บทที่ 4 4
“แม่ขา รถเมล์มาแล้วค่ะ โบกเร็วๆ” อิ่มอุ่นกระตุกมือแม่แรงๆ เร่งให้รีบโบกกลัวรถจะผ่านไปแล้วต้องรออีกนาน
อนันตาสะดุ้ง รีบยื่นมือเรียวไปโบกรถประจำทาง รถคันนั้นเกือบจะผ่านหน้าเธอไปแล้ว จำต้องเบรกกะทันหัน
“แย่จริง!” อนันตาว่าตัวเองที่โบกรถอย่างกระชั้นชิดแล้วรู้สึกผิดขึ้นมา เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ไม่ทันได้มองอะไรเสียงกระเป๋ารถเมล์ที่ยืนอยู่ตรงประตูทางขึ้นก็ตวาดแหวลงมา
“ขึ้นเร็วๆ สิ จะไปไหม ขึ้นแล้วก็ชิดในเลย อย่ามายืนขวางประตู”
สามคนแม่ลูกรีบขึ้นไปบนรถประจำทางที่เบียดเสียด แม้จะไม่มีใครลุกให้นั่ง เด็กหญิงกับเด็กชายก็ไม่ได้บ่นแม้แต่ประการใด แต่เพียงครู่เดียวก็มีคนใจดีลุกให้นั่ง อนันตาจึงรีบบอกขอบคุณเขา
ในขณะที่รถเมล์เคลื่อนออกจากป้ายไปแล้ว รถยนต์คันหรูสีดำระดับเฟิสต์คลาส สนนราคามากว่าสิบห้าล้านบาท ที่ขับตามรถเมล์มาจำต้องเบรกกะทันหัน
คนขับรถบ่นอุบ “เกือบจะชนตูดแล้วไหมล่ะ เบรกรับคนซะได้ ไอ้คนโบกก็ช่างกระไร” แล้วรีบหันไปขอโทษขอโพย ร่างสูงในชุดสูทเรียบหรูแลดูมีออราที่นั่งเหยียดกายหลังพิงเบาะ แล้วหลับตาคิดทบทวนวางแผนงานในปีนี้
“ขอโทษครับคุณโคล์ เมื่อครู่รถเมล์เบรกกะทันหัน ผมเลยต้องเบรก ไอ้คนขับก็กลัวไม่ได้ผู้โดยสาร ไอ้คนโบกก็...”
โคล์ อิเมอร์สัน ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณบอกให้เลิกบ่น “ช่างเถอะ ไม่เกิดอุบัติเหตุก็ดีแล้ว”
“นี่ถ้าไม่เห็นว่าคนโบกสวย ผมลงไปด่าแล้วครับ”
โคล์ไม่อยากจะฟังอะไร เขานิ่งเงียบอยากจะทบทวนอะไรก่อนเข้าประชุม คนขับรถเห็นสีหน้ารำคาญก็รู้ตัวว่าต้องรีบหุบปากซะ อย่าทำอะไรให้นายใหญ่ไม่ชอบ บอดีการ์ดที่ขับตามมาสั่งเอาไว้ ที่เขาได้มาเป็นคนขับเพราะชำนาญเส้นทางดี รอบรู้เส้นทางเลี่ยงรถติด จึงได้มารับใช้มหาเศรษฐีจากอเมริกาผู้นี้เป็นครั้งคราว
โรงพยาบาลเอกชน...
ในละแวกนี้มีแต่โรงพยาบาลของเอกชนเป็นอีกเหตุที่ทำให้อนันตาไม่อยากมาโรงพยาบาล เพราะเป็นห่วงเกรงว่าค่ารักษาโอพีดีที่หน้าบัตรประกันชีวิตจะไม่พอจ่ายแต่เธอสอบถามค่ารักษาพยาบาลจากประชาสัมพันธ์แล้วจึงกล้าใช้บริการ
“เชิญคุณผู้หญิงนั่งรอก่อนค่ะ” เจ้าหน้าที่ต้อนรับของโรงพยาบาลในชุดสีน้ำเงินกล่าวอย่างสุภาพ และผายมือให้ไปรอ
อนันตานึกอยากล้างหน้าล้างตา จึงบอกให้ลูกๆ นั่งรอ อิ่มอุ่นเหลือบไปเห็นขนม ของว่าง ชากาแฟ ที่โรงพยาบาลจัดไว้บริการลูกค้า แม่ตัวเล็กชอบกินขนมที่สุด หูตาแพรวพราวเมื่อรู้ว่านั่นเป็นของฟรี
“พี่ไอรักอยากกินโอวัลตินไหม เดี๋ยวอิ่มอุ่นไปชงมาให้”
ไอรักมองน้องสาว แค่อิ่มอุ่นอ้าปากเขาก็รู้ “อิ่มอุ่นอยากกินเหรอ ไปหยิบแค่ซองเดียวนะ แม่สอนไว้” พวกเขาแม้ไม่ได้กินอยู่อย่างสุขสบาย แต่อนันตาจะสอนเรื่องมารยาททางสังคมให้ลูกๆ เสมอ เพราะเข้าใจคำที่ว่าลูกของเราอาจไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคน จึงติวเข้มเรื่องมารยาท และการวางตัวในที่สาธารณะมาตลอด ถึงจะมีกินน้อย แต่เราต้องไม่โลภ ต้องรู้จักมารยาท
อิ่มอุ่นพยักหน้าหงึกๆ แล้ววิ่งปร๋อไปที่มุมของว่าง ทว่าหูตาที่มองแต่ซองโอวัลตินกับซองคุกกี้เล็กๆ ทำให้อิ่มอุ่นลืมมองทางจนวิ่งชนใครบางคน
เสียงตวาดลั่นดังขึ้น “เด็กบ้านี่วิ่งยังไง พ่อแม่ไม่สั่งสอนบ้างเหรอ” แล้วรีบหันไปดูเจ้านายที่เขาทำหน้าที่ขับรถให้ “ต้องขอโทษด้วยครับเจ้านาย ไม่รู้เด็กที่ไหนวิ่งซนในโรงพยาบาล”
อิ่มอุ่นรู้สึกจุกเหมือนวิ่งชนกำแพงสูงใหญ่ หนูน้อยกำลังจะลุกขึ้น ทว่าต้องตกใจส่ายหน้าหวือ เมื่อแขนกำยำโอบร่างเล็กไว้แล้วอุ้มจนลอยสูง ก่อนจะกวาดตามองหาบอดีการ์ด เพียงเท่านั้นเอ็ดเวิร์ดในชุดสูทก็รีบเดินเข้ามาแล้วค้อมศีรษะ รู้ว่าเจ้านายจะสั่งอะไรสักอย่าง
โคล์ยิ้มมุมปากเหี้ยมๆ ออกคำสั่งเป็นภาษาอังกฤษได้ความว่า
“ไล่ไอ้หมอนั่นออกไปซะ พรุ่งนี้ไม่ต้องให้มันสะเออะมาขับรถให้ฉันอีก ถ้าไม่ชำนาญทาง พรุ่งนี้นายตั้งจีพีเอสตอนขับรถให้ฉันเข้าใจไหมเอ็ดเวิร์ด” โคล์บอกเสียงขุ่น เขาเกลียดพวกประจบสอพลอที่สุด
“ครับเจ้านาย” เอ็ดเวิร์ดรู้สึกทำงานพลาด เขาเห็นนายประธีปชำนาญเส้นทาง แล้วเคยขับรถให้เจ้านายนั่งมาก่อน ครั้งนั้นคุณโคล์ชมว่านั่งสบาย ขับรถนิ่ม แต่เมื่อนายไม่เอา เขาก็ต้องรีบไสหัวไอ้หมอนั่นไปให้พ้นสายตานาย เอ็ดเวิร์ดชำเลืองมองนายประธีปแล้วพยักหน้า
“ได้ครับคุณโคล์ พรุ่งนี้เจ้านายจะไม่เห็นหน้าหมอนั่นอีก”
อิ่มอุ่นฟังออกทุกคำ แม้กำลังจุกอยู่ แต่ก็สงสารลุงคนนั้นสุดๆ ที่โดนไล่ออก เลยพูดออกไปคำหนึ่ง
“คุณลุงสุดหล่อเป็นคนโหดร้าย”
โคล์สะดุ้ง หนูน้อยพูดเป็นภาษาเดียวกับเขาถึงสำเนียงจะแปล่งไปบ้างเหมือนไม่ค่อยได้ใช้สื่อสารแต่ก็ฟังรู้เรื่องหน้าตาแม่หนูตัวกลมก็บอกว่าเป็นลูกครึ่ง แต่เขาไม่แน่ใจสัญชาติ แต่นี่เป็นครั้งที่สองมั้งที่มีคนว่าเขาเป็นคนโหดร้าย
โคล์วางสาวน้อยผิวขาวอมชมพูลงแล้วก้มมองหน้า เขาห่วงกลัวเธอจะเจ็บ แต่พอเห็นหน้าเต็มๆ ก็ทำให้เขานิ่งไปชั่วครู่ ถ้าญาติเขาคนหนึ่งคนใดมาไข่ทิ้งไว้สงสัยเด็กที่อุ้มอยู่สงสัยต้องเป็นหลานสาวเขาแน่ๆ เด็กคนนี้ช่าง...
“สงสารคุณลุงคนนั้น” เด็กน้อยอิ่มอุ่นพูดขึ้นอีก
โคล์หัวเราะ “แต่เขาพูดไม่ดีกับหนู หนูไม่โกรธเหรอ”
อิ่มอุ่นส่ายหน้า ถึงจะจุกแต่ยังยิ้มไหว “ไม่ค่ะ เพราะว่าแม่สอนอิ่มอุ่นมาดี แม่ตาพูดเสมอว่า ใครไม่ดีกับเราอย่าไปสนใจ เราทำตัวเราให้ดีก็พอแล้ว อิ่มอุ่นเลยไม่โกรธคุณลุงค่ะ”
โคล์ยิ้มมากที่สุดในรอบวัน หากฟังให้ดี หนูน้อยมีนัยในคำพูดที่เฉียบคม แม่หนูตาสวย บ๊องแบ๊ว ที่ยิ้มเผล่ให้เขาเธอกำลังจะบอกเขาว่า แม่เธอสอนมาดี เธอเลยไม่สนใจคำพูดของไอ้แก่นั่น ที่มันกล่าวหาว่าพ่อแม่เธอไม่สั่งสอน
