บทที่ 1 ตอนที่ 1.1 ขอบฟ้า
ขอบฟ้า Part
ปี๊ดดด “ใครก้นแตะพื้นคนสุดท้ายลุกครับ จะลุกไหมอย่าคิดว่าผมไม่รู้ว่าคนไหนนะแต่ผมแค่อยากให้คุณแสดงสปิริตออกมาเท่านั้น นับสามนะครับ” ฝ่าเท้าภายใต้รองเท้าผ้าใบสีซีดของผมเดินเอื่อย ๆ ออกไปหารุ่นพี่ที่ยืนแหกปากหน้าแดงหน้าดำนับสิบคน โดยไม่เร่งฝีเท้าของตัวเองตามสายตากดดันของเหล่ารุ่นพี่แม้แต่น้อย
มันจะขู่ฟ่อ ๆ ทำไมวะในเมื่อก็เห็นกันอยู่ว่าขณะที่ทุกคนก้นแตะพื้นเป็นระเบียบเรียบร้อยกันหมด แต่มีเพียงผมคนเดียวที่ยังเดินเอื่อยเฉื่อยตั้งใจจะไปนั่งต่อท้ายจากไอ้โฬมอยู่แล้วเชียว
“คุณอีกแล้วนะขอบฟ้า คุณรู้ไหมว่านับตั้งแต่รับน้องวันแรกจนถึงวันนี้ ทุกครั้งที่มีการเรียกรวมพลคุณจะเป็นคิงของการมาสายตลอด แล้วนี่เนกไทไปไหนสิ่งสำคัญที่สุดของนักศึกษาปีหนึ่งคือเนกไทกับบัตรนักศึกษาไม่รู้หรือไง คุณเป็นนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์มาหนึ่งเทอมเต็ม ๆ แล้วนะทำไมต้องขยันฝ่าฝืนระเบียบอยู่เรื่อย!”
“ใจเย็นสิรุ่นพี่ เรื่องกฎระเบียบผมรู้ครับแต่เมื่อเช้ารีบเลยไม่ได้ถือติดมือมาด้วย ใครจะรู้ว่าเรียนมาเต็มเทอมแล้วยังต้องรวมพลยังกับตอนเป็นเด็กใหม่อะ งั้นรอแป๊บนะครับรุ่นพี่ ที่รักพรุ่งนี้เอาเนกไทมาให้ฟ้าด้วยนะครับ น่าจะหล่นแถวซอกเตียงมั้ง” ประโยคคำว่าที่รักถูกผมหันไปหยิบยื่นให้แตงกว่ารุ่นพี่ปีสามสาวสวยหน้าคมที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กับรุ่นเดียวกัน โดยไม่สนใจว่าจะมีท่าทีตระหนกตกใจของใครมีเสียงหวีดร้องเสียงพึมพำดังระงมมาจากใคร
สิ่งที่ผมให้ความสนใจก็แค่แก้มใสของแตงกวาที่มีสีแดงค่อย ๆ ปรากฏให้เห็น สุดท้ายเธอก็หันหน้าหนีบรรดาเพื่อน ๆ ที่พากันหันไปมองบ้างส่งเสียงกระเซ้าเธอบ้าง
“นี่นังขอบฟ้าอย่าบอกนะว่าแกคาบนังแตงกวาไปกินแล้ว โอ๊ย! ตั้งแต่มาเรียนที่นี่กี่คนแล้วที่แกยัดเขาลงท้องน่ะ เจ๊จะเป็นลมทำไมถึงซวยได้แกมาอยู่สายเดียวกันเนี่ย ไอ้เวย์เป็นเพราะมึงเลยไอ้น้องชั่วไอ้คนลำเอียง!”
“เฮ้อ! พอ ๆ ไชยะมึงเอาจุ๊บจิ๊บไปเก็บทีก่อนที่มันจะแถไปเรื่องนั้นเรื่องนี้หลอกให้พวกเราหลงทางจนลืมเรื่องที่เด็กในสายมันผิดระเบียบ นี่น้องขอบฟ้าครับผิดระเบียบครั้งที่เท่าไหร่แล้วเราน่ะ มานี่ซิมาคุยกันหน่อย” พี่หมีรุ่นพี่ปีสามตัวใหญ่เดินมาคว้าคอผมไปกอด แล้วรั้งให้เดินออกมาจากการถูกสายตารุ่นพี่หลายคนที่มองมาอย่างเอือมระอา โดยเฉพาะสายตาของไอ้เวย์พี่รหัสผมเอง
นายรันเวย์ อิสริยะ เขายืนเท้าเอวถอนหายใจเสียงดังราวกับจะส่งข้อความด่าผมมากับลมหายใจนั้น ส่วนคนที่จุดประเด็นจับผิดผมจนเป็นเรื่องเป็นราวอย่างนายมหาสมุทร ศิริณรงค์ฤทธิ์น่ะเหรอ มันก็เอาแต่ส่ายหัวไปมาขมุบขมิบปากพึมพำสงสัยจะด่าผมอีกตามเคย ไม่รู้จะจองเวรจองกรรมอะไรกับผมนักหนาวะ ทำอย่างกับว่าผมแอบไปนอนกับเมียมันยังไงยังงั้น
“ไหนบอกมาซิว่ามีปัญหาอะไรรึเปล่า ได้ยินจากจิ๊บว่าเรามาจากต่างจังหวัดใช่ไหมทำไมถึงไม่อยู่หอในล่ะ”
“ตกลงพี่จะถามว่าผมมีปัญหาอะไรหรืออยากรู้ว่าทำไมผมไม่อยู่หอในกันแน่อะ แน่ะ อยากรู้อยากเห็นเหมือนกันนะเราน่ะ ฮ่า ๆ ๆ ”
แปะ! “ปีนเกลียวกูใหญ่เลยนะ เดี๋ยวเถอะกูจะถีบมึงไปให้ฝูงไฮยีน่าเมื่อกี้รุมทึ้งอีก ว่าไงตอบได้หรือยังว่าทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาทำไม” เสียงแปะจากการถูกนิ้วแข็งแรงดีดหน้าผากเมื่อกี้ทำเอาผมเกือบอ้าปากด่ารุ่นพี่ปีสามคนนี้ซะแล้ว ดีนะที่ยั้งปากไว้ทันไม่งั้นอีกหลายแปะคงตามมาให้ได้ซี้ดปากแน่
“แหม จากพี่จากน้องเปลี่ยนเป็นกูมึงเลยนะเร็วไปไหมพี่ อีกอย่างผมไม่ได้เป็นเด็กมีปัญหาอะไรนะพี่หมี แต่ถ้าพี่จะใจกว้างตัดอคติออกไปพี่จะสังเกตเห็นว่าที่ผ่านมาผมถูกหาเรื่องจับผิดต่างหากอะ อย่าบอกว่าพี่ไม่รู้นะว่าพี่น้ำแกเกลียดขี้หน้าผมตั้งแต่รับน้องแล้วน่ะ ถึงวันนี้ผมจะผูกเนกไทหรือมาถึงเป็นคนแรกเดี๋ยวพี่แกก็ต้องหาเรื่องผมอยู่ดี”
“ไม่ใช่ว่าไม่สังเกตแต่ปกติแล้วไอ้น้ำมันไม่ใช่คนนิสัยเอาความชอบความเกลียดส่วนตัวมาปะปนกับเรื่องส่วนรวมนี่หว่า แล้วคนอย่างไอ้น้ำวัน ๆ มันเคยสนใจใครที่ไหน มันไม่รักไม่เกลียดใครมึงใส่ร้ายมันแบบนั้นก็เกินไปหน่อยนะ เอ๊ะ ๆ อย่ามาทำสายตาเหมือนว่ากูเข้าข้างมันโดยไม่ฟังคำกล่าวหาของมึงสิ งั้นกูเรียกมันมาเคลียร์ตรงนี้เลยดีไหมใครมีปัญหาอะไรข้องใจกันก็เคลียร์ให้จบ น้ำไอ้น้ำมานี่แป๊บซิ” ไอ้ห่าพี่หมีกูยังไม่ทันตกปากรับคำยอมเคลียร์กับพี่น้ำเลยนะเว้ย!
แล้วดูพี่หมีมันทำสิมันหันไปแหกปากกวักมือเรียกชายหนุ่มตัวสูงแต่ไม่หุ่นหมีเท่าตัวเอง ตัวเจ้าของชื่อก็หันมาเลิกคิ้วทำหน้าตาราวกับเบื่อหน่ายระดับสิบแต่ขายาวกลับเดินมาตามคำเรียกร้องของรุ่นพี่ซะงั้น
“มีอะไรอีกครับพี่หมีใครมีปัญหาอะไรอีกล่ะ วัน ๆ สร้างแต่ปัญหาไม่รู้ว่าจะเรียนจบพร้อมคนอื่นรึเปล่า”
“อ้าว พูดงี้ก็สวยสิพี่ เฮ้อ! คำพูดคำจาระรานคนอื่นไปทั่วแบบนี้ไม่รู้ว่าจะแก่ตายรึเปล่า” พอคนหน้าตายพ่นคำกล่าวหามาผมก็สวนกลับโดยไม่รีรอเช่นกัน เป็นไงเป็นกันสิวะโตกว่าแค่ปีเดียวแต่นิสัยเด็กฉิบหาย ด่าใครไม่ได้ก็มาลงแต่กับกูนี่แหละ!
“พวกมึงสองคนหยุดเลย ปากมึงสองคนนี่พอกันเลยนะไม่มีใครยอมใครสักทีด่ากันมาก ๆ เดี๋ยวกูจะเอาเข็มมาเย็บปากมึงติดกันซะเลย ตกลงจะยอมหยุดกัดกันไหม นี่ไอ้น้ำทุกทีกูไม่เคยเห็นมึงต่อปากต่อคำกับใครสักคนเลยนะ แล้วทำไมทีกับไอ้ฟ้ากูถึงเห็นมึงต่อล้อต่อเถียงกับมันได้ตลอดวะ”
“ก่อนที่พี่จะถามว่าทำไมผมถึงมีปฏิกิริยาอย่างนี้กับมันพี่ควรดูพฤติกรรมมันเองดีกว่า อ้อดูอย่างเปิดหูเปิดตานะไม่ใช่ปล่อยให้กายหยาบของมันล่อลวงจนเห็นดีเห็นงามกับมันไปซะทุกอย่าง” คำว่ากายหยาบมาพร้อมกับสายตาจับผิดที่จับจ้องผมตั้งแต่หัวยันตีน ไม่ต้องสบตาค้นคว้าหาดวงดาวในดวงตาคู่นั้นผมก็รู้ว่าแม่งหาเรื่องด่ากูอีกละ
“แล้วผมมีพฤติกรรมยังไงวะไหนพี่สาธยายให้ฟังหน่อยซิ ผมก็อยู่ของผมดี ๆ กิจกรรมทุกอย่างของคณะก็เข้าร่วมหมดแถมเวลาดวลเหล้าผมก็ไม่เคยทำตัวเป็นไอ้อ่อนให้เสื่อมเสียคณะเลยนะ
“ไม่เชื่อไปถามเจ๊จิ๊บดูได้วันก่อนเจ๊กับผมไปนั่งดวลสุราไทยกับพวกเด็กศิลป์พวกนั้นยังยอมยกมือกราบผมกับเจ๊จิ๊บอยู่เลย ถ้าไม่เชื่อจะดูรูปก็ได้” โทรศัพท์เครื่องเก่าตั้งแต่เรียนม.สี่ถูกควักมาหมายจะรื้อหาหลักฐานที่ว่านั้น แต่แรงกระตุกผมจากด้านหลังทำให้ต้องเงยหน้าด้วยความหงุดหงิดซะก่อน ไอ้เหี้ยตัวไหนกล้าเล่นหัวกูวะเนี่ย
ป๊าบ! “กูเองมึงไม่ต้องเตรียมอ้าปากด่าใครหรอกไอ้ฟ้า วัน ๆ หาแต่เรื่องให้กูปวดหัวอยู่ได้ น้ำมึงไปคุยกับน้อง ๆ ต่อทีที่เหลือกูจัดการเอง”
“ก็ดีกูก็เบื่อจัดการกับบางคนเหมือนกัน อ้อถ้าจะให้ดีมึงช่วยบอกน้องรหัสมึงด้วยนะว่าผมเผ้าน่ะหัดตัดซะบ้างเป็นผู้ชายดี ๆ ไม่ชอบรึไง หรือที่ปล่อยผมเผ้าให้ยาวเกินหน้าเกินตาผู้ชายแบบนี้เพราะอยากเป็นผู้หญิงกันแน่”
“ไอ้หะ! อุ๊บ! ” ยศศักดิ์ที่ผมกำลังจะสถาปนาให้รุ่นพี่ปากดีคนนี้ถูกเอ่ยออกมาแค่ครึ่งคำ แต่พอหวนนึกถึงตอนรับน้องใหม่ ๆ ที่ผมเผลอตัวฉะปากกับไอ้พี่ว้ากปากจัด วันนั้นแทบจะเรียกได้ว่าไอ้ขอบฟ้าคนนี้ถูกถีบจากท้องฟ้าให้ตกนรกเลยก็ว่าได้ เพราะหลังจากวันนั้นสิบวันเต็ม ๆ ผมต้องวิ่งรอบสนามฟุตบอลของคณะวันละสิบรอบ ขืนผมหลุดปากด่ามันอีกทีมีหวังคราวนี้โดนจัดวันละยี่สิบรอบแน่
“เมื่อกี้คุณจะพูดอะไรไหนพูดให้จบซิ อย่าคิดว่าเป็นน้องรหัสไอ้เวย์แล้วผมจะไม่สั่งซ่อมคุณนะจะพูดจะจาอะไรหัดมีสัมมาคารวะซะบ้าง”
“มีอะไรกันรึเปล่าคะ น้ำอย่าทำหน้าดุนักสิเดี๋ยวน้องก็ตกใจพอดี” ก่อนที่สถานการณ์จะเคร่งเครียดมากไปกว่านี้ ผู้หญิงหน้าตาสะสวยผมสีออกแดงสะท้อนกับแสงแดดดูแล้วน่าหลงใหลจนต้องมองซ้ำ ๆ ท่าทางกระฉับกระเฉงรูปร่างบอบบางภายใต้เสื้อช็อปสีน้ำเงินเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างคู่กรณีของผม
เสียงใสเอ่ยท้วงออกมาด้วยท่าทางไม่จริงจังเท่าไหร่นักแต่แววตาห้ามปรามจากดวงตาหวานคู่นั้นบ่งบอกว่าเธอ ให้ความสำคัญกับคำทักท้วงเมื่อกี้มากพอควรนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้คู่กรณีของผมถอนหายใจดังเฮือกก่อนจะเมินหน้ามองผ่านผมไป
“นั่นสิไอ้น้ำจะว่าไปคนที่ล้ำเส้นคือมึงนะ เรื่องหัวไอ้ฟ้าก็เป็นเรื่องของมันไหมมันจะผมสั้นผมยาวจะสกินเฮดก็เรื่องของมันมึงพูดแบบนั้นเท่ากับดูถูกลูกผู้ชายเหมือนกันนะเว้ย ที่กูพูดคือพูดในฐานะรุ่นพี่ในฐานะคนกลางที่อยู่ในเหตุการณ์กูไม่ได้หูหนวกตาบอดเพราะความสวยของไอ้ฟ้าเหมือนที่มึงว่าไว้หรอก น้องริต้าพาแฟนไปหาน้ำหาท่าดื่มเถอะไปพี่ว่าแฟนน้องริต้าน่าจะอารมณ์ไม่ดีอยู่ล่ะมั้ง”
“ค่ะพี่หมี พี่ขอโทษแทนน้ำด้วยนะคะน้องฟ้า” แววตาบ่งบอกถึงความจริงใจนั้นส่งผลให้ผมอดเผยรอยยิ้มตอบกลับให้เธอไม่ได้ คนอะไรวะน่ารักชะมัดเสียดายฉิบหายไม่น่าคิดสั้นมีแฟนอย่างไอ้พี่ปากคอเราะรายนั่นเลย
“จัดการเด็กของมึงด้วยล่ะเวย์อย่าให้ผิดระเบียบบ่อยมากนัก ไม่ใช่แค่นั้นอย่าให้มันโชว์เหนือด้วยการสาธยายเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวของตัวเองกับคนอื่นต่อหน้าที่สาธารณะด้วยยังไงก็หัดให้เกียรติผู้หญิงหน่อย กินในที่ลับมาไขในที่แจ้งแบบนี้ผู้ชายดี ๆ เขาไม่ทำกันหรอก
“พี่หมีอีกคนถ้าจะออกหน้าแทนมันก็ควบคุมพฤติกรรมมันให้ได้นะครับ ที่สำคัญคือผมไม่ใช่เพื่อนเล่นของคุณจำเอาไว้ขอบฟ้า” เมื่อต่อว่าทุกคนจนถ้วนหน้าแล้ว มหาสมุทรสุดยิ่งใหญ่ก็เดินกระแทกไหล่ผมกลับไปรวมกลุ่มกับเพื่อนตัวเอง โดยมีพี่ริต้าส่งยิ้มแห้ง ๆ ให้ผมก่อนจะวิ่งตามแฟนเธอไปติด ๆ แต่ไอ้พี่มหาสมุทรสุดลึกลับคนนี้เอาอะไรไปคิดว่าผมอยากจะให้พี่แกมาเป็นเพื่อนเล่นวะ มีเพื่อนปากจัดหน้าตายแบบนี้ผมขอบายดีกว่า
แปะ! “วันหน้าวันหลังมึงก็อย่าทำผิดระเบียบสิฟ้า เวลาเขาเรียกรวมพลกี่ครั้งแล้วที่มึงมาถึงเป็นคนสุดท้ายกี่ครั้งแล้วที่มึงลืมเนกไทบ้างลืมบัตรนักศึกษาบ้าง ใจคอมึงไม่คิดจะทำให้กูรู้สึกโชคดีที่มีมึงเป็นน้องรหัสบ้างเหรอวะ ขอให้นี่เป็นครั้งสุดท้ายนะฟ้าถ้ามีครั้งหน้ากูจะ..”
“จะตัดผมออกจากสายใช่ปะอยากทำอะไรก็ทำเลย ไม่ใช่ว่าผมไม่เคารพพี่ในฐานะพี่รหัสนะพี่เวย์ในฐานะนั้นผมให้ความเคารพพี่อย่างสุดหัวใจ ผมเองก็พยายามทำตัวเป็นน้องรหัสที่ดีอย่างเต็มที่แล้วเหมือนกันแต่สำหรับบางเรื่องและบางคนผมอาจจะดีไม่พอก็ได้ ขอโทษด้วยนะครับพี่หมีผมขอตัวก่อนนะ” เพราะพี่รหัสไม่ยอมพูดต่อให้จบสักทีว่าจะลงโทษยังไงบ้างสุดท้ายคนที่ต้องเอ่ยถึงโทษทัณฑ์นั้นออกมาก็คือตัวผมเอง
คำขอโทษถึงรุ่นพี่ปีสามอีกคนถูกผมเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกมือไหว้พี่หมี ใบหน้าสมกับเป็นผู้ชายจริง ๆ ของพี่หมีเผยรอยยิ้มให้ผมได้เห็น แต่เป็นผมเองที่หันหลังเดินหนีจากพี่รหัสและรอยยิ้มของพี่ปีสามอีกคน จุดหมายที่ปลายรองเท้าผ้าใบนำทางไปก็คือลานเกียร์วิศวะ ที่ที่ตอนนี้มีหลายชีวิตหันมามองผมเป็นทิวแถว
สายลมพัดผ่านจนผมต้องหันซ้ายแลขวาเพื่อมองหาต้นตอของความเย็นสบายนี้ แต่ก็พบแค่เด็กผู้ชายหน้าหวานคล้ายดังผู้หญิงผมสั้นทรงนักเรียนมัธยมปลายพลิ้วไปตามลมคนหนึ่ง เขาส่งยิ้มพร้อมกับมีเสียงกระซิบลอยมาตามสายลมเป็นข้อความบอกผมว่า
บางครั้งชีวิตมันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่มึงควบคุมไม่ได้ในโลกนี้ แต่สิ่งที่มึงต้องทำก็คือเตรียมตัวรับมือกับมันและอยู่กับมันอย่างเข้มแข็งที่สุดนะขอบฟ้า
