บทที่ 4 ตอนที่ 3 แน่ใจนะว่าทนมองไหว?
ตอนที่ 3 แน่ใจนะว่าทนมองไหว?
22.30 นาฬิกา
ตาคมสวยกวาดมองรอบ ๆ เพื่อมองหาที่จอดรถ เธอไม่รู้ควรจอดรถตรงไหน เพราะตอนนี้แถบนี้แทบไม่มีรถจอดอยู่เลยสักคัน หรือร้านยังไม่เปิด?
"เลิฟเอกซ์คลับ ก็มาถูกนี่" เป็นอีกครั้งที่ก้มมองจีพีเอสในโทรศัพท์สลับกับป้ายไฟหรูหราหมาเห่าหน้าร้าน
ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะกระจกทำร่างเล็กสะดุ้งเผลอทำโทรศัพท์หลุดมือ
"มาหาใคร ร้านยังไม่เปิด ถ้ามาสมัครงานวนรถไปจอดข้างทางเข้าแล้วเดินไปข้างใน รีบ ๆ หน่อยแล้วกัน นี่มันใกล้เวลาเปิดร้าน เดี๋ยวไม่มีใครว่างสัมภาษณ์" พูดแล้วดูเวลา
ผู้ชายใส่ชุดดำ ตัวโต พูดท่าทางคล่องแคล่ว ทั้งชี้ทาง ทั้งบอกกล่าว จนคนตัวเล็กอดไม่ได้ที่จะขอบคุณ
เท้าก้าวแรกที่ก้าวเข้ามาในร้านเป็นเท้าซ้าย เขาว่ากันว่า ขวาร้าย ซ้ายดี งั้นก้าวซ้ายมันสามทีไปเลย ท่าเดินอาจจะดูตลกหน่อย แต่ถ้าผลลัพธ์ออกมาดีจริง แอลยอม
"มาสัมภาษณ์งานใช่ไหม? นู่นเลยน้อง"
ผู้ชายชุดดำอีกคนที่ไม่ใช่คนเดิมถามขึ้น แล้วชี้ไปทางบันได
"ขอบคุณค่ะ" เอแอลขอบคุณอย่างหวั่น ๆ ผู้ชายที่นี่ใส่ชุดสีดำ หน้าดุกันทุกคน แต่ทำไมใจดีกับเธอจัง หรือเพราะเห็นเป็นผู้หญิง?
"อ้าวมาแล้วเหรอ มา ๆ เข้ามาเลย หุ้นส่วนใหญ่อยู่พอดี"
ยังไม่ทันหายงง พี่สาวคนสวยที่ติดต่อให้เธอลองมาสัมภาษณ์งานก็เดินมาพอดี
แอลเดินตามมือเรียวสวยที่จับข้อมือไว้อย่างงง ๆ จนมาหยุดอยู่หน้าห้องหนึ่ง ที่มีป้ายเขียนไว้ว่า 'บุคคลภายนอกห้ามเข้า' 'เฉพาะฝ่ายบัญชี' เธออ่านแล้วอ๋อในใจเบา ๆ พอจะเข้าใจเหตุผลที่ห้ามเข้าบ้างแล้ว
"เดี๋ยวเรานั่งรอตรงนี้ก่อนนะ พี่จะเดินไปตามหุ้นส่วนมาให้"
"ค่ะ" พยักหน้าหวั่น ๆ เธอแค่มาสัมภาษณ์งาน ต้องเจอหุ้นส่วนใหญ่ของร้านเลยเหรอ
"ไม่ต้องเกร็งหรอก คุณเขาใจดี ยิ่งสวย ๆ แบบเราก็ยิ่งใจดี เผลอ ๆ ได้เงินเดือนสูงด้วย"
พี่สาวคนสวยพูดแล้วออกจากห้องไป ในห้องเลยมีแค่เธอนั่งอยู่ลำพัง เสี้ยวหนึ่งเธอคิดอยากส่งข้อความไปบอกเฮียแบร์ว่าเธออยู่ที่ไหน กำลังทำอะไร แต่เมื่อนึกถึงประโยคที่เขาพูด..
'มันแค่ระยะเวลาสั้น ๆ อีกเดี๋ยวก็ต้องแยกย้าย'
คงไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องคอยรายงานตลอดหรอก
เขาไม่ได้สนใจชีวิตเธอขนาดนั้น
แก๊ก!
ประตูถูกดันเข้ามาพร้อมกับร่างคุ้นเคยที่เห็นเป็นประจำ
"ตอนนี้มีเงินสดสองหมื่นไหม? จะให้ทำขวัญพนักงานใหม่ที่เพิ่งเข้าโรง.." พยาบาลสักหน่อย
พูดไม่ทันจบประโยค คิ้วกระตุกซะก่อน
แอลมาได้ยังไง? เธอมาทำไม สถานที่อโคจรนี้มันไม่เหมาะกับเธอเลยสักนิด เข้ามาได้ยังไง?
จะว่าร่างสูงงงฝ่ายเดียวคงไม่ได้ ร่างเล็กที่นั่งมองมานั้นก็ดูงุนงงไม่ต่างกัน
แก๊ก!
"อะอ้าว คุณแบร์ ปิ่นฝากซองให้ลูกน้องคุณแล้วนะคะ"
"ใคร? ทำไมให้คนนอกเข้ามานั่งอยู่ในห้องนี้?" แบร์ไม่ได้สนใจสิ่งที่พนักงานคนโปรดของไอ้โฬมพูด เขาสนใจเอแอลที่เข้ามานั่งอยู่ในห้องนี้ตอนนี้ต่างหาก มาได้ยังไง!
"อ๋อ น้องเขามาสมัครงานค่ะ หาเงินค่าเทอม"
"ค่าเทอม?" ค่าเทอมเหี้ยอะไร กูจ่ายให้ทุกบาททุกสตางค์ ขาดเหลืออะไรทำไมไม่บอก ทำไมต้องแอบมาหางานทำ?
แล้วลมห่าอะไรพัดให้แอลมาสมัครงานที่เลิฟเอกซ์ ไม่เข้าใจ
"มาแล้ว ๆ" โฬมดันประตูที่ปิดไม่สนิทเข้ามาในห้องทำงานของฝ่ายบัญชี เขามองเพื่อนรักสลับกับผู้หญิงแปลกหน้าในห้องและปิ่นอย่างงง ๆ
"มาอออะไรกันห้องนี้" ถามเพื่อนรักแต่มองไปทางผู้หญิงอีกคน
"มาเอาเงิน แล้วมึงมาทำไม?" แบร์ตอบกลับโฬมสีหน้าราบเรียบ พยายามไม่ให้อีกฝ่ายจับพิรุธได้ กระทั่งมันตอบ
"มาสัมภาษณ์งาน ว่าจะเช็กของ" หมายถึงตรวจเช็กร่างกายและภายในของอนาคตบัญชีคนใหม่ในร้าน
ยิ่งมาสมัครเป็นบัญชียิ่งต้องมีข้อต่อรอง
เลิฟเอกซ์เงินหมุนเวียนเยอะ ให้เข้าทำงานง่าย ๆ เลยคงไม่ได้
เขาอยากมีคลิปไว้คอยต่อรอง คอยบีบคั้น แบบนั้นมันดูสนุกดี
"เช็กอะไร มึงไปเคลียร์ที่โรงพยาบาลก่อน" ผู้หญิงคนนั้นโดนมันตบจนสลบ ต้องหามส่งโรงพยาบาล ควรไปเคลียร์ก่อนไหม ไม่ใช่จ้องจะปล่อยน้ำลูกเดียว
"มึงจะไปไม่ใช่เหรอ"
"เพราะมึงไม่ว่าง กูเลยจะไป แต่ถ้ามึงว่างมาเช็กของแบบนี้ กรุณาไปเอง กูจะไปทำอย่างอื่น"
"ไปทำอะไร เก็บของย้ายห้องเหรอ?" โฬมกระตุกยิ้มมุมปากถามเพื่อนรักอย่างกวน ๆ ก่อนจะแสร้งทำเป็นพูดเล่น ทั้งที่รู้จริง สายรายงานมาหมดแล้ว มันย้ายคนของมันออกจากห้องเดิมแล้ว
"ถ้ามึงว่างมาก หาอย่างอื่นทำบ้าง หรืออยากจะพักงานยาว ๆ บอกกูได้ จะจัดให้" จะใส่ให้ยับเอาให้นอนหยอดน้ำข้าวต้มเหมือนตอนที่ไอ้ขุนไอ้บูมกระทืบมันเลย สันดานเสียดีนัก
"ก็แค่จะมาทำข้อตกลงกับบัญชีคนใหม่ มึงจะอะไรนักหนา?"
"ไม่อะไรหรอก แต่เคลียร์เรื่องเก่าก่อนก็ดี"
"โอเค วันนี้ยังไม่คุย ไว้คุยวันอื่น" โฬมล้วงกระเป๋ากางเกงสองข้าง ไหวไหล่อย่างรำคาญ สาวเท้าไปทางที่ว่าที่บัญชีคนใหม่นั่งอยู่ ก่อนจะยื่นโทรศัพท์ตัวเองให้
"ขอไอดี เอาไว้คุยงาน"
"อ๋อ ได้ค่ะ" เอแอลพยักหน้ารีบรับโทรศัพท์มากดไอดีของตัวเองให้ ทันทีที่คืนโทรศัพท์ให้เจ้าของ แสงจากหน้าจอเธอก็สว่างจ้า ขึ้นแจ้งเตือน 'เพิ่มเพื่อนจากไอดีสำเร็จ'
"ฉันทักไปตอบด้วย งานดีเงินดี ไม่ได้มีให้ทุกคน" หุ้นส่วนใหญ่เลิฟเอกซ์กำชับ ไม่วายเนียนจับแก้มหญิงสาวแล้วเอามายืนดม ทำไอ้คนที่คอยขัดแข้งขัดขาหัวเราะรำคาญอยู่ในลำคอ
"จัดการให้ด้วยนะปิ่น"
"จัดการตัวมึงเองก่อน" แบร์พูดตามหลังคนมักมากที่อยากจะได้แม่งทุกคนในคลับอย่างเอือมระอา ปิ่นเองก็เป็นหนึ่งในคู่นอนของมัน อาจจะพิเศษหน่อยตรงที่ปิ่นทำงานดี เชื่อฟัง เชื่องนั่นแหละ ง่าย ๆ ไอ้โฬมมันเลยเลี้ยงไว้นาน
"ตอนนี้คุณโฬมไม่อยู่ คุณแบร์จะสัมภาษณ์เองไหมคะ" ปิ่นยิ้มแย้มถามหุ้นส่วนเลิฟเอกซ์อีกคนตรงหน้าแล้วชี้ไปทางรุ่นน้องที่มาวันแรกก็เห็นความวุ่นวายของหุ้นส่วนทั้งสองคน
"อืม ตามมาแล้วกัน" ตามมาในที่นี้ไม่ได้ให้ตามไปที่ห้องทำงานเขา แต่อยู่ในบริเวณห้องบัญชีนี่แหละ เพราะที่นี่ค่อนข้างเก็บเสียง ต่างจากห้องทำงานที่ไม่รู้ใครเป็นคนออกแบบ ออกแบบยังไงก็ไม่รู้ให้ได้ยินยันเสียงฝีเท้าคนด้านนอก กูละเชื่อมันเลย
แบร์เดินทิ้งระยะห่างจากปิ่นมานั่งที่โต๊ะว่าง ๆ พร้อมกับส่งสายตาให้ร่างเล็กนั่งเก้าอี้ตรงข้ามกัน
"อายุเท่าไหร่ ค่าเทอมกี่บาท เรียนกี่โมงถึงกี่โมง" เขาถามเหมือนไม่เคยรู้จักคนตรงหน้ามาก่อน ทั้งที่ในใจอยากจะลากแอลกลับห้องมันตอนนี้เลย
"อายุสิบเก้าค่ะ ค่าเทอมสามหมื่นปลาย ๆ เรียนบ่ายโมงถึงสองทุ่ม บางวันก็สามทุ่ม เร็วหน่อยหกโมงเย็นค่ะ" เอแอลก้มหน้าตอบ สองมือบีบเข้าหากันอย่างคนที่รู้อนาคตตัวเอง
คงไม่ใช่เรื่องดี และคงไม่ดีเอามาก ๆ ที่เฮียแบร์มานั่งสัมภาษณ์งานเธอแบบนี้ ทั้งที่ที่ผ่านมาเขาไม่เคยปล่อยให้เธอด้อยกว่าใครอื่นเลยด้วยซ้ำ
มีกระเป๋าออกใหม่ เขาก็ซื้อให้ ไหนจะรองเท้า นาฬิกา สร้อยคอ ต่างหู
ให้พูดไม่เกรงใจ เฮียแบร์ก็สายเปย์คนหนึ่งนี่แหละ
เปย์ทั้งของ ทั้งเงิน ไม่เคยให้เธอขาดเหลืออะไรเลย
"เงินไม่พอใช้เหรอ?"
"..."
"เวลาคุยกับผู้ใหญ่ ควรจะสบตา หลบตาแบบนี้มันดูไม่มีมารยาท"
"..." ประโยคกึ่งดุทำให้แอลยอมเงยหน้าขึ้นสบตา
"หรือเพราะมีคนให้ท้าย เลยเอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใครแบบนี้?"
"เปล่าค่ะ หนูแค่อยากหางานทำ อยากมีเงินเก็บไว้ใช้ในอนาคต" หญิงสาวตอบเสียงสั่นเล็กน้อย ยังคงสบตาคนตรงหน้าตาไม่กะพริบ จนเขาเท้าศอกลงบนโต๊ะ ขยับเก้าอี้มาชิดโต๊ะทำงาน โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้..
"เงินค่าขนมที่ให้ไม่พอใช้เหรอ?"
"..."
"ถ้ามันไม่พอก็หัดเอาใจฉันให้มากกว่านี้หน่อย จะได้ไม่ต้องออกมาหางานทำให้เหนื่อยแบบนี้" มาเฟียหนุ่มพูดเบา ๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน แต่กลับทำให้คนตรงหน้ามองตาไม่กะพริบ แก้มเริ่มแดงขึ้นเรื่อย ๆ
"..." เธอหายใจไม่ทั่วท้องทันทีที่ได้ยินน้ำเสียง แววตาที่เขามองมา รอยยิ้มที่มุมปากเฮียแบร์มันแปลกชอบกลจนเผลอยกมือมากุมท้อง
"เลือกเอาแล้วกัน ระหว่างทำงานที่นี่.."
"..."
"กับ กลับไปนอนรอฉันที่ห้อง"
"นะ..หนูขอทำงานได้ไหม" เอแอลอึกอัก พึมพำขอเสียงแผ่ว
"ฉันคงเลี้ยงเธอไม่สุขสบายจนต้องออกมาหางานทำ"
"เฮียแบร์.." ไม่ใช่แบบนั้น เธอไม่ได้คิดแบบนั้นสักนิด
"ในเมื่อเลือกจะทำงาน ก็อย่ามาตามหึงหวงฉันทีหลังแล้วกัน"
"..." ประโยคนี้ทะแม่ง ๆ ใช่เหตุผลที่บอกงานยุ่งไม่ว่างมาหากันบ่อย ๆ หรือเปล่า
"แค่ฉันพูดถึงคนอื่นเธอก็หน้าบึ้งแล้ว ถ้าเห็นฉันกอดคนอื่น แน่ใจนะว่าทนมองไหว?"
