บทที่ 8 8
“แม่ตามาแล้ว” อิ่มอุ่นชี้และดิ้นเร่าๆ จะลงไปหาแม่ให้ได้
ส่วนอนันตามองคนที่เธอไม่เคยลืมได้เลย เพราะเห็นหน้าของลูกทำให้นึกถึงตลอด “คุณ! ยังอยู่อีกเหรอคะ”
สีหน้าเขายังคงไม่แปรเปลี่ยน แต่กลับทำให้อนันตารู้สึกเย็นยะเยือกเข้าไปถึงกระดูก “ไม่คิดว่าจะได้พบเธอกับลูกที่นี่ อนันตา เราคงมีเรื่องต้องคุยกันยาว”
แน่นอน ประเด็นเรื่องพ่อของเด็กลูกครึ่งสองคนนี้ที่ชื่อ จอนห์นี วอล์กเกอร์ ตายอย่างอนาถ เพราะข้าวติดคอตาย ไม่อาจทำให้เขามองผ่านไปได้
โคล์หันไปมองคุณหมอเจ้าของไข้ “คนไข้รายนี้ผมรับเป็นเจ้าของไข้ คุณหมอช่วยส่งเธอไปพักฟื้นต่อที่ห้องพักผู้ป่วยวีไอพีให้ด้วยนะครับ”
“คุณกลับไปเถอะค่ะ” อนันตาตัดบทแล้วหลบสายตาไม่อยากมองหน้าเขา
ร้อยตรีชาคริตมองคนทั้งคู่อย่างสงสัย หรือสิ่งที่เขาคาใจมาตลอดว่ามันคนนั้นหน้าตาเป็นยังไง วันนี้จะมีคำตอบ เพราะใบหน้าของหลานสาวและหลานชายมันมีเค้าลางว่าจะมีดีเอ็นเอของผู้ชายฝรั่งคนนั้นปรากฏอยู่
ร้อยตรีชาคริตกำหมัดเข้าหากันดังกร๊อบ เมื่อคุณหมอเดินผ่านหน้าเขาไปเพื่อกลับไปที่ห้องตรวจ ร้อยตรีชาคริต สะกิดอิ่มอุ่นและไอรัก
“เด็กๆ แม่ตาคงคอแห้งหิวน้ำ ไปซื้อน้ำให้แม่ตาดื่มหน่อย” เขาบอกพร้อมกับเอาธนบัตรยัดใส่มือหลาน “ตรงทางเดินก่อนที่จะเลี้ยวมาลุงคริตเห็นมีตู้กดน้ำอัตโนมัติ ไปกดน้ำหวานๆ มาให้แม่ตากินหน่อย ส่วนที่เหลือลุงให้”
เรื่องแบบนี้อิ่มอุ่นไวนัก มือป้อมรีบคว้าธนบัตรในมือลุงแล้ววิ่งเร็วปร๋อ “อิ่มได้ก่อน”
“ยัยอิ่มขี้โกง ต้องหารสองสิ” ไอรักวิ่งตามหลังอิ่มอุ่นไปติดๆ
ชาคริตหันกลับมามองฝรั่งตัวโตด้วยแววตาวาวโรจน์ แล้วชี้หน้าผู้บริหารหนุ่ม “ตา มันใช่ไหม ที่น้องบอกว่าสำลักข้าวตาย”
อนันตามองสายตาดุดันน่าสะพรึงของนายทหารหนุ่มแล้วรีบลุกขึ้นยืนจากรถเข็น “อย่าค่ะ”
แต่สายเกินไป หมัดหนักๆ ของครูฝึกพลทหารใหม่ชกอย่างจงใจลงบนใบหน้าเรียบเฉย โคล์ไม่ได้ตั้งหลักทำให้เขาถูกหมัดอัดเข้าใบหน้าไปเต็มๆ ใบหน้าคมเบี่ยงไป แล้วยกมือลูบโหนกแก้ม
“แกใช่ไหมที่ทำให้ตาท้องแล้วทิ้งไป ปล่อยให้ตาต้องลำบาก หมดอนาคต แล้วยังถูกคนครหาว่าท้องไม่มีพ่อ”
โคล์หันกลับมามองร้อยตรีหนุ่ม เขากำหมัดแน่นแต่ไม่ได้ชกกลับ ขณะที่ร้อยตรีชาคริตกัดฟันดังกรอดๆ เหลียวกลับไปมองหน้าอนันตาที่หน้าซีดหนักไม่ยอมพูดอะไร
โคล์หรี่ตามองคนปากแข็ง “อนันตา เด็กลูกครึ่งสองคนนั้น เป็นสายเลือดอิเมอร์สันหรือเปล่า”
ใบหน้าที่ขาวซีดเวลานี้ซีดยิ่งกว่ากระดาษไร้หมึกพิมพ์ ความกดดันอันไร้รูปร่างปกคลุมไปทั่วทำให้อนันตาหายใจแทบไม่ออก
“มะ ไม่ใช่ พวกเขาเป็นลูกของฉันคนเดียว” แล้วหลุบตาต่ำ
เพียงแต่ว่าความลับไม่มีในโลก บอดีการ์ดของโคล์กลับมาพร้อมหลักฐานที่เขาสั่งให้ไปหามาให้ได้ภายในครึ่งชั่วโมง โคล์ขยับสายตากวาดมองลูกน้อง แล้วส่งสัญญาณให้เข้ามาได้
“ได้มาไหม”
“ได้ครับคุณโคล์”
การมาเมืองไทยครั้งนี้เขาให้เอ็ดเวริ์ดติดตามเขาแทนนาธานเพราะเอ็ดเวิร์ดทำงานไวถูกใจมากกว่า และครั้งนี้เอ็ดเวิร์ดทำให้เขาพอใจอีกครั้ง โคล์ไม่พูดอะไรพลางจ้องมองไปในใบเกิด เขาอ่านภาษาไทยได้สบายมาก สำเนาสูติบัตรของเด็กทั้งสองระบุว่า ไม่ปรากฏบิดา ระบุชื่อมารดาคือ อนันตา เพียงคนเดียว เธอคิดจะเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวตั้งแต่ลูกเกิด
โคล์ขยำสำเนาสูติบัตรแล้วปาใส่อนันตา “เธอหลอกฉัน เธอท้องกับฉัน ใช่ไหมอนันตา ทำไมไม่ยอมบอกเรื่องนี้กับฉัน” แล้วหันไปสั่งลูกน้องเสียงเครียด “ฉันต้องการตรวจดีเอ็นเอวันนี้ บอกทีมแพทย์ที่นี่ว่าทำยังไงก็ได้ แต่ฉันต้องได้ผลการตรวจดีเอ็นเอเร็วที่สุด”
“ไม่” อนันตาตกใจ หวีดร้องออกมาคำหนึ่งแล้วเซลงไป บุรุษพยาบาลที่ยืนอึ้งมาหลายนาทีเพิ่งได้สติแล้วตรงเข้าประคองร่างของคนไข้ พอดีกับพยาบาลที่อยู่บริเวณนั้นวิ่งเข้ามาช่วยดูอาการ
ในขณะที่ร่างของโคล์ถูกกระชากกลับไปอย่างแรง ร้อยตรีชาคริตวาดหมัดสุดแรง แล้วชกไปที่ใบหน้าหล่อ แต่ครั้งนี้ โคล์ อิเมอร์สันเบี่ยงหน้าหลบทัน เขาเองก็ผ่านการเป็นทหารมาก่อน และได้เปรียบด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่ โคล์ผลักร้อยตรี ชาคริตเต็มแรง แล้วชี้หน้า
“ก่อนจะมาบ้ากับผม ถามน้องสาวคุณก่อน ว่าเคยทำอะไรกับผมไว้บ้าง แล้วคุณจะรู้ว่าผมสมควรโกรธเขาไหม”
“คนอย่างตานั่นเหรอจะทำร้ายคนอื่น ไม่มีทาง”
