บทที่ 10 ตอนที่ 4.2 ข้อดีของความทุกข์
มหาสมุทร Part
“ไม่เกินวันสองวันนี้ห้องน้ำก็เสร็จเรียบร้อยต่อไปเราจะอัดงานห้องสมุดให้เต็มพิกัดนะ ไอ้เขื่อนกินยาแก้ไข้ดักไว้รึยังนี่แหละผลของความมักง่ายกูบอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามวางตะปูเรี่ยราด ดีนะที่คนเหยียบโดนเป็นมึงถ้าเป็นเด็ก ๆ มึงจะโดนเจ้าที่เจ้าทางที่นี่เล่นงานในข้อหาทำให้เด็กในพื้นที่เจ็บตัว”
“โถ่พี่หมีก็ซ้ำเติมผมซะเหลือเกินแค่ผมโดนเฮียน้ำด่าสติผมก็กระเจิดกระเจิงพอละ แล้วไม่ต้องห่วงว่าผมจะเจ็บไข้จนล้มหมอนนอนเสื่อนะร่างกายผมแข็งแรงเหมือนจิตใจน่ะ ของแบบนี้มันเป็นกรรมพันธุ์รุ่นสู่รุ่น” เสียงแตกของไม้ฟืนตรงหน้าในเวลาเกือบสองทุ่มถูกกลบด้วยเสียงคุยโวโอ้อวดของไอ้เขื่อนจนน่าหมั่นไส้
ทำเป็นพูดดีว่าแข็งแรงอย่างนั้นอย่างนี้แต่ดูสภาพมันตอนนี้สิอุณหภูมิแค่แปดองศามันยังหอบเอาผ้าห่มมาคลุมโปงอยู่หน้ากองไฟเลย นี่ถ้าใครอีกคนที่อยู่กรุงเทพมาเห็นสภาพแบบนี้ของมันเข้ามันคงโดนเขาหัวเราะเยาะเย้ยเอาแน่
“พี่หมีครับผมได้ยินผู้ใหญ่บ้านคุยกับคุณครูว่าวันที่ 2 มกราหมู่บ้านเขาจะมีพิธีมัดมือปีใหม่กันน่าสนใจนะพี่”
“จริงด้วยค่ะครูแสงไฟบอกว่าผู้ใหญ่ชวนพวกเราเข้าร่วมงานด้วยนะคะ หนูล่ะอดตื่นเต้นไม่ได้เคยแต่อ่านเจอถึงพิธีของชาวเขาบางเผ่าแต่ยังไม่เคยอยู่ร่วมในพิธีด้วยเลย ดีเนอะที่เรากลับวันที่ 4 กันไม่งั้นคงเสียดายแย่ที่ไม่ได้อยู่ร่วมงาน” คำบอกเล่าของรุ่นน้องชายหญิงปีหนึ่งผ่านเข้าหูมาแต่มือของคนข้าง ๆ ที่ยกแก้วกาแฟขึ้นมาดื่มต่างหากที่ผมสนใจอยู่ มันยกกี่รอบแล้ววะใจคอจะนอนตาค้างทั้งคืนหรือไงเดี๋ยวผมก็ให้มันเหมาเวรยันเช้าเลยหรอก
“เวย์แกกินเหล้าหรือกาแฟเจ๊เห็นแกยกเอา ๆ อย่าบอกนะว่าแกมีของดีแล้วแอบแดกให้เจ๊กับนังฟ้าแปลกใจกันสองคนน่ะ”
“อะเจ๊ชิมดูเองละกันถึงผมบอกไปเจ๊ก็ไม่เชื่อแถมยังหาว่าผมซุ่มเงียบอีก พี่หมีวานส่งให้เจ้จิ๊บหน่อยสิ” แก้วพลาสติกสีฟ้าถูกไอ้เวย์ยื่นข้ามหน้าผมไปให้พี่หมี อีกฝ่ายไม่รีรอจะให้ใครส่งต่อเพราะพี่จิ๊บในชุดนอนรุ่มร่ามทั้งเสื้อแขนยาวกางเกงขายาวสองสามชั้นลุกขึ้นมาคว้าแก้วไปดื่มลงคออึก ๆ แถมยังถือติดมือไปให้หลานรหัสตัวแสบที่ทำเป็นนั่งแอบอยู่หลังไอ้โฬม แต่แท้จริงแล้วผมเห็นหรอกว่าเขายกกระติกน้ำสีชมพูขึ้นกระดกไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ
“ขอโทษนะครับ ครูขอนั่งร่วมวงด้วยคนได้หรือเปล่า”
“เชิญเลยค่ะครูแสงไฟมานั่งกับจิ๊บตรงนี้สิคะ แหมคืนวันคริสต์มาสทั้งทีมีครูมานั่งอยู่ด้วยมันเข้ากับบรรยากาศจริง ๆ ข้างตัวมีครูแสงไฟข้างหน้าก็มีแสงจากกองไฟบรรยากาศแบบนี้เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม คิก ๆ ๆ” ครูหนุ่มเดินไปนั่งตามคำเชื้อเชิญของพี่จิ๊บเห็นแบบนั้นก็อดเป็นห่วงครูบนดอยคนนี้ไม่ได้ เพราะเท่ากับว่านั่งอยู่ท่ามกลางตัวพ่อตัวแม่แห่งวงการขี้เมาเลยนะนั่น มีเสียงขยับตัวเบา ๆ จากคนที่นั่งข้างผมไอ้ครั้นจะหันไปจ้องมองปฏิกิริยาของเพื่อนก็ใช่ที่
“ครูแสงไฟคะเมื่อกี้ริต้าได้ยินน้องบอกว่าที่หมู่บ้านจะมีงานปีใหม่กันเหรอคะ ทำไมไม่จัดวันที่ 1 กันล่ะ”
“ชาวบ้านที่นี่จะมีพิธีมัดมือปีใหม่กันน่ะครับ แถบนี้งานขึ้นปีใหม่ของแต่ละเผ่าแต่ละหมู่บ้านจะมีไม่ตรงกันขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละหมู่บ้านมากกว่า ปกติแล้วจะมีหลังฤดูเก็บเกี่ยวแต่ได้ยินผู้ใหญ่บ้านเล่าว่าบางปีอาจมีบ้างที่เริ่มต้นเก็บเกี่ยวหลังวันพิธีปีใหม่ของพวกเขา ถ้าไงเชิญน้อง ๆ ทุกคนด้วยนะครับ”
“ดูเหมือนว่าครูจะมีความสุขกับการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่นะอะไรตรงนี้ทำให้ครูมีความสุขเหรอ แต่เอ..ถ้าไม่เป็นการขวานผ่าซากจนเกินไปผมว่าครูพยายามทำตัวให้มีความสุขกับที่นี่ทั้งที่เหมือนคนอมทุกข์มากกว่า อย่าบอกนะว่าครูไปทำร้ายใครแล้วหนีคดีมาอยู่บนดอยอะ” ไม่รู้เป็นเพราะอิทธิฤทธิ์ของน้ำในกระติกหรือเป็นเพราะความค้างคาใจในบางเรื่องที่เป็นเรื่องของคนใกล้ชิดถึงทำให้ตัวปัญหาเริ่มทำการก่อกวนขึ้นมาอีกแล้ว
เพียะ! “นังฟ้านังสวยแต่หน้าแต่สมองกลวงไปถามครูเขาแบบนั้นได้ยังไงมึงดึงสติจากยาดอง อุ๊ย จากน้ำแดงแล้วใช้สมองอันน้อยนิดกับสายตาถั่ว ๆ ของมึงดูผู้ชายที่จิตใจแสนจะยิ่งใหญ่คนนี้สิ ครูแสงไฟอายุเพิ่งยี่สิบห้าใช่ไหมคะชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าแถมจบครูด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจิ๊บถามผู้ใหญ่มาค่ะ
“แล้วทำไมเขาต้องมาใช้ชีวิตอยู่บนเขาบนดอยแบบนี้ถ้าไม่ใช่เพราะจิตวิญญาณของความเป็นพ่อพิมพ์แห่งชาติที่มุ่งมั่นยืนหยัดเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ด้อยโอกาสน่ะ ต้องมีจิตใจเสียสละแค่ไหนถึงจะละทิ้งความศิวิไลซ์ในเมืองมาอยู่กับเด็ก ๆ บนนี้ได้มึงทำอย่างคุณครูได้ไหมล่ะ”
“ได้สิทำไมผมจะทำไม่ได้ อะโด่เจ๊ไม่รู้อะไรซะแล้วผมนี่แหละที่เกิดมาเพื่อเป็นบิดาแห่งความเสียสละให้มนุษยชาติอย่างแท้จริง ทุกคนจงเรียกผมว่าท่านขอบฟ้าบิดาเหล่านักบุญซะดี ๆ ”
“ปัญญาอ่อนทั้งคู่ว่ะไม่รู้กูมาอยู่ร่วมสายด้วยได้ไง” สิ้นคำท้าทายของพี่จิ๊บเด็กในปกครองของแกก็พรวดพราดลุกขึ้นยืนตบอกตัวเองพูดจาเสียงดังฟังชัดได้ยินกันทั่วหน้า โดยมีเสียงสบถเบา ๆ จากไอ้เวย์ที่เอ่ยถึงพี่รหัสกับน้องรหัสของมันด้วยถ้อยคำไม่น่าฟังนัก แต่ผมว่าที่ไอ้เวย์พูดน่ะจริงที่สุดแล้ว
“แต่บนนี้ไม่มีน้ำบำรุงเลือดลมให้มึงกินนะ ตกลงมึงจะมาจริงใช่ไหมกูจะได้ให้ชาวค่ายร่วมเป็นสักขีพยานในคำสัญญาของมึง ถ้ามึงผิดคำพูดเจ้าที่เจ้าทางที่นี่ต้องลงโทษมึงแน่!”
“หะ หา!! อะ เอ่อ ผมปวดขี้กะทันหันอะเจ๊ไอ้โฬมลุกสิวะ แน่ะ นั่งทำหน้าโง่อยู่ได้ถ้ากูขี้แตกขึ้นมามึงต้องเป็นคนซักกางเกงให้นะเว้ยกูยิ่งเอากางเกงในมาไม่กี่ตัวด้วย
“เฮ้ยลืม! แตงกวาที่รักฟ้ายังไม่ได้ปฏิญาณตนในคำพูดเมื่อกี้นะ แตงกวาไม่ต้องกังวลว่าฟ้าจะทิ้งให้แตงกวาอยู่บนโลกโสมมข้างล่างนั้นคนเดียว ถึงยังไงฟ้าจะดูแลแตงกวาจนกว่าฟ้าดินจะสลายแน่นอนแมรีคริสต์มาสครับที่รัก” มีเสียงโห่เสียงแซวจากชาวค่ายดังตอบรับกับคำพูดเลี่ยนหู แต่คิดว่าเจ้าตัวจะเขินอายเหรอคงมีแค่ฝ่ายหญิงเท่านั้นที่เก้อเขินจนยกมือปิดแก้มตัวเอง ส่วนตัวคนพูดกลับเดินผิวปากผ่านหลังผมไปทางห้องน้ำเก่าด้วยท่าทางอารมณ์ดีสุดขีด
“เขาว่าผิวปากตอนกลางคืนผีจะตบปากเข้า ระวังตัวไว้เถอะ”
“ไอ้หะ อะ เอ่อ พี่น้ำก็นะพูดจาไม่น่ารักเอาซะเลย แบบนี้ระวังนะผมจะยุให้พี่ริต้าเปลี่ยนแฟนสักวันน่ะ พลั่ก! ไอ้เขื่อนมึงลุกมาอีกคนสิกูรู้ว่ามึงปวดเยี่ยวจะเอาแต่นั่งห่อตัวใต้ผ้าห่มทำไมกูบอกให้ลุก!
“พี่เวย์ผมมีเรื่องจะปรึกษาเรื่องส่วนตัวเฉพาะสายรหัสเราน่ะลุกสิวะพี่มันสำคัญและด่วนมากนะ” และแล้วท่านขอบฟ้าบิดาของเหล่านักบุญก็ทั้งดึงทั้งลากทั้งบังคับขู่เข็ญเพื่อนตัวเองกับเพื่อนผมให้ติดสอยห้อยตามหายลับไปในความมืดสลัว แต่เสียงโหวกเหวกโวยวายด่าทอสาปแช่งใครที่ไม่ยืนรอหน้าห้องน้ำตามคำสั่งก็ยังคงดังฝ่าความมืดมาอยู่ดี
“กูชักจะชอบบิดาของนักบุญจริง ๆ ซะแล้วสิ น้ำถ้ากูขอน้องมันเป็นของขวัญวันคริสต์มาสไอ้เวย์จะมีปัญหาอะไรไหมวะ”
พลั่ก! “ไอ้เวย์มันมีปัญหาหรือไม่มีปัญหาไม่รู้แต่กูนี่แหละที่จะมีปัญหากับมึงก่อนไอ้ตาต้า!” พอไอ้ต้าพูดขึ้นมาพี่หมีก็สวนทั้งคำพูดและฝ่าเท้าถีบเข้าน่องไอ้ต้ากลับทันควันเช่นกัน
แก้วกาแฟตรงหน้าถูกผมยกขึ้นมาจิบเป็นครั้งแรก อืม คืนนี้เวรผมเฝ้ายามเป็นเวรแรกนี่หว่าอัดกาแฟแก้ง่วงสักหน่อยก็ดีนี่คือเรื่องที่ผมควรจะให้ความสนใจมากกว่าการถกเถียงของไอ้ต้ากับพี่หมีตั้งเยอะ บางเรื่องราวที่อยู่ตรงหน้าใช่ว่าจะมองไม่เห็นแต่ที่ไม่มองเป็นเพราะว่าสิ่งนั้นยังไม่ถึงเวลาที่ผมควรต้องมองเห็นมากกว่าครับ
