บทที่ 3 จงอางหวงไข่
“มาถึงแล้วหรือ” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้น ไกรสรยืนอยู่บนบันไดไม้สักขัดเงา เขาไม่ได้สวมชุดทำงาน แต่เป็นชุดเสื้อผ้าลำลองที่ดูสบาย ๆ แต่กลับยิ่งเพิ่มความสง่างามให้เขา ปาริชาติเงยหน้ามองเขาด้วยหัวใจที่เต้นรัวราวกับหัวใจของเธอจะทะลุออกมาจากหน้าอก
ใบหน้าที่หล่อเหลาเหมือนกับฟ้าประทานผิวสีเข้มความดูตัวสูงและใหญ่โตหากเทียบกับปาริชาติในตอนนี้เธอเหมือนเด็กแคระเข้าไปอีก
ปาริชาติเหมือนเด็กที่รู้งานเธอนั่งลงกับพื้นคลานเข่าเข้ามาหาไกรสรด้วยท่าทีที่นอบน้อมถ่อมตนแล้วก็ก้มลงกราบที่เท้าของไกรสรด้วยความเคารพนอบน้อม
“จากนี้ไป… เธอจะเป็นคนของฉัน” ไกรสรเอ่ยเสียงหนักแน่น “เธอจะถูกดูแลเป็นอย่างดี และจะได้เรียนหนังสือในโรงเรียนที่ดีที่สุด”
ไกรสรที่เห็นความนอบน้อมในตัวของปาริชาติมือหนาสัมผัสไปที่แก้มเล็กนวลเนียน ยกปลายทางขึ้นให้มองหน้าเขาอย่างเต็มตาเหมือนเป็นสัญญาณบอกกับปาริชาติว่านับจากวันนี้ไปชีวิตของเธอเป็นของเขา
ปาริชาติยืนนิ่งราวกับฝันไป ความฝันที่จะได้เรียนหนังสือกลับมาเป็นจริงแล้ว น้ำตาแห่งความดีใจไหลอาบแก้ม เธอไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า แต่ในตอนนี้เธอก็พร้อมที่จะรับเอาโอกาสครั้งนี้อย่างเต็มที่
นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ปาริชาติก็ได้ใช้ชีวิตในฐานะลูกสาวของไกรสร เธอได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด มีห้องนอนที่กว้างใหญ่ มีเสื้อผ้าสวย ๆ สวมใส่ มีอาหารดี ๆ ให้กินทุกมื้อ และที่สำคัญที่สุด… เธอก็ได้กลับไปเรียนหนังสืออีกครั้ง
ไกรสรไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้อุปการะ แต่เขาเป็นเหมือนพ่ออีกคนสำหรับเธอ เขาคอยถามไถ่เรื่องราวในแต่ละวันของเธอ คอยสอนสั่งและให้คำแนะนำในสิ่งที่เธอไม่รู้ เขาใส่ใจในทุกรายละเอียดของชีวิตเธออย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน เขาให้ความรักและความอบอุ่นที่เธอโหยหามาตลอดหลายปีที่ผ่านมา
แต่ถึงอย่างนั้น ปาริชาติก็ยังคงรู้สึกถึงช่องว่างระหว่างเธอกับเขา เธอรับรู้ได้ว่าการมีตัวตนของเธอในชีวิตของไกรสรนั้น เป็นสิ่งที่ไม่มีใครในบ้านเข้าใจได้เลย บรรดาคนรับใช้และลูกน้องต่างมองเธอด้วยสายตาที่แปลกไป บางคนก็แสดงความอิจฉาริษยาอย่างเปิดเผย
"ป้าหน่อยดูนังเด็กที่มาจากโรงเลื่อยนั่นสิ อยู่ดีๆก็มาชุบตัวเป็นคุณหนูบ้านเราซะอย่างนั้น"
ลูกตาลสาวใช้ที่จ้องเศรษฐีไกรสรตาเป็นมันตลอดเวลา เธออายุ 25 ปี พ่อแม่ของเธอทำงานเป็นคนรับใช้ในบ้านของเศรษฐีไกรสรมาตั้งแต่เธอจำความได้ ความฝันเดียวที่เธออยากได้คือเป็นเมียของเศรษฐีไกรสรที่เธอหมายปอง แต่อยู่ดีๆก็มีเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มมาปาดหน้าเค้กเธอไป
"พูดถึงคุณหนูให้มันดี ๆ หน่อยนางลูกตาลฉันจะฟ้องพ่อกับแม่แกนะ" ป้าหน่อยที่อายุเข้าเลขหกเป็นแม่บ้านประจำบ้านหลังนี้ ทุกอย่างป้าหน่อยเป็นคนจัดการเศรษฐีไกรสรจะให้ความเคารพป้าหน่อยในฐานะคนเก่าแก่ของบ้าน
"โถ่ ทำไมจะพูดแบบนี้ไม่ได้นะป้าก็แค่เด็กกำพร้าที่ท่านเศรษฐีไกรสรเอามาชุบตัว ไม่รู้จะรักดีแค่ไหน" ลูกตาลที่รู้สึกโมโหก็เดินสะบัดก้นออกจากห้องครัวไปเลย
ป้าหน่อยถึงกับส่ายหัวให้กับความอิจฉาริษยาของลูกตาลที่มีต่อเด็กผู้หญิงบริสุทธิ์คนหนึ่งและเธอก็ช่างน่าสงสารที่ต้องกำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก
ในขณะเดียวกัน ข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับไกรสรก็ยังคงแพร่สะพัดไปทั่วเมือง บางคนก็สงสัยว่าความจริงแล้วเธออาจไม่ใช่ลูกบุญธรรม แต่เป็นหญิงสาวที่ไกรสรรับมาเลี้ยงเพื่อหวังผลประโยชน์บางอย่างในอนาคต
ปาริชาติไม่ได้สนใจข่าวลือเหล่านั้น เธอเพียงแค่หวังว่าความรักและความอบอุ่นที่ไกรสรมอบให้จะคงอยู่ตลอดไป เธอไม่รู้เลยว่าการเข้ามาในชีวิตของเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลคนนี้ จะนำพาเธอไปพบเจอกับอะไรบ้างในวันข้างหน้า
...........
หลังจากเหตุการณ์วันนั้น ปาริชาติใช้ชีวิตในคฤหาสน์ของไกรสรอย่างเงียบสงบ เธอพยายามไม่สนใจสายตาที่มองมาอย่างอิจฉาของลูกตาลและคนรับใช้อื่น ๆ ที่ไม่เป็นมิตร
มีเพียงป้าหน่อยเท่านั้นที่คอยดูแลเธอด้วยความเมตตา และเตือนให้เธอระวังตัวจากคำพูดนินทาที่เจ็บแสบ
“หนูอย่าไปถือสาเลยนะคุณหนู” ป้าหน่อยปลอบใจขณะที่จัดห้องให้เธอ “คนพวกนี้มันอิจฉาที่ท่านเศรษฐีให้ความเมตตาหนูมากขนาดนี้”
“ป้าหน่อยคะ… ทำไมท่านถึงดีกับหนูนัก” ปาริชาติเอ่ยถามด้วยความสงสัยในใจ “หนูไม่ได้เป็นอะไรกับท่านเลย”
ป้าหน่อยยิ้มอย่างอ่อนโยน “ความเมตตาของท่านเศรษฐีมันเหมือนกับสายน้ำที่ไหลอยู่ใต้ภูเขานั่นแหละจ้ะ ดูเหมือนเงียบสงบ แต่ลึก ๆ แล้วมันเชี่ยวมาก ท่านเป็นคนดีและมีน้ำใจยิ่งกว่าที่ใคร ๆ จะคิดได้"
คำพูดของป้าหน่อยทำให้ปาริชาติรู้สึกอุ่นใจ แต่ก็ยังคงมีความรู้สึกบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้ซ่อนอยู่ในใจของเธอ ความรู้สึกที่ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับไกรสรนั้น ไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อบุญธรรมกับลูกสาวเท่านั้น
