บทที่ 9 หัวใจของคนเป็นแม่ 1.
ตอนที่ 9. หัวใจของคนเป็นแม่ 1.
“โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหนครับ!”
“แถวนี้มีโรงพยาบาลเอกชนอยู่ไม่ไกล แต่รถพยาบาลกำลังมาแล้วครับ” แม็กซ์ตอบทั้งที่ยังถือโทรศัพท์แนบหู
“รอไม่ได้แล้วครับ!” อัศนัยก้าวเข้าไปหาขิม ก่อนจะยื่นแขนออกไปรับร่างเล็กที่เริ่มอ่อนแรงจากอ้อมกอดของเธอ
“ส่งลูกมาให้ผม”
“ไม่ค่ะ ฉันจะอุ้มลูกเอง!”
ขิมกอดเอเดนแน่นขึ้นโดยสัญชาตญาณ ความกลัวทำให้เธอไม่อยากปล่อยลูกจากอกแม้แต่วินาทีเดียว
“ขิม ฟังผมก่อน ตอนนี้เราต้องพาเขาไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด”
น้ำเสียงของอัศนัยหนักแน่นและเร่งร้อน ดวงตาคมจับจ้องใบหน้าซีดเผือดของเด็กชายอย่างไม่อาจปิดบังความกังวล
“ผมจะพาเขาไป คุณตามผมมา”
ไม่รอให้ขิมตอบ อัศนัยก็ค่อย ๆ ช้อนตัวเอเดนขึ้นมาอย่างระมัดระวัง โดยพยายามให้เด็กชายอยู่ในท่าที่หายใจได้สะดวกที่สุด ก่อนจะรีบก้าวออกจากห้องจัดเลี้ยงทันที
“เอเดน!” ขิมรีบลุกขึ้นจนเก้าอี้ด้านหลังเลื่อนครูดกับพื้น เธอวิ่งตามอัศนัยไปทั้งน้ำตา ไม่สนใจสายตาของแขกเหรื่อที่หันมามอง ไม่สนใจแม้กระทั่งเสียงเรียกของประวิทย์ที่ดังไล่หลังมาสิ่งเดียวที่เธอสนใจในตอนนี้คือลูกชายของเธอ
“ขิม! รอก่อน!” แม็กซ์รีบตามมา พร้อมกับบอกคนปลายสายให้แจ้งรถพยาบาลว่ายังต้องการความช่วยเหลือหากไปไม่ทัน
อัศนัยวิ่งไปถึงรถที่จอดอยู่หน้าโรงแรม เขารีบเปิดประตูด้านหลังและประคองเอเดนให้นั่งเอนตัวในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด ก่อนหันไปตะโกนบอกคนขับให้เตรียมออกรถทันที
ขิมตามมาถึงในเวลาไล่เลี่ยกัน เธอรีบขึ้นไปนั่งข้างลูกชาย มือทั้งสองข้างกุมมือเล็ก ๆ ที่เย็นลงของเอเดนเอาไว้แน่น
“แม่อยู่นี่แล้วนะครับคนเก่ง แม่อยู่นี่...” เธอก้มลงจูบหน้าผากลูกซ้ำๆ น้ำตาหยดลงบนแก้มเล็กอย่างห้ามไม่อยู่
“เอเดนต้องไม่เป็นอะไรนะลูก ได้ยินแม่ไหมครับ”
เด็กชายพยายามลืมตาขึ้นมองเธอ ดวงตาคู่นั้นพร่าเลือนด้วยความทรมาน แต่ยังคงพยายามส่งยิ้มให้แม่ของตัวเอง
“คุณแม่...อย่าร้องไห้ครับ...”
แค่ได้ยินประโยคนั้น ขิมก็แทบขาดใจ
“แม่ไม่ร้องแล้วครับ แม่ไม่ร้อง...ลูกก็อย่าเป็นอะไรนะ”
อัศนัยนั่งอยู่ไม่ไกล เขาหันมองเด็กชายที่กำลังต่อสู้กับอาการหายใจลำบาก ก่อนจะสั่งคนขับให้ใช้เส้นทางที่เร็วที่สุดไปโรงพยาบาล
“ขับให้เร็วที่สุดครับ!”
รถเคลื่อนตัวออกจากหน้าโรงแรมอย่างรวดเร็ว ทิ้งงานหมั้นที่ควรเต็มไปด้วยความสุขไว้เบื้องหลัง
อัศนัยก้มมองเด็กชายอีกครั้ง มือใหญ่กำเข้าหากันแน่น ความรู้สึกบางอย่างบีบรัดอยู่ในอกจนเขาแทบหายใจไม่ทั่วท้องเด็กคนนี้มีใบหน้าที่คล้ายเขาในวัยเด็กอย่างน่าประหลาด รอยยิ้ม ดวงตา
และแม้แต่ลักษณะบางอย่างที่เขาเพิ่งสังเกตเห็นในวันนี้ ล้วนทำให้คำถามที่เกิดขึ้นในใจยิ่งชัดเจนขึ้นทุกขณะ แม้กระทั่งแพ้ถั่วเหมือนเขา แต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องนั้น เขาต้องการเพียงให้เด็กชายปลอดภัย
“อดทนไว้นะเอเดน” อัศนัยเอ่ยเสียงต่ำ ราวกับเด็กชายจะได้ยิน “อีกนิดเดียวก็ถึงโรงพยาบาลแล้ว”
ขิมเงยหน้าขึ้นมองเขาผ่านม่านน้ำตา แววตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง
“ขอร้องล่ะค่ะ...ช่วยลูกฉันด้วย” คำว่า ลูกฉัน ทำให้อัศนัยรู้สึกเจ็บแปลบในอกอย่างไร้เหตุผล เขามองหญิงสาวตรงหน้า ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ผมจะไม่ปล่อยให้เขาเป็นอะไร”
ขิมไม่ได้ตอบ เธอหันกลับไปกุมมือลูกชายแน่นกว่าเดิม ขณะที่อัศนัยมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่เต้นแรงผิดจังหวะ เขาไม่รู้ว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับเด็กคนนี้คืออะไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมเพียงเห็นเอเดนเจ็บปวด เขาถึงได้ร้อนใจราวกับกำลังจะสูญเสียใครบางคนที่สำคัญที่สุดในชีวิต
แต่สิ่งหนึ่งที่เขาเริ่มกลัวขึ้นมาจริง ๆ คือ...ถ้าความสงสัยที่อยู่ในใจเป็นเรื่องจริง เด็กชายคนนี้อาจไม่ใช่เพียงลูกของผู้หญิงที่เขาเคยรู้จักแต่อาจเป็นลูกชายที่เขาไม่เคยรู้ว่ามีอยู่ และหากเป็นเช่นนั้นจริง ตลอดห้าปีที่ผ่านมา เขาพลาดอะไรไปบ้างกันแน่
ไม่นานรถมาถึงโรงพยาบาล บุรุษพยาบาลรีบเข็นเตียงนอนมารับก่อนจะส่งตัวของเอเดนเข้าไปในห้องฉุกเฉินในทันที อัศนัยยืนปลอบขิมด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกเขาค่อย ๆ เอื้อมจับมือเธอช้า ๆก่อนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังนัก
“ใจเย็น ๆ นะเอเดนจะต้องไม่เป็นอะไรถึงมือหมอแล้ว” ขิมไม่ได้ตอบและไม่ได้ดึงมือออกเธอเพียงร้องไห้อยู่อย่างนั้น กระทั่งได้ยินเสียงแม็กซ์ที่ร้องเรียก
“ขิม”
ทันทีที่ได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ขิมหันไปมองเมื่อเห็นว่าแม็กซ์มาเธอรีบผละจากอัศนัยและเข้าไปสวมกอดแม็กซ์ในทันที ชายหนุ่มโอบกอดเธอเอาไว้เบา ๆ แต่ภาพนั้นกลับทำให้อัศนัยเจ็บแปลบในความรู้สึกของเขาเองเป็นอย่างมาก
“ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร เอเดนจะต้องปลอดภัยถึงมือหมอแล้ว”
“แม็กซ์ฉันไม่น่าปล่อยลูกให้กินเค้กเลย ฉันผิดเองที่ละเลยลูก ฮืออ.. ” ขิมร้องไห้จนตัวโยนในอ้อมกอดแม็กซ์
“ใจเย็น ๆ นะมานั่งก่อนอย่าร้อง เชื่อเถอะว่าลูกจะต้องไม่เป็นไร” ประโยคที่แม็กซ์พูดทำเอาอัศนัยนิ่งอึ้ง ก่อนที่พ่อแม่ของเขาและพ่อ แม่ของทับทิม รวมถึงทับทิมด้วยที่ตามมาด้วยความเป็นห่วง
“พี่ขิมคะเป็นยังไงบ้าง” ทับทิมรีบเข้าไปถามด้วยความเป็นห่วง แต่ขิมไม่ตอบเธอเอาแต่ร้องไห้และยกมือกุมอกไว้แน่นด้วยความเจ็บปวด
