บทที่ 6 6
“ลูก!” โคล์ครางออกมา เขาไม่ได้คิดไปเองเด็กสองคนนี้หน้าตาคล้ายเขา โคล์เริ่มมั่นใจมากขึ้นอีก เขาไม่ได้คิดมาก ถ้าทีมบอดีการ์ดยืนอยู่ตรงนี้เขาจะสั่งให้พวกมันตอบมาทีละคนว่าเหมือนกับเขามากขนาดนั้นจริงหรือเปล่า แต่เขาไล่พวกมันไปอยู่ในส่วนของแคนทีนโรงพยาบาล จะได้ไม่มาเดินเกะกะ เกรงว่าผู้มารับบริการจะรู้สึกกดดัน
“เธอไปได้แล้ว” เขาปัดมือบอกพนักงานสาวคนนั้น
พนักงานสาวเดินออกไปได้ไม่กี่ก้าวก็หันกลับมา เพราะเมื่อครู่เธอเพิ่งรับโทรศัพท์สายสำคัญ “เอ่อ ดิฉันยังไม่ได้เรียนให้ท่านประธานทราบ เมื่อครู่ผู้อำนวยการให้มาเชิญท่านประธานไปที่ห้องสูทชั้นแปดค่ะ ที่นั่นมีทีวี มีอาหารว่างมากมาย จะสะดวกสบายกว่านี้ค่ะ”
โคล์เงยหน้าขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ทำให้ประชาสัมพันธ์สาวรู้สึกเย็นวาบไปทั่วสันหลัง ก่อนจะค่อยๆ ถอยหลังไปสองก้าว
แค่คนหล่อก็ไม่คิดจะปล่อยให้อีกฝ่ายจากไปง่ายๆ เขาพูดเสียงเข้มติดดุดัน “ถ้าญาติเธออยู่ในห้องฉุกเฉิน เธอจะมีอารมณ์ขึ้นไปกินของว่างไหม ไปทำงานของเธอเถอะ”
เท่านี้หญิงสาวก็รีบถอยไปอย่างว่องไว
โคล์หลับตาลงอย่างใช้ความคิด ก่อนเปิดเปลือกตาขึ้นใหม่ ญาติหรือผู้หญิงที่เขาใช้ร่างกายเธอราวกับสูบวิญญาณเพียงสามวัน เขารับเป็นญาติตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ไม่รู้จะใช้สรรพนามใดเรียกอนันตา แต่ที่อยากรู้มากที่สุดคือเด็กสองคนนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเขาหรือเปล่า
โคล์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเดินเข้าไปหาไอรักและอิ่มอุ่นที่มีสีหน้าเป็นกังวล แล้วถามอีกครั้ง
“แม่ของพวกเธอเคยบอกไหม ว่าพ่อที่กินข้าวติดคอตายของพวกเธอชื่ออะไร”
เด็กน้อยเงยหน้ามองโคล์ ผู้ชายตัวสูงคนนี้เป็นใครก็ไม่รู้ แต่นั่งอยู่หน้าห้องฉุกเฉินตั้งแต่แม่ถูกพาเข้าไป แล้วยังมาถามเรื่องพ่อที่พวกเธอไม่ได้รู้เรื่องมากนัก
ไอรักมองหน้าน้องสาวแล้วตอบแทน “เคยบอกครับ”
“งั้นดีเลย ช่วยบอกลุงหน่อยพ่อพวกหนูชื่ออะไร” โคล์มองเด็กหญิงและเด็กชายด้วยแววตาอ่อนลง ต่างจากมองพนักงานสาวเมื่อครู่ ไม่รู้สิ เขารู้สึกถูกชะตากับเด็กแฝดคู่นี้
ไอรักตอบเต็มเสียง “พ่อผมชื่อ จอห์นนี วอล์กเกอร์ ครับ”
“จอห์นนี วอล์กเกอร์!” โคล์ครางเสียงต่ำ กรามสบกันแน่นจากอารมณ์ซับซ้อนที่ถาโถมเข้ามาในใจ อนันตาไม่ได้ท้องกับวิสกี้ชั้นดีระดับโลก เป็นไปได้มากที่เธอจะโกรธเขา เพราะถูกเขาจับกรอกเหล้าจอห์นนี วอล์กเกอร์เกือบทั้งขวด โคล์ข่มอารมณ์สะเทือนใจเมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ความจริงใกล้เข้ามาแล้ว แต่เขาอยากถามจากปากอนันตามากกว่า
“ขอบใจหนูน้อย เธอสองคนชื่ออะไร” เขาถามเด็กๆ และยิ้มให้ แต่จากการสังเกตโคล์รู้สึกว่าเด็กผู้ชายดูไม่ชอบหน้าเขาสักเท่าไหร่
“ผมชื่อไอรักครับ”
“หนูชื่ออิ่มอุ่นค่ะ” แต่เสียงแม่หนูที่เปล่งออกมานั้นเครือด้วยความเสียใจ คนเป็นพี่เลยยกมือลูบหัว
“แม่ตาไม่เป็นอะไรหรอกอิ่ม เดี๋ยวแม่ก็หายแล้ว แม่เราเก่งจะตาย ไม่กินไม่นอนได้ตั้งหลายวัน” ไอรักชินกับภาพที่เห็นแม่ทำงานตลอดทั้งวันทั้งคืน พอถามว่าแม่เหนื่อยไหม แม่ก็จะบอกพวกเขาว่า
‘คนเป็นแม่เหนื่อยแค่ไหนก็ต้องสตรอง’
“อะ อิ่ม อิ่ม สงสารแม่ตา” อิ่มอุ่นสะอึกสะอื้น
ภาพนั้นทำให้โคล์หัวใจกระตุกวูบ ความรู้สึกสงสารเด็กน้อยพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง ขออย่าให้เป็นแบบที่เขาคิดเลย พระเจ้า ถ้าเป็นแบบที่คิดล่ะ แปดปีที่ไม่ได้เจออนันตา ถ้าเธอไม่ได้มีสามีใหม่ทันทีลูกคงไม่โตขนาดนี้
รสชาติขมเฝื่อนล้นทะลักท่วมใจ โคล์ย่อตัวลงไปแล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนนุ่มราคาแพงซับน้ำตาให้แม่หนูน้อย ทว่าใครบางคนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาเด็กน้อยทั้งสอง ในมือหอบของเยี่ยมและอาหารดีๆ อีกหลายชนิดมาด้วย
ไอรักและอิ่มอุ่นสีหน้าเปลี่ยนทันที รีบผุดลุกจากเก้าอี้วิ่งไปหาผู้ชายคนนั้น โคล์เก็บผ้าเช็ดหน้าลงกระเป๋าอย่างเก้อๆ
‘ใครกัน’
เสียงไอรักและอิ่มอุ่นแย่งกันพูด “ลุงคริตไปไหนมา แม่ตาป่วย แม่ตาน่าสงสารม้ากมาก พี่พยาบาลพาไปห้องโน้นตั้งนานยังไม่ออกมาเลย” อิ่มอุ่นชี้ไปยังห้องฉุกเฉินที่อยู่ข้างหน้า แล้วกอดร้อยตรีชาคริตไม่ยอมปล่อย
นัยน์ตาคมดุมองภาพเหล่านั้น รู้สึกเจ็บร้าวในอกแปลบๆ ขนาดเขายังไม่ได้รู้ความจริง เพียงแค่คิดว่ามีลูก แล้วลูกไปกอดคนอื่น มันกลับเจ็บเหมือนโดนเข็มแหลมคมทิ่มแทง
ร้อยตรีชาคริตยกมือลูบหัวเด็กน้อยทั้งสองอย่างใจดี เขาถูกส่งไปดูแลความสงบทางภาคใต้ เพิ่งจะมีเวลาได้กลับบ้านเพราะได้รับภารกิจใหม่ เขาห่วงอนันตาและหลานๆ มากไม่อยากปล่อยให้อยู่กันลำพัง เพียงแต่ด้วยหน้าที่แล้วเขาจำเป็นต้องจากทุกคนไป วันนี้เขาได้กลับมา พอไปหาอนันตาที่บ้านก็ได้รับข่าวร้าย คนข้างบ้านบอกว่าเห็นอนันตาจูงลูกๆ ออกจากบ้านบอกจะมาโรงพยาบาล เขารู้จักกับคนในโรงพยาบาลหลายคน เพราะเคยนำตัวพลทหารมาส่งที่โรงพยาบาลนี้หลายครั้ง เลยโทร.มาถามแล้วรู้ว่าอนันตามาที่โรงพยาบาลนี้จริงดังคาด เลยตามมาถูก
“ลุงคริตขอโทษนะครับ ลุงเพิ่งกลับมาจากภาคใต้ คิดถึงแม่เรากับเราทั้งสองคนมากรู้ไหม”
“ไอรักก็คิดถึงลุงคริต ไอรักห่วงแม่ตามาก แต่ไม่ร้องไห้ แม่ตาบอกว่าเกิดเป็นลูกแม่ตาต้องอดทน และลุงคริตก็สอนว่าผู้ชายต้องปกป้องคนที่อ่อนแอ และอย่าทำตัวอ่อนแอให้ใครเห็น”
โคล์ยืนอยู่ใกล้ๆ เขาได้ยินทุกคำทุกประโยค จู่ๆ มือเขาก็กำเข้าหากันแน่น รู้สึกปวดศีรษะขึ้นมาตุบๆ มันเป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก เหมือนสวมสร้อยอยู่ แล้วถูกคนกระชากไปจากคอ
