บทที่ 1 กลับบ้านเรา

ตอนที่ 1. กลับบ้านเรา

“คุณแม่ครับ เอเดนถึงประเทศไทยแล้วจริง ๆ เหรอครับ!”เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นท่ามกลางผู้คนที่เดินขวักไขว่ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ เด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบในชุดเอี๊ยมสีน้ำตาลอ่อนกับเสื้อยืดสีขาวสะอาดสะอ้านกำลังเงยหน้ามองผู้เป็นแม่ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับราวกับมีดวงดาวนับล้านดวงซ่อนอยู่ข้างใน

ขิมก้มมองลูกชาย ก่อนยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู

“ใช่ครับ ถึงประเทศไทยแล้ว”

“ประเทศไทย!” เอเดนทวนคำเสียงดังด้วยความตื่นเต้น ก่อนหมุนตัวมองไปรอบ ๆ ราวกับต้องการสำรวจทุกสิ่งทุกอย่างด้วยตัวเอง

“ว้าววว! คนเยอะมากเลยครับคุณแม่ แล้วก็มีรถเข็นกระเป๋าเยอะด้วย!”

“เบาเสียงหน่อยครับคนเก่ง คนอื่นเขาจะตกใจเอานะ”

“อุ๊ย!” เด็กชายรีบยกมือทั้งสองข้างขึ้นปิดปากตัวเองทันที ดวงตากลมโตเหลือบมองซ้ายทีขวาที ก่อนจะขยับเข้ามากระซิบข้างตัวแม่ด้วยเสียงที่เบาลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

“แบบนี้เบาแล้วใช่ไหมครับ?” ขิมหลุดหัวเราะจนต้องยกมือขึ้นลูบศีรษะเล็ก ๆ ของลูกชาย

“เบาแล้วครับ เก่งมาก”

เอเดนยิ้มกว้างจนแก้มกลม ๆ ยกขึ้น ก่อนจะจับมือแม่แน่นแล้วเดินตามไปอย่างว่าง่ายได้ไม่ถึงสิบก้าว สายตาก็สะดุดเข้ากับร้านขายขนมที่ตั้งอยู่ไม่ไกล

เท้าเล็ก ๆ หยุดกึกทันที ขิมที่กำลังลากกระเป๋าเดินทางต้องหันกลับมามอง

“เป็นอะไรครับเอเดน?” เด็กชายไม่ได้ตอบในทันที แต่กลับชี้นิ้วไปยังตู้ขนมด้วยแววตาเป็นประกาย

“คุณแม่ครับ! นั่นอะไรเหรอครับ น่ากินจังเลย!”

ขิมมองตามนิ้วเล็ก ๆ ก่อนจะยิ้มออกมา

“ขนมครับ”

“เอเดนรู้ครับว่าเป็นขนม!” เด็กชายรีบเงยหน้าขึ้นแย้งอย่างจริงจัง “แต่เอเดนอยากรู้ว่ามันอร่อยไหมครับ”

“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง”

“ครับ!”

“แล้วเอเดนอยากลองไหมครับ?”

คนตัวเล็กพยักหน้าหงึกหงักทันที แต่พอเห็นแม่ยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขาก็รีบลดมือลงแล้วเปลี่ยนเป็นยิ้มหวานแทน

“ถ้าคุณแม่อนุญาตนะครับ เอเดนจะกินแค่นิดเดียวจริง ๆ”

ขิมย่อตัวลงจัดปกเสื้อให้ลูกชาย ก่อนใช้นิ้วจิ้มแก้มกลม ๆ ของเขาเบา ๆ

“เมื่อกี้บนเครื่องบินใครเป็นคนบอกแม่ว่ากินอิ่มแล้ว ไม่เอาขนมแล้วครับ?”

เอเดนเงียบไปทันที เด็กชายก้มหน้ามองรองเท้าผ้าใบของตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเงยหน้าขึ้นมาด้วยสีหน้าจริงจัง

“คนคนนั้นอาจจะหิวอีกแล้วก็ได้ครับ”

ขิมถึงกับหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

“โอ๊ย ลูกแม่ ทำไมถึงพูดเก่งขนาดนี้นะ”

“คุณแม่ก็พูดเก่งครับ”

“อ้าว กลายเป็นแม่ผิดซะอย่างนั้น”

“ไม่ผิดครับ คุณแม่เก่งที่สุดเลย!”

เอเดนรีบโผเข้ากอดขาแม่แล้วเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มหวานให้ ทำเอาขิมอดใจไม่ไหวต้องก้มลงหอมแก้มลูกชายฟอดใหญ่

“ปากหวานแบบนี้นี่เอง ถึงได้อยากกินขนมตลอดเวลา”

“เอเดนปากหวานเพราะรักคุณแม่ครับ!”

คำตอบใสซื่อทำให้ขิมนิ่งไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนรอยยิ้มอ่อนโยนจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวย

เธอก้มลงอุ้มลูกชายขึ้นแนบอก แม้เขาจะเริ่มโตจนตัวหนักขึ้นทุกวัน แต่สำหรับเธอแล้ว เด็กชายคนนี้ก็ยังเป็นเจ้าตัวเล็กที่อยากกอดเอาไว้ตลอดเวลาอยู่ดี

“แม่ก็รักเอเดนที่สุดเหมือนกันครับ”

“ที่สุดในโลกเลยไหมครับ?”

“ที่สุดในโลกเลย”

“แล้วถ้ามีไดโนเสาร์ตัวใหญ่มาก ๆ ล่ะครับ?”

“ก็ยังรักเอเดนที่สุดอยู่ดี”

“ถ้ามีไดโนเสาร์สิบตัวเลยนะครับ!”

“สิบตัวแม่ก็รักครับ” เด็กชายหัวเราะคิกคัก ก่อนยกแขนเล็ก ๆ ขึ้นคล้องคอแม่แล้วหอมแก้มเธอคืนเสียงดังฟอด

“เอเดนก็รักคุณแม่ที่สุดเหมือนกันครับ!”

ขิมกอดลูกแน่นขึ้นอีกนิด ก่อนหันไปจ่ายเงินซื้อขนมให้เขาหนึ่งชิ้นเป็นรางวัลสำหรับการเดินทางอันยาวนาน

ทันทีที่ได้รับขนม เอเดนก็ยกมันขึ้นมาพิจารณาอย่างตั้งอกตั้งใจราวกับกำลังตรวจสอบของสำคัญ

“คุณแม่ครับ”

“ครับ?”

“เอเดนขอกินครึ่งหนึ่งได้ไหมครับ?”

ขิมเลิกคิ้ว “ทำไมกินแค่ครึ่งหนึ่งล่ะครับ?”

เด็กชายยิ้มกว้าง ก่อนตอบอย่างภาคภูมิใจ “อีกครึ่งหนึ่งเอาไว้ให้คุณแม่ไงครับ!”

หัวใจของขิมอ่อนยวบลงทันทีเธอไม่รู้ว่าลูกชายตัวน้อยไปเรียนรู้ความน่ารักแบบนี้มาจากไหน แต่ทุกครั้งที่เอเดนแสดงความใส่ใจออกมาในแบบของตัวเอง มันก็มักทำให้เธอยิ้มได้เสมอ

“ขอบคุณครับคนเก่ง แต่แม่ซื้อให้เอเดนกินทั้งหมดเลย”

“จริงเหรอครับ?”

“จริงครับ”

“เย้! คุณแม่ใจดีที่สุดเลย!”

เอเดนชูขนมขึ้นเหนือศีรษะอย่างดีใจ ก่อนจะหันไปมองผู้คนที่เดินผ่านไปมาอย่างสนใจอีกครั้ง

ไม่นานนัก โทรศัพท์ของขิมก็สั่นขึ้น เธอหยิบออกมาดูข้อความที่ได้รับ ก่อนยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นว่าแม็กซ์ส่งข้อความมาถามว่าพวกเธอถึงแล้วหรือยัง

ขิมพิมพ์ตอบกลับอย่างรวดเร็ว ถึงแล้ว กำลังจะออกไป

ไม่ถึงอึดใจ ข้อความตอบกลับก็ปรากฏขึ้น

โอเค ฉันรออยู่ด้านนอก อย่าปล่อยให้เจ้าตัวเล็กวิ่งไปไหนล่ะ

ขิมส่ายหน้าน้อย ๆ อย่างขำขัน ก่อนก้มลงมองคนที่กำลังเคี้ยวขนมตุ้ย ๆ อยู่ในอ้อมแขน

“เอเดนครับ อีกเดี๋ยวเราจะไปหาลุงแม็กซ์กันนะ”

เด็กชายหยุดเคี้ยวทันที “ลุงแม็กซ์มารับเราด้วยเหรอครับ!”

“ใช่ครับ”

“เย้! เอเดนคิดถึงลุงแม็กซ์ที่สุดเลย!”

พูดจบก็ยกมือขึ้นนับนิ้วตัวเองอย่างตั้งใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นถามแม่ด้วยสีหน้าจริงจัง

“คุณแม่ครับ แล้วลุงแม็กซ์จะพาเอเดนไปกินไอศกรีมไหมครับ?”

ขิมแกล้งทำเป็นครุ่นคิด

“อันนี้แม่ไม่รู้สิครับ ต้องลองถามลุงแม็กซ์ดู”

“งั้นเอเดนจะถามเองครับ!”

เด็กชายรีบซบหน้าลงกับไหล่แม่แล้วหัวเราะคิกคัก ก่อนจะยกมือเล็ก ๆ ขึ้นโบกไปมาให้ผู้คนที่เดินผ่านอย่างอารมณ์ดี

ขิมมองลูกชายด้วยแววตาอ่อนโยน

“พร้อมกลับบ้านหรือยังครับ?”

เอเดนเงยหน้าขึ้นทันที “พร้อมแล้วครับ!”

“ถ้าอย่างนั้น ไปกันเลย”

“เย้! กลับบ้านเรา!”

เสียงใส ๆ ของเด็กชายดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่ขิมจะอุ้มลูกชายเดินมุ่งหน้าไปยังประตูทางออก

แสงแดดของเมืองไทยสาดเข้ามาจากด้านนอก ผู้คนมากมายกำลังเดินทางไปยังจุดหมายของตัวเอง เช่นเดียวกับเธอที่กำลังเริ่มต้นชีวิตบทใหม่ในสถานที่แห่งนี้

แต่สำหรับเอเดนแล้ว การกลับมาครั้งนี้มีเรื่องน่าตื่นเต้นรออยู่อีกมากมาย

ทั้งบ้านหลังใหม่ อาหารอร่อย ๆ สวนสนุกที่แม่สัญญาว่าจะพาไป และที่สำคัญที่สุด...

ไอศกรีมที่เขาหวังว่าอาแม็กซ์จะซื้อให้!

“คุณแม่ครับ!”

“ว่าไงครับ?”

“ถ้าเอเดนกินไอศกรีมแล้วกินขนมอีกได้ไหมครับ?”

ขิมก้มมองลูกชาย ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงใส

“เอเดนครับ เราเพิ่งตกลงกันว่าจะกินขนมแค่ชิ้นเดียวเองนะ”

“แต่ไอศกรีมไม่ใช่ขนมนี่ครับ!”

“แล้วมันคืออะไรครับ?” เด็กชายยิ้มจนตาหยี ก่อนตอบอย่างมั่นใจที่สุดในชีวิต

“มันคือความสุขครับคุณแม่!” ขิมหลุดหัวเราะจนต้องกอดลูกแน่นขึ้น “โอ๊ย... เจ้าตัวแสบของแม่”

“เอเดนไม่ได้แสบครับ เอเดนน่ารัก!”

“ครับ ๆ น่ารักที่สุดเลย” เธอหอมแก้มลูกชายอีกครั้ง

บทถัดไป