บทที่ 5 5

‘เด็กแบบนี้สิที่โลกต้องการ’

แววตาคู่คมจ้องมองนางฟ้าตัวน้อย โคล์ไหวไหล่ไม่อยากเชื่อ “หนูพูดได้ถูก ฉันชักอยากเห็นหน้าแม่ของหนูขึ้นมาเลย เขาสอนหนูได้ดี”

โคล์ อิเมอร์สัน รู้สึกถูกชะตากับแม่หนูตาสวยคนนี้ เมื่อครู่เขาเองก็รีบเดินเพื่อจะไปให้ทันประชุม เขาเทกโอเวอร์โรงพยาบาลแห่งนี้และอีกหลายๆ แห่งเข้ามาอยู่ในเครือ วันนี้มีการประชุมใหญ่ ซึ่งสำคัญมาก เขาจึงไม่ทันมองแม่หนูน้อยที่วิ่งมาเช่นกัน

“ฉันขอโทษหนูด้วยที่เดินไม่มอง หนูเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”

อิ่มอุ่นชี้ไปที่หน้าท้อง โคล์รู้สึกแย่ เขากวาดตามองไปรอบๆ แต่ไม่เห็นผู้ปกครองของเธอ “พ่อแม่ของหนูอยู่ไหน” เขาจะต้องพาเด็กไปส่งพ่อแม่แล้วขอโทษ

“พ่อของหนูข้าวติดคอ เสียชีวิตไปแล้วค่ะ”

โคล์นิ่งอึ้ง แล้วก้มมองแม่หนูที่พูดหน้าตาเฉย “นี่เรื่องจริงเหรอ เป็นการตายที่ประหลาดมาก”

แม่หนูตาสวยพยักหน้าหงึกๆ ยืนยันว่าพ่อข้าวติดคอตายไปแล้วจริงๆ เธอเคยถามมารดา แล้วแม่ตาก็ตอบแบบนี้ โคล์เลยพูดไม่ออกไปครู่หนึ่ง

“แล้วแม่ล่ะ อยู่ตรงไหน ชี้ให้ฉันดูหน่อยสิ” เขากวาดสายตามองหาเผ่าพันธุ์เดียวกัน แต่ผู้ที่มาใช้บริการในวันนี้ไม่มีแววว่าจะเป็นชาวต่างประเทศ

ทว่าอิ่มอุ่นเบิกตาโพลงเมื่อเห็นแม่กำลังวิ่งเข้ามา อนันตาสายตาค่อนข้างสั้น แล้วรีบร้อนออกมาจึงลืมใส่คอนแทกต์เลนส์ เมื่อเข้ามาใกล้ๆ จุดที่มีคนยืนมุงดู เธอก็เห็นว่ามีร่างของเด็กคนหนึ่งยืนคุยอยู่กับผู้ชายตัวสูงใหญ่ที่ยังเห็นหน้าไม่ค่อยชัด

“อิ่มอุ่น” อนันตาเรียกลูกแล้ววิ่งโผไปหา

เด็กหญิงยิ้มกว้าง แล้วชี้ตรงไปที่สาวสวยในชุดเดรสยาวเหนือเข่าสีน้ำตาลโทนอบอุ่นดูเรียบง่าย

“คนนั้นค่ะแม่หนู”

โคล์มองตามสายตาของแม่หนูน้อย แล้วเขาต้องนิ่งงันไป ผู้หญิงตรงหน้ากำลังยืนหน้าซีดหน้าเซียว เขากลอกตาไปมา ไม่ผิดแน่ แต่เธอโทรมลงไปมาก

“อนันตา!”

อนันตาเบิกตาโพลง รู้สึกเย็นวาบไปทั่วไขสันหลัง สมองบอกให้วิ่งหนีแต่ก้าวเท้าไม่ออก ที่สำคัญในมือเขามีลูกเธอเป็นตัวประกัน

“คุณโคล์!” อนันตาอุทานแล้วยกมือกุมศีรษะ รู้สึกว่าทุกอย่างกำลังเอียงไปมา อาการบ้านหมุนกลับมาอีกแล้ว เธอกำลังจะก้าวเท้าไปหาลูกแต่ไปไม่ถึง เพราะสติดับวูบลงไปเสียก่อน

“แม่ครับ!” ไอรักที่เดินตามหาแม่และน้องวิ่งตรงเข้ามา ดวงตาเด็กน้อยเห็นว่าผู้ชายใส่ชุดสูทสองคนแต่งกายเหมือนหลุดออกมาจากภาพยนตร์เข้าไปพยุงแม่ไว้ ส่วนน้องสาวถูกฝรั่งตัวสูงท่าทางเท่มากจับมือไว้อยู่

โคล์มองอนันตาหนึ่งครั้ง สลับกับอิ่มอุ่น แล้วยังเด็กชายที่รุ่นราวคราวเดียวกับเด็กหญิง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน สัญชาตญาณบางอย่างสะกิดใจ และไม่คิดจะเก็บความสงสัยนี้ไว้

โคล์จ้องแม่หนูน้อยตาแป๋ว “ฉันขอถามเธออีกครั้ง พ่อของเธอข้าวติดคอตายจริงๆ หรือเปล่า”

อิ่มอุ่นกำลังห่วงแม่แต่ก็พยักหน้าหงึกๆ “คุณลุงสุดหล่อขา ปล่อยอิ่มก่อนเถอะค่ะ อิ่มจะไปหาแม่ตา”

ไม่รู้เพราะใบหน้าน้อยๆ นี้หรือน้ำเสียงเศร้าๆ กันแน่ทำให้โคล์ยอมปล่อยมือน้อยๆ แล้วหันไปสั่งลูกน้อง บอกให้แจ้งผู้บริหารว่าวันนี้เขาไม่สะดวกเข้าร่วมประชุม

เขามองอนันตาที่อยู่ในอ้อมแขนของบอดีการ์ดแล้วเดินไปอุ้มเธอมาไว้แนบอกเอง ขณะที่เด็กทั้งสองวิ่งเข้ามาเกาะแขนขาเขาร้องหาแม่ “รีบตามหมอมาด่วน เปิดห้องวีไอพีให้เธอ” คำสั่งเจ้าของโรงพยาบาลคนใหม่ ใครจะกล้าไม่ทำตาม ทั้งแพทย์และพยาบาลต่างวิ่งกันวุ่นทำหน้าที่ของตน

บานประตูห้องฉุกเฉินเปิดออก อนันตานอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย บุรุษพยาบาลกำลังเข็นผ่านบานประตูเข้าไป เด็กน้อยทั้งสองร้องไห้อยู่หน้าห้องฉุกเฉินเพราะถูกพยาบาลกันไว้ ให้ตายเถอะ โคล์รู้สึกสะเทือนใจเมื่อเห็นน้ำตาของเด็กแฝดชายหญิงลูกครึ่งที่ร้องไห้ด้วยความเป็นห่วงแม่

ร่างสูงเดินไปมาแล้วขบกรามแน่น ก่อนจะหยุดฝีเท้าลงหลังคิดทบทวนอะไรบางอย่างได้แล้ว

“ขอให้หายก่อนเถอะ อนันตา ฉันเล่นงานเธออย่างหนักแน่” เขาเป็นคนฉลาด แล้วกำลังประมวลผลทุกอย่างในหัว ยิ่งมองเด็กน้อยสองคนนั้น ก็ยิ่งทำให้มั่นใจ มุมปากของโคล์โค้งเป็นรอยยิ้มร้าย “มีเปอร์เซ็นต์สูงทีเดียว ให้ตายเถอะ แสบจริงๆ”

โคล์มองใบหน้าหล่อเหลาของไอรักแล้วขมวดคิ้วน้อยๆ มือหนาหยิบโทรศัพท์หรูที่สุดในยุคนี้ขึ้นมาเปิดดูใบหน้าของเขาในวัยเด็ก เพราะวันก่อนเป็นวันเกิดของเขาซึ่งเพื่อนสนิทแท็กรูปในวัยเด็กที่เขาเอาลิ้นเลียไอศกรีมมาโพสต์ที่เฟชบุ๊กส่วนตัวของเขา

ดวงตาคู่คมนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มดุดันมองที่หน้าจอสี่เหลี่ยม แล้วมองหน้าไอรัก เด็กน้อยกำลังกอดปลอบน้องสาวซึ่งกำลังเสียขวัญจากภาพที่แม่ถูกเข็นเข้าห้องฉุกเฉิน เขาเป็นคนพาเด็กแฝดมาที่ห้องพักรับรองเพราะอยากถามอะไรบางอย่าง

โคล์หันไปมองสาวสวยซึ่งเป็นหนึ่งในทีมเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์  เธอยืนคอยให้บริการเขาอยู่ โคล์กวักมือเรียกหญิงสาวมาใกล้

“มีอะไรให้ฉันรับใช้คะท่านประธาน” เธอรีบอาสา เจ้าของโรงพยาบาลคนใหม่ทั้งหล่อ ทั้งเท่ และได้ยินว่ายังโสด แต่ใครๆ ก็รู้ว่าอภิมหาเศรษฐีขนาดนี้ โสดหมายถึงยังไม่มีเป็นตัวเป็นตน

“คุณช่วยดูรูปนี้แล้วมองหน้าเด็กคนนั้นที คุณเห็นอะไร”

ประชาสัมพันธ์สาวยิ้มหวาน ในใจเต้นโครมคราม หรือว่าท่านประธานจะสนใจเธอ เห็นเขานั่งโดดเด่นอยู่ในห้องพักรับรอง ส่วนเด็กสองคนนั้นได้ยินว่าเป็นลูกของคนป่วยที่ท่านประธานช่วยไว้

ทว่าพอเพ่งมองรูปชัดๆ คนที่กำลังคิดเข้าข้างตัวเองก็หัวใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม พิโธ่ ท่านประธานมีลูกแล้ว

“ขอโทษค่ะ ไม่รู้ว่าท่านประธานพาลูกมาด้วย เดี๋ยวดิฉันจะไปสั่งให้พนักงานเตรียมอาหารว่างให้คุณหนูทั้งสองนะคะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป