บทที่ 13 การกลับมาเจอกัน
ตอนที่ 7. การกลับมาเจอกัน
โรงแรม เช้าวันต่อมา
“ขิม วันนี้ประชุมกี่โมง?” แม็กซ์ถามขณะเดินเข้ามาในห้องพัก พร้อมถุงอาหารเช้าในมือ
“สิบโมงค่ะ”
“งั้นกินข้าวก่อน เดี๋ยวสายแล้วจะหาว่าฉันไม่เตือน”
ขิมเงยหน้าจากเอกสาร “นายก็เหมือนแม่ฉันเข้าไปทุกวันแล้วนะ”
“ถ้าฉันไม่คอยเตือน เธอก็เอาแต่ทำงานจนลืมกินข้าว”
“ฉันไม่ได้ลืม”
แม็กซ์เลิกคิ้ว “เมื่อคืนใครนั่งแก้เอกสารจนเกือบตีหนึ่ง?”
ขิมเงียบ
“ใครกันนะ?”
“แม็กซ์!”
“ครับ คุณขิม” เขาวางถุงอาหารลงบนโต๊ะ ก่อนยิ้มกวน ๆ
“รีบกินครับ เดี๋ยวคุณแม่จะได้มีแรงไปทำงาน”
ขิมส่ายหน้า แต่ก็ยอมปิดแล็ปท็อปแล้วหยิบอาหารขึ้นมาแม็กซ์นั่งลงฝั่งตรงข้าม ก่อนเหลือบมองเด็กชายที่ยังนอนหลับอยู่บนเตียง
“วันนี้ฉันต้องไปประชุมกับอัศนัยก่อนนะ เธอไปที่บริษัททีหลังได้ไหม?”
มือของขิมหยุดชะงัก “นายว่าอะไรนะ?”
“ฉันต้องไปคุยเรื่องโครงการกับอัศนัยก่อน ส่วนเธอค่อยตามไปตอนสิบโมง”
ขิมวางช้อนลงช้า ๆ “บริษัทเขาเหรอ?”
“ใช่ ทำไม?”
เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้า
“ไม่มีอะไร”
แม็กซ์มองเธออย่างพิจารณา
“ขิม ถ้าเธอไม่อยากเจอเขา ฉันจะให้คนอื่นไปแทนก็ได้นะ”
ขิมหัวเราะเบา ๆ
“ทำไมฉันต้องหลบด้วย?”
“ก็เผื่อเธอไม่สบายใจ”
“ฉันไม่ได้เป็นอะไร” เธอหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่ม ก่อนวางลงช้า ๆ
“ฉันมาเมืองไทยเพื่อทำงาน ไม่ได้กลับมาเพื่อหนีใคร”
แม็กซ์พยักหน้า
“โอเค งั้นตามนั้น”
เขาไม่ได้ถามต่อ เพราะรู้ดีว่าถ้าขิมตัดสินใจแล้ว ไม่มีใครเปลี่ยนใจเธอได้ง่าย ๆ
บริษัทอัศนัย กรุ๊ป เวลา 09.45 น.
“คุณแม็กซ์มาแล้วครับ” เลขาหน้าห้องรายงาน ก่อนเปิดประตูให้แขกคนสำคัญเข้าไป
อัศนัยลุกขึ้นจับมือกับเพื่อนเก่า “ไม่ได้เจอกันนานนะ”
“นานจริง ๆ ว่ะ” แม็กซ์หัวเราะ ก่อนนั่งลงตรงข้ามเขา
“นายดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะเลยนะ”
“ส่วนนายก็ยังพูดมากเหมือนเดิม”
“ปากดีเหมือนเดิมด้วย” ทั้งคู่หัวเราะเบา ๆ ก่อนเริ่มพูดคุยเรื่องงานการประชุมดำเนินไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งแม็กซ์หยิบเอกสารชุดสุดท้ายออกมา
“อ้อ อีกเรื่องหนึ่ง”
อัศนัยเงยหน้าขึ้น “อะไร?”
“ทีมของฉันจะเข้ามาดูงานที่นี่ช่วงบ่าย วันนี้ขิมจะเข้ามาด้วย
เธอเป็นคนดูแลรายละเอียดโครงการฝั่งฉัน”
ปลายนิ้วของอัศนัยหยุดนิ่งบนเอกสาร “ขิม?”
แม็กซ์มองหน้าเขา “ใช่ ทำไม?”
อัศนัยนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเสียงเรียบ
“เปล่า”
แม็กซ์ยิ้มบาง ๆ “นายคงจำได้สินะ”
“จำอะไร?”
“ก็ขิมไง” อัศนัยจ้องหน้าเพื่อนเก่า
“นายกำลังจะพูดอะไร?” แม็กซ์ยกมือขึ้นเป็นเชิงยอมแพ้
“เปล่า ฉันแค่คิดว่านายคงไม่ลืมคนที่เคยสนิทกันขนาดนั้นง่าย ๆ”
บรรยากาศในห้องเงียบลงทันทีอัศนัยวางปากกาลง
“เรื่องมันผ่านไปนานแล้ว”
“ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ”
“งั้นก็เลิกพูดเรื่องนี้ แล้วกลับไปทำงานต่อ”
แม็กซ์มองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มมุมปาก “ได้ครับ ท่านประธาน”
เวลา 10.05 น.
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง “เชิญครับ”
ประตูห้องประชุมเปิดออก ก่อนหญิงสาวในชุดสูทสีครีมจะเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ
“ขอโทษที่มาช้าค่ะ” เสียงนั้นทำให้อัศนัยเงยหน้าขึ้นทันที
ขิมยืนอยู่ตรงประตูสายตาของทั้งคู่ประสานกันเพียงชั่ววินาที
ไม่มีใครพูดอะไร แต่ความเงียบกลับทำให้บรรยากาศภายในห้องหนักอึ้งขึ้นอย่างประหลาด แม็กซ์เป็นฝ่ายทำลายความเงียบ
“มาแล้วเหรอขิม นั่งสิ”
ขิมพยักหน้า ก่อนเดินไปนั่งข้างเขา “ขอโทษนะคะ พอดีฉันต้องจัดการเรื่องลูกก่อน”
อัศนัยได้ยินคำนั้นชัดเจน เรื่องลูก...เขากำมือใต้โต๊ะเล็กน้อย ก่อนบังคับตัวเองให้กลับมาสนใจเอกสารตรงหน้า
“งั้นเราเริ่มประชุมกันต่อเลยนะครับ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นทางการ
ขิมเปิดแฟ้มของตัวเอง “ได้ค่ะ”
ตลอดการประชุม ทั้งคู่พูดคุยกันเฉพาะเรื่องงาน ไม่มีการถามถึงชีวิตส่วนตัว ไม่มีการพูดถึงอดีต แต่ทุกครั้งที่อัศนัยเอ่ยถาม ขิมก็จะตอบกลับด้วยท่าทีสุภาพและเว้นระยะห่างอย่างชัดเจน
“คุณขิมคิดเห็นอย่างไรกับเงื่อนไขข้อนี้ครับ?”
“ฉันคิดว่าเราควรปรับรายละเอียดบางส่วนค่ะ”
“ตรงไหนครับ?” ขิมเลื่อนเอกสารไปตรงหน้าเขา
“ตรงนี้ค่ะ ถ้าเราใช้เงื่อนไขเดิม ฝั่งของเราจะเสียเปรียบเกินไป”
อัศนัยก้มลงอ่าน ก่อนพยักหน้า “มีเหตุผลครับ ผมจะให้ทีมตรวจสอบอีกครั้ง”
“ขอบคุณค่ะ”
ทุกอย่างดำเนินไปอย่างมืออาชีพ จนกระทั่งการประชุมสิ้นสุดลงแม็กซ์ถูกเลขาเรียกออกไปคุยเรื่องเอกสารเพิ่มเติม เหลือเพียงขิมที่กำลังเก็บของอยู่ในห้องประชุม
“ขิม” เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้มือของเธอหยุดชะงักเธอหลับตาลงเพียงชั่วครู่ ก่อนหันกลับไป
“มีอะไรคะ คุณอัศนัย?” เขามองเธออย่างไม่คุ้นเคยกับคำเรียกที่ห่างเหินเช่นนี้
“เราไม่ได้เจอกันนานมากนะ”
“ค่ะ ห้าปีแล้ว”
“คุณสบายดีไหม?”
ขิมยิ้มบาง ๆ “สบายดีค่ะ ขอบคุณที่ถาม”
“แล้วเด็กคนนั้น...”
เธอชะงักทันที แววตาของอัศนัยเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีของเธอ
“ลูกคุณเหรอ?”
ขิมจ้องหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบ “ใช่ค่ะ”
“พ่อของเด็ก...”
“คุณมีธุระแค่นี้ใช่ไหมคะ?”
อัศนัยนิ่งไป ขิมเก็บแฟ้มใส่กระเป๋า ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ถ้าไม่มีอะไรเกี่ยวกับงาน ฉันขอตัวค่ะ”
“ขิม เดี๋ยวก่อน”
เธอหยุด แต่ไม่ได้หันกลับมา “อะไรอีกคะ?”
อัศนัยเม้มริมฝีปาก ก่อนถามคำถามที่ค้างอยู่ในใจตั้งแต่สนามบิน
“คุณกับแม็กซ์...เป็นอะไรกัน?”
ขิมหันกลับมาช้า ๆ เธอมองเขาราวกับไม่อยากเชื่อว่าผู้ชายคนนี้จะกล้าถามคำถามนั้น
“คุณคิดว่าคุณมีสิทธิ์ถามเรื่องส่วนตัวของฉันด้วยเหรอคะ?”
“ผมแค่ถาม”
“แล้วฉันจำเป็นต้องตอบด้วยหรือเปล่า?”
อัศนัยเงียบ
ขิมหัวเราะเบา ๆ ก่อนมองเขาตรง ๆ
“ห้าปีก่อนคุณเป็นคนบอกเองว่าเราไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรจากกัน จำได้ไหมคะ?”
ชายหนุ่มชะงัก “ผมจำได้”
“ดีค่ะ” เธอยิ้มบาง ๆ
“งั้นคุณก็น่าจะจำได้เหมือนกันว่า ชีวิตของฉันหลังจากวันนั้น ไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องมาสนใจอีกแล้ว”
พูดจบขิมก็หมุนตัวเดินออกจากห้องประชุมทันทีอัศนัยยืนมองประตูที่ปิดลงอย่างช้า ๆ คำพูดของเธอยังคงดังก้องอยู่ในหัว
ชีวิตของฉันหลังจากวันนั้น ไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องมาสนใจอีกแล้ว
เขาทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ ก่อนยกมือขึ้นเสยผมอย่างหงุดหงิด
“แล้วทำไมฉันต้องสนใจด้วยวะ...” เขาพึมพำกับตัวเอง
แต่คำตอบที่เขาไม่กล้ายอมรับก็คือ...เพราะตลอดห้าปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยเลิกสนใจผู้หญิงคนนี้ได้เลย
และตอนนี้ ขิมกลับมาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว พร้อมเด็กชายตัวเล็ก ๆ ที่เธอปกป้องราวกับเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตเด็กที่เขาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะถามว่า...
พ่อของเขาคือใคร
