บทที่ 3 3
เด็กชายลูกครึ่งหน้าตาจัดว่าหล่อเหลาเตะตา หันไปกุมมือน้องสาว “อิ่มอุ่นมีเงินเท่าไหร่”
อิ่มอุ่นเงยหน้ามองแม่ด้วยความเป็นห่วง แล้วหันมาตอบพี่ชาย เด็กๆ นับเลขเก่งและนับเงินที่หยอดลงกระปุกซึ่งได้มาจากธนาคารออมสินทุกๆ วัน
“สามร้อยสี่สิบแล้ว”
“พี่มีสี่ร้อยสิบบาท”
เด็กทั้งสองจับมือกันวิ่งไปหยิบกระปุกออมสินที่วางไว้บนชั้นที่สองของชั้นวางสีขาวติดกำแพงในห้องนั่งเล่น แล้วนำกระปุกมายัดใส่มือแม่
“ไอรักให้แม่หมดเลยครับ”
“อิ่มอุ่นก็ให้แม่หมดเลยค่ะ ไปหาหมอกันนะคะ”
อนันตายกมือปาดน้ำตาแล้วปล่อยโฮ กอดลูกทั้งสองปิ่มจะขาดใจ พวกเด็กๆ ได้รับค่าขนมเล็กน้อยแค่วันละยี่สิบบาทยังอุตส่าห์เก็บหอมรอมริบเอาไว้
“แม่...” อนันตาพูดไม่ออก รู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นติดอยู่ในลำคอ “แม่เบียดเบียนเงินของไอรักกับอิ่มอุ่นไม่ได้หรอก”
อิ่มอุ่นยิ้มแป้นให้แม่ แล้วยกมือป้อมๆ ไปปาดน้ำตาที่ไหลย้อยอาบแก้ม ในสายตาของแม่หนู แม่ของอิ่มอุ่นสวยมาก แต่ขาดการดูแลตัวเอง อิ่มอุ่นไม่รู้ว่าทำไมแม่ต้องทำงานหนักขนาดนี้ด้วย
“อิ่มอุ่นให้แม่ค่ะ แต่ถ้าแม่ไม่กล้าใช้ อิ่มอุ่นให้ยืมก็ได้ ถ้าแม่มีคืน อิ่มอุ่นคิดดอกเบี้ยแค่ร้อยเดียวค่ะ”
อิ่มอุ่นเด็กน้อยลูกครึ่งพูดภาษาไทยชัดแจ๋วเอ่ยอย่างน่ารัก พร้อมรอยยิ้มที่ทำให้โลกเทาๆ ของอนันตาสดใสขึ้น
“ร้อยเดียว!” ไอรักที่ได้ฟังมองค้อนน้องสาว “ยัยอิ่มขี้งก คิดดอกเบี้ยแม่ด้วย”
อนันตาเห็นสองพี่น้องค้อนกันไปมา จากที่ร้องไห้เมื่อครู่เพราะความเครียดกลับหลุดหัวเราะพรืดออกมา สาบานได้ หากไม่มีลูกแล้ว เธอก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไมเหมือนกัน
“แม่ต้องร่างสัญญากู้ยืมเงินด้วยหรือเปล่า”
อิ่มอุ่นตัวแสบรีบชิงตอบ “ถ้าแม่เขียนไหว ก็ดีค่ะ เราจะได้มีหลักฐานเก็บไว้คนละหนึ่งใบ”
อนันตารู้ว่าแม่ตัวแสบชอบแอบไปคุยกับลุงข้างบ้านที่เป็นนักกฎหมาย ฝ่ายนั้นชอบมาวิ่งออกกำลังกายที่สวนสาธารณะหน้าบ้าน อิ่มอุ่นจึงเป็นเด็กที่ออกจะหัวหมอนิดๆ
“เรานี่มันแสบจริงๆ” อนันตายกมือยีผมอิ่มอุ่นแล้วแสร้งเขกศีรษะเล็กเบาๆ ไปหนึ่งที แค่นี้เธอก็รู้สึกว่าอาการป่วยหายเป็นปลิดทิ้ง ไม่มีอะไรดีเท่ากับยาใจสองคนนี้แล้วจริงๆ
“ตกลงว่าแม่ไปหาหมอนะคะ” อิ่มอุ่นยังถามต่อ แววตาใสแจ๋วมองแม่ด้วยความเป็นห่วง
อนันตาถอนใจให้กับดวงตาดำขลับสองคู่ที่มองมา แล้วพยักหน้าเบาๆ “ไปก็ไปจ้ะ”
ในวันที่อุณหภูมิร้อนถึงสี่สิบองศา สามแม่ลูกพากันเดินออกมาคอยรถประจำทางหน้าหมู่บ้าน แม้จะต้องใช้เวลาเดินออกมาเกือบหนึ่งกิโลเมตรกลับไม่มีเสียงบ่นใดๆ นอกจากเสียงหอบน้อยๆ
เมื่อมาถึงจุดรอรถโดยสาร อนันตาจูงลูกน้อยทั้งสองไว้ มือข้างซ้ายจับไอรัก มือข้างขวาจับอิ่มอุ่น มีแท็กซี่หลายคันวิ่งผ่านหน้าแล้วชะลอ หวังว่าสามคนแม่ลูกจะโบกใช้บริการ แต่พวกเขาคิดผิด
อนันตารู้ว่าแท็กซี่จะทำให้เธอและลูกๆ ไปถึงโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว และสบายขึ้น ไม่ต้องทนกับความร้อนระอุในยามกลางวัน ทว่าเงินของลูกที่ให้หยิบยืมมาทำให้อนันตาละอายใจ ทีแรกเธอตั้งใจว่าจะนอนพัก ไม่ไปโรงพยาบาลแล้วด้วยซ้ำ แต่ลูกทั้งสองขอร้องให้ไป อนันตาคิดดูแล้ว หากเธอเป็นอะไรไปในเวลานี้ ลูกทั้งสองจะอยู่อย่างไร
งานฟรีแลนซ์ที่อนันตาทำ จ่ายค่าจ้างเป็นชิ้นงานไม่ได้จ้างเป็นรายเดือน ไม่มีประกันสังคม แต่ทางบริษัทก็ทำประกันชีวิตไว้ให้ ซึ่งหน้าบัตรมีรายละเอียดว่าคุ้มครองค่ารักษาแบบโอพีดีครั้งละหนึ่งพันเจ็ดร้อยห้าสิบบาท
เธอโน้มตัวลงไปจุมพิตที่หน้าผากของไอรักและอิ่มอุ่น น้ำเสียงหวานเอ่ยขึ้น “ไอรัก อิ่มอุ่น ร้อนมากไหม แม่ทำให้ลำบาก ถ้ามีคนอื่นเป็นแม่ ลูกคงไม่ต้องทนตากแดดแบบนี้”
เด็กลูกครึ่งตัวน้อยส่ายหน้าหวือ “อิ่มอุ่นไม่กลัวร้อนหรอก ขอแค่ได้ไปกับแม่” เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมายิ้ม ดวงตากลมบ๊องแบ๊วสดใส
“ไอรักขอแค่มีแม่อยู่ด้วย ร้อนยังไงก็ทนไหวครับ”
ได้ฟังแค่นี้อนันตาก็ชื่นหัวใจที่สุด ทั้งสามหยุดยืนรอรถอยู่นานโดยไม่รู้ว่าตกเป็นเป้าสายตาของคนที่ยืนรออยู่ตรงนั้น เพราะใบหน้าสวยจัดของอนันตา รูปหน้าเกลี้ยงเกลาหมดจด แม้ไม่ได้สวยจัดจ้าน แต่กลับชวนมอง เรียกได้ว่ายิ่งมองยิ่งสวย อนันตาเห็นมีสายตาผู้ชายคนหนึ่งมองเธอนานแล้ว เธอจึงเบือนหน้าหนีไม่มองตอบ เห็นอีกฝ่ายยิ้มให้ก็รีบหลบตาแต่พอหันมาอีกด้านหนึ่งก็เห็นหญิงสูงอายุคนหนึ่งยิ้มใจดีให้
“ลูกเหรอแม่หนู”
“ใช่ค่ะ” อนันตาพยักหน้าพร้อมกับตอบเบาๆ
“น่ารักนะ” หญิงสูงอายุบอกแล้วยิ้มให้เด็กทั้งสอง
“ขอบคุณค่ะ” อนันตายิ้มบอก มองลูกๆ ทั้งสองที่น่ารักมาตั้งแต่แรกเกิด ใครเห็น ใครก็ชม โชคดีที่หญิงสูงวัยไม่ถามถึงพ่อของลูก อนันตาถอนใจยาว เพราะหลายคนพอมองหน้าลูกแล้วย้ายสายตามองใบหน้าแม่ที่ดูแตกต่างกัน ก็มักจะมีคำถาม
‘ลูกหน้าไม่เหมือนแม่ สงสัยจะหน้าเหมือนพ่อนะคะ/ครับ’
พ่อของลูก อนันตาไม่อยากนึกถึงเขาอีก เธอพยายามลืมผู้ชายคนนั้น หน้าตาของเขาหล่อเหลาทรงเสน่ห์ มีบุคลิกเงียบขรึม ดวงตาคมเข้มฉายแววฉลาดทันคน แต่บางครั้งดูแวววาวแฝงด้วยอำนาจ ผมสีน้ำตาลเข้ม ตัดผมรองทรงสูง ชุดที่เธอเคยเห็นเขาสวมเป็นประจำคือสูทหรู ราคาแพงระยับ คัตติงเนี้ยบ แต่ถ้าคนสนิทที่รู้จักเขาดีพอจะรู้ว่าบุคลิกที่กล่าวมาเป็นบุคลิกที่คนภายนอกจะได้พบเห็น แต่ตัวจริงของเขา
‘โคลี่ จอมหื่น’
ไม่เขาไม่ใช่โคลี่ของเธอ เขาเกลียดเธอ และเธอก็เกลียดเขา อนันตาพยายามสลัดเขาออกจากหัวที่จริงก็สลัดเขาออกจากใจมาแปดปี แต่ทำไมเขายังอยู่ในใจของเธอตลอด
