นายกลายเป็นคนดังภายในชั่วพริบตาจริงๆ มีคนบอกว่าหน้านายเหมือน เอ็ดดี้ เผิง”
คำพูดดังกล่าวทำเอาร่างชายหนุ่มรูปร่างค่อนข้างสูงสวมกางเกงยีนสีเข้ม เสื้อยืดแขนยาวสีขาวปกลายสกอตยี่ห้อดังจากเมืองผู้ดี ซึ่งเอนตัวเหยียดยาวราวกับเกียจคร้านอยู่บนเบาะโดยสารข้างคนขับ มีหมวกสีขาวปิดอยู่บนใบหน้าส่งเสียงจึ๊กจั๊กออกมาอย่างขัดใจ
“แกอย่าลืมสิเดฟ เวลาอยู่กับฉันสองต่อสองต้องพูดภาษาไทยเท่านั้น จำใส่ใจเอาไว้” พูดจบคนพูดก็ปรับเบาะเปลี่ยนจากเอนนอนเป็นตั้งขึ้นนั่ง หมวกที่คลุมหน้าอยู่จึงเลื่อนหลุดหล่นลงบนพื้นรถ เผยให้เห็นดวงหน้าขาวจัดค่อนไปทางรูปไข่ซึ่งผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างความอ่อนช้อยของมารดาชาวไทยกับเชื้อสายจีนจากบิดาชาวไต้หวัน ผมดำสนิทหยักศกน้อยๆ ปรกอยู่บนหน้าผาก
นัยน์ตาดำจัดค่อนข้างดุภายใต้คิ้วเข้มโค้งจดหางตา จมูกโด่งคมเหนือเรียวปากหยักแดงจัด ดวงหน้าที่เห็นเพียงผิวเผินครั้งแรกอาจดูคล้ายผู้หญิง ถ้ารูปร่างไม่เพรียวแกร่งกับมีรอยเคราเขียวๆ บนใบหน้า ใครต่อใครคงมองว่าเจ้าตัวเป็นผู้หญิงอย่างแน่นอน
