บทที่ 6 คนแปลกหน้าในความทรงจำ

ตอนที่ 6. คนแปลกหน้าในความทรงจำ

เสียงปรบมือภายในห้องจัดเลี้ยงยังคงดังต่อเนื่อง แต่สำหรับขิมแล้ว ทุกอย่างรอบตัวกลับเงียบงันลงในทันที เธอมองผู้ชายบนเวทีที่กำลังจับมือทับทิมอยู่ ดวงตาคู่นั้นยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ใบหน้าหล่อเหลาที่เธอจำได้ทุกกระเบียดนิ้วกำลังยืนอยู่ข้างผู้หญิงอีกคนอย่างสง่างาม ผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องสาวต่างแม่ของเธอ และตอนนี้...ผู้หญิงคนนั้นกำลังสวมแหวนหมั้นให้เขา

ขิมกำมือแน่นจนปลายนิ้วเย็นเฉียบ เธอไม่เคยคิดเลยว่าการกลับมาเมืองไทยครั้งนี้จะทำให้ต้องเผชิญหน้ากับอัศนัยในสถานการณ์แบบนี้ ที่ผ่านมาเธอคิดว่าตัวเองเตรียมใจไว้ดีแล้วคิดว่าต่อให้ได้เจอเขาอีกครั้ง เธอก็คงแค่เดินผ่านไปเหมือนคนไม่รู้จักกัน

แต่พอได้เห็นเขายืนอยู่ข้างทับทิมจริง ๆ หัวใจที่เธอคิดว่าแข็งแกร่งกลับเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้

“พี่ขิม!” เสียงเรียกของทับทิมทำให้หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย

เจ้าของชื่อรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ราวกับภาพที่เห็นตรงหน้าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของเธอแม้แต่น้อย

ทับทิมเดินลงจากเวทีอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตรงเข้ามาจับมือพี่สาวด้วยความดีใจ

“พี่ขิมมาแล้วจริง ๆ ด้วย! ทับทิมนึกว่าพี่จะไม่มาเสียแล้วค่ะ”

ขิมก้มมองมือที่ถูกจับ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“ก็บอกแล้วว่าจะมา”

“ค่ะ ขอบคุณนะคะที่มา ทับทิมดีใจมากเลย”

ทับทิมยิ้มกว้างโดยไม่ได้สังเกตว่ารอยยิ้มของพี่สาวไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย เธอกระชับมือขิมแล้วพาเดินไปทางโต๊ะของครอบครัวฝ่ายเจ้าสาวทันที

“มาค่ะ พี่ขิมไปนั่งกับคุณพ่อก่อนนะคะ เดี๋ยวทับทิมพาไป”

ขิมไม่ได้ขัดขืน เพียงเดินตามไปอย่างเงียบ ๆ

ด้านหลังของเธอ แม็กซ์กำลังอุ้มเอเดนเดินตามมา เด็กชายมองไปรอบ ๆ ด้วยความสนใจ แต่เมื่อเห็นว่าแม่เงียบผิดปกติ เขาก็ยกมือขึ้นกอดคอแม็กซ์แน่นกว่าเดิม

“ลุงแม็กซ์ครับ”

“ครับ?”

“คุณแม่เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?”

แม็กซ์เหลือบมองขิมที่เดินอยู่ข้างหน้า ก่อนจะลูบหลังเด็กชายเบาๆ

“เดี๋ยวค่อยถามคุณแม่ดีไหมครับ ตอนนี้อยู่ในงานของผู้ใหญ่ เราอยู่เงียบ ๆ ก่อนนะ”

เอเดนพยักหน้าหงึก ๆ อย่างว่าง่าย “ครับ”

แม็กซ์ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะเดินตามสองแม่ลูกไป โดยไม่รู้เลยว่าคนที่อยู่บนเวทีเมื่อครู่กำลังมองตามพวกเขาอยู่ตลอดเวลา

“พี่ขิมคะ” ทับทิมหยุดเดินตรงบริเวณโต๊ะครอบครัว ก่อนจะหันกลับไปยิ้มให้พี่สาว

“ทับทิมขอแนะนำให้รู้จักอย่างเป็นทางการนะคะ นี่พี่อัศนัยค่ะ ว่าที่สามีของทับทิม”

คำว่า ว่าที่สามี ทำให้ขิมรู้สึกเหมือนมีใครเอาของหนักมาทุบกลางอก แต่เพียงชั่ววินาทีเดียวเท่านั้นหญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองอัศนัยที่เดินลงมาจากเวทีแล้วหยุดยืนอยู่ตรงหน้า

ชายหนุ่มเองก็จ้องเธอไม่วางตา เขายังไม่อยากเชื่อว่าผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าจะเป็นขิมจริง ๆ

ห้าปีที่ไม่ได้พบกัน เธอเปลี่ยนไปมาก ทั้งสวยขึ้น ดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และมีแววตาที่อ่านยากกว่าเดิม แต่สิ่งที่ทำให้อัศนัยเจ็บปวดกลับไม่ใช่ความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น เป็นสายตาของเธอต่างหากสายตาที่มองเขาราวกับเขาเป็นเพียงผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่ง

“พี่ขิมคะ นี่พี่อัศนัยค่ะ”

ทับทิมแนะนำซ้ำอีกครั้ง เพราะเห็นว่าทั้งสองคนเอาแต่เงียบใส่กัน

“พี่อัศนัยคะ นี่พี่ขิม พี่สาวของทับทิมเองค่ะ”

อัศนัยขยับริมฝีปากเล็กน้อย

“คุณ...” แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ ขิมก็ยื่นมือออกไปตรงหน้าอย่างสุภาพ

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณอัศนัย” ทั้งห้องเหมือนเงียบลงไปชั่วขณะ

อัศนัยมองมือของเธอ ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นสบตาคนตรงหน้า

คุณอัศนัย? เธอเรียกเขาแบบนั้นจริง ๆ หรือ?

ผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเคยเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ผู้หญิงที่เคยยิ้มให้เขาจนดวงตาเป็นประกาย วันนี้กลับยื่นมือมาให้เขาจับเหมือนคนที่เพิ่งพบกันครั้งแรก

ขิมยังคงยิ้มสุภาพ รอยยิ้มนั้นสวยงามและสมบูรณ์แบบเสียจนไม่มีใครจับได้ว่าเธอกำลังใช้ความพยายามมากแค่ไหนในการรักษา

สีหน้าให้เป็นปกติ

อัศนัยจึงจำต้องยื่นมือออกไปจับมือเธอ

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ...คุณขิม”

คำตอบของเขาแฝงความรู้สึกบางอย่างไว้มากมาย แต่ขิมกลับปล่อยมือออกอย่างรวดเร็ว แล้วหันไปสนใจทับทิมทันที

“แล้วต้องนั่งตรงไหน?”

อัศนัยยืนนิ่ง มือข้างที่เพิ่งสัมผัสมือเธอค่อย ๆ กำเข้าหากัน

เธอทำเหมือนไม่รู้จักเขาจริง ๆ และที่แย่กว่านั้นคือ เธอทำได้อย่างแนบเนียนจนเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรพูดอะไรออกไป

“ตรงนี้เลยค่ะพี่ขิม” ทับทิมชี้ไปยังเก้าอี้ที่จัดเตรียมไว้ ก่อนจะหันมาทางแม็กซ์ซึ่งอุ้มเอเดนยืนอยู่ข้าง ๆ

“เอ่อ...แล้วสองคนนี้คือ?”

เธอมองแม็กซ์อย่างสงสัย เพราะยังไม่มีโอกาสทำความรู้จักอย่างเป็นทางการ

แม็กซ์จึงยิ้มให้ตามมารยาท “สวัสดีครับ ผมแม็กซ์ครับ ”

“อ๋อ! ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณแม็กซ์”

ทับทิมยิ้มตอบ ก่อนจะหันไปมองเด็กชายตัวเล็กในอ้อมแขนของเขา

“แล้วนี่หนูน้อยชื่ออะไรคะ?” เอเดนกำลังจะตอบ แต่แม็กซ์กลับก้มหน้าลงกระซิบข้างหูเสียก่อน

“เอเดนครับ จำได้ใช่ไหมว่าเวลาอยู่ในงานผู้ใหญ่ เราต้องทำยังไง?”

เด็กชายพยักหน้าหงึก ๆ

“จำได้ครับ”

“เก่งมากครับ งั้นเดี๋ยวทักทายผู้ใหญ่ดี ๆ นะ”

“ครับ!” เอเดนตอบรับเสียงใส ก่อนจะหันกลับไปมองทับทิมด้วยรอยยิ้มสดใสแต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไร เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านข้าง

“นี่เหรอสามีของเธอ?”

ประวิทย์เดินเข้ามาหยุดตรงหน้าขิม ดวงตาคมกริบกวาดมองแม็กซ์ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างไม่ค่อยพอใจ

“ฉันก็นึกว่าลูกของเธอไม่มี...”

“สวัสดีครับ ผมแม็กซ์ครับ”

แม็กซ์เอ่ยแทรกขึ้นมาก่อนที่ประวิทย์จะพูดจบ เขายังคงยิ้มสุภาพราวกับไม่ได้ยินคำพูดเมื่อครู่จากนั้นจึงหันไปหาเด็กชายในอ้อมแขน

“เอเดน ไหว้ผู้ใหญ่สิครับ” เอเดนรีบยกมือขึ้นพนมอย่างเรียบร้อย ก่อนจะยิ้มกว้างแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสดใสที่สุด

“สวัสดีครับคุณตา!” ประวิทย์ชะงักไปเล็กน้อย

ขิมหันขวับไปมองลูกชายทันที ส่วนอัศนัยที่ยืนอยู่ข้างทับทิมก็หันมามองเด็กชายอย่างไม่เข้าใจ เอเดนไม่ได้สังเกตเห็นสายตาของผู้ใหญ่ทั้งสามคน เขาเพียงขยับตัวในอ้อมแขนแม็กซ์ ก่อนจะยิ้มให้ทุกคนอย่างไร้เดียงสาแล้วพูดต่อด้วยความภูมิใจ

“สวัสดีครับทุกคน ผมชื่อเอเดน เป็นลูกของพ่อกับแม่ครับ!”

ความเงียบเข้าปกคลุมโต๊ะของครอบครัวในทันที

ขิมยกมือขึ้นกุมขมับอย่างหมดคำพูด โอ๊ย...เอเดนลูกแม่!

แม็กซ์หลับตาลงช้า ๆ อย่างคนที่อยากจะถอนหายใจ แต่ก็ทำได้เพียงยิ้มค้างอยู่แบบนั้น ส่วนประวิทย์นั้นถึงกับอ้าปากค้าง เพราะไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี

ทับทิมมองเด็กชายด้วยความเอ็นดู ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ

“น่ารักจังเลยค่ะ!”

แต่คนที่ไม่ได้หัวเราะไปด้วยกลับเป็นอัศนัย เขาจ้องเด็กชายตัวเล็กในอ้อมแขนแม็กซ์ไม่วางตา

เป็นลูกของพ่อกับแม่...อย่างนั้นเหรอ? คำพูดของเอเดนวนเวียนอยู่ในหัวเขาเขารู้ว่าเด็กชายเรียกขิมว่าแม่ แต่ไม่เคยได้ยินเด็กพูดถึงพ่ออย่างชัดเจนมาก่อน แล้ววันนี้...ทำไมเด็กคนนี้ถึงพูดว่าตัวเองเป็นลูกของพ่อกับแม่?

หรือว่า... อัศนัยหันไปมองขิมโดยไม่รู้ตัว หญิงสาวกำลังยกมือกุมขมับด้วยสีหน้าปวดหัว ก่อนจะรีบลดมือลงเมื่อรู้ตัวว่าทุกคนกำลังมองอยู่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป