บทที่ 7 จงอางหวงไข่

ปาริชาติสั่นไปทั้งตัว เธอไม่รู้ว่าจะตอบคำถามนั้นได้อย่างไร ชายคนนั้นจึงหัวเราะเยาะแล้วหันไปหาไกรสร

"แกคงจะเป็นคนสำคัญของเด็กคนนี้สินะ" เขาพูด "งั้นฉันจะจัดการแกให้สาสมเลย"

ไกรสรยังคงสงบสติอารมณ์ เขามองชายคนนั้นด้วยสายตาที่เย็นชา 

"แกไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องเด็กคนนี้" เขาบอก "ถ้าแกทำร้ายเธอ ฉันจะทำให้ชีวิตของแกไม่มีความสุขไปตลอดชีวิต อยากจะตายก็ไม่ตายอยากจะมีชีวิตก็มีแค่ร่างกายกับลมหายใจจะลองดูก็ได้นะ.."

ไกรสรพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาดและพร้อมทำลายคนตรงหน้าให้กลายเป็นผุยผง

ชายคนนั้นหัวเราะออกมาเสียงดัง "ฮ่า ๆ ๆ! แกคิดว่าแกเป็นใครกัน" เขาถาม "แกเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น"

"ไม่" ไกรสรตอบ "ฉันไม่ใช่คนธรรมดา"

ทันทีที่พูดจบ ไกรสรก็ยกมือขึ้นแล้วดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว จากนั้นรถหรูอีกคันก็แล่นเข้ามาจอดที่หน้าร้าน เข้มและชายอีกคนหนึ่งที่แต่งตัวคล้ายกับเข้มก็ลงมาจากรถแล้วเดินตรงเข้ามาหาชายแปลกหน้าคนนั้น

ชายแปลกหน้ามองไปยังชายสองคนที่เดินเข้ามาแล้วทำหน้าประหลาดใจ เขาจำได้ว่าทั้งสองคนนี้คือลูกน้องคนสนิทของไกรสร 

"แกไปอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่" เขาถาม

"ตั้งแต่ที่คุณโทรศัพท์มาหาผมครับ" ไกรสรตอบ "คุณคงจะจำไม่ได้สินะครับว่าผมเป็นใคร"

ชายแปลกหน้ามองไปที่ไกรสรด้วยสายตาที่หวาดกลัว เขาจำได้แล้วว่าไกรสรคือใคร ไกรสรไม่ใช่นักธุรกิจธรรมดาแต่เขาเป็นเจ้าของโรงเลื่อยที่ทรงอิทธิพลที่สุดในภาคตะวันออก ไม่มีใครกล้ามีเรื่องกับเขา

"ขอโทษครับท่าน" ชายแปลกหน้าพูด "ผมไม่รู้ว่าท่านเป็นใคร"

ไกรสรยิ้มอย่างเยือกเย็น "ไม่เป็นไร" เขาตอบ "ฉันจะยกโทษให้แกหนึ่งครั้ง แต่ถ้ามีครั้งหน้าอีก ฉันจะไม่ไว้ชีวิตแก!"

ชายแปลกหน้าพยักหน้ารับคำและรีบวิ่งหนีไปในทันที เข้มและชายอีกคนหนึ่งยังคงยืนอยู่ตรงนั้นรอให้ไกรสรสั่งงาน

"ไปได้แล้ว" ไกรสรพูด "ฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง"

เข้มพยักหน้าแล้วเดินตามชายอีกคนหนึ่งขึ้นรถไป ไกรสรหันกลับมาหาปาริชาติที่ยืนตัวสั่นด้วยความกลัว

"ไม่เป็นไร" เขาบอก "ฉันจะพาเธอกลับบ้านเดี๋ยวนี้" ไกลสรที่เห็นว่าปาริชาติกระโดดเอาตัวบังรับความอันตรายแทนเขายิ่งทำให้เขารู้สึกรักและเอ็นดูปาริชาติมากยิ่งขึ้นไปอีกและเขาตั้งใจเอาไว้ว่าจะไม่ให้ใครมาทำร้ายปาริชาติได้หากเขายังมีลมหายใจอยู่

ปาริชาติพยักหน้าเล็กน้อยและเดินเข้าไปหาไกรสร เธอกำลังจะกอดเขาแต่เขาก็หันไปหาหญิงสาวเจ้าของร้านเสื้อผ้าที่ยืนอยู่ตรงนั้น "คุณกลับเข้าไปในร้านได้แล้ว" เขาบอก

หญิงสาวมองปาริชาติด้วยสายตาที่เจ็บปวด เธอกำลังจะถามอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่กล้า เธอจึงเดินกลับเข้าไปในร้านด้วยความผิดหวัง

ไกรสรหันกลับมาหาปาริชาติแล้วอุ้มเธอขึ้นมา เขากำลังจะพาเธอขึ้นรถแต่เธอก็ถามขึ้นมาเสียก่อน "ท่านเศรษฐีจะพาปาริชาติไปที่ไหนคะ"

ไกรสรยิ้ม "ไปบ้านของเรา" เขาตอบ "ฉันจะพาเธอกลับบ้าน"ไกรสรใช้สองมือหนากอดปลอบประโลมปาริชาติด้วยความอบอุ่นและเมตตา

ปาริชาติยิ้มด้วยความดีใจ เธอซบหน้าลงกับอกไกรสรอย่างมีความสุข เธอรู้สึกว่าไกรสรเป็นเหมือนบ้านและเป็นเหมือนโลกทั้งใบของเธอ

และเธอจะไม่มีวันยอมให้ใครมาพรากเขาไปจากเธอได้บ้านที่แสนอบอุ่นหลังนี้เป็นที่พึ่งทั้งกายและใจของปาริชาติ

......

ผ่านพ้นเรื่องราวร้ายๆที่ร้านเสื้อผ้าเศรษฐีไกรสรสั่งให้ไอ้เข้มพาปาริชาติกลับมาที่คฤหาสน์ของตนเองในยุคนั้นความเจริญรุ่งเรืองก็ไม่ได้มากมายนักใครที่มีรถยนต์ขับก็ถือว่าร่ำรวย

ต่างมีคนนับหน้าถือตาอย่างเศรษฐีไกรสรเขาร่ำรวยมาด้วยความสามารถและทรัพย์ที่พ่อแม่เคยทิ้งเอาไว้ให้แต่ก็พ้วงด้วยบุญบารมี

เขานับถือครูบาอาจารย์ที่วัดแห่งหนึ่งเคยไปสักเอาไว้จนเต็มตัวใครเห็นก็ต้องเกรงขามแค่มองหน้าก็ยังต้องหลบสายตาที่ดุคมเข้มเหมือนกับพญาเสือจ้องมอง 

เมื่อมาถึงคฤหาสน์หนูน้อยปาริชาติที่ผ่านเจอเรื่องราวมากมายในวันนี้และเพิ่งจะเลิกเรียนมาเหนื่อยๆเธอจึงปล่อยหลับบนอกแกร่งของเศรษฐีไกรสร 

เขาจึงอุ้มปาริชาติด้วยสองมือของเขาเองเดินผ่านหน้าคนงานนับสิบคน ทุกคนจ้องมองมาที่ทั้งสองพร้อมกับพูดไปต่างๆนานาในสถานะที่ไม่ชัดเจนของปาริชาติ

แต่ไม่ว่าปาริชาติจะอยู่ในสถานะอะไรทุกคนก็ไม่กล้าอาจเอื้อมแตะต้องเธอเพราะเศรษฐีไกรสรหวงปาริชาติยิ่งกว่าไข่ในหินนับตั้งแต่วันที่พาเธอมาจนถึงตอนนี้ก็ตามใจเธอทุกอย่างส่วนปาริชาติก็เป็นเด็กเรียบร้อยน่ารักและเตรียมตัว

"ดูนั่นสิบุญของแม่หนูปาริชาติเนาะ ปกติท่านเศรษฐีไม่เคยให้ใครเข้ามาเหยียบคฤหาสน์หลังนี้เลยสักครั้ง ยกเว้นคุณพวงพยอมเจ้าประจำที่โดนไล่ตะเพิดแต่ก็ยังมา ฮิ ๆ"นางนวลพูดขึ้นขณะที่กำลังทำความสะอาดสวนอยู่กับป้าแขก

"แต่แม่หนูน้อยคนนี้ท่านเศรษฐีดูแลประคบประหงม อย่างกับไข่ในหินไม่รู้ว่าถ้าโตเป็นสาว .จะหวงเหมือนจงอางหวงไข่. หรือเปล่าหน้าตาแม่หนูปาริชาติสวยซะขนาดนี้" 

ป้าแขกแม่บ้านอีกคนนึงพูดกับนางนวลที่กำลังช่วยกันทำความสะอาด ป้าแขกคือคนที่คอยช่วยทำความสะอาดตกแต่งสวนเธออยู่กับสามีของเธอที่นี่มาเป็นเวลาร่วมสิบปีหันมาพูดกับเหล่าบรรดาแม่บ้านที่กำลังเก็บกวาดใบไม้กันอยู่

"เอาทำความสะอาดกันเข้ามัวแต่ยืนนินทาเจ้านายอยู่นั่นแหละ" ป้าหน่อยแม่บ้านอาวุโสของบ้านได้ยินก็รีบเดินเข้ามาดุทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป