บทที่ 13 ตอนที่ 5.2 กลิ่นอายของสายลม
มหาสมุทร Part
“จะไปไหนมาเก็บผักให้เรียบร้อยเลย เฮ้ย อย่าดึงของเขาออกทั้งยวงแบบนั้นผมบอกให้ตัดออกแบบนี้ คุณนี่มันยังไงนะขนาดเรื่องเก็บผักแค่นี้คุณก็ไม่รู้วิธีเลยเหรอทำไมถึงไม่รู้จักเรียนรู้สิ่งรอบตัวบ้าง!”
“เอ้าผมไม่ได้นึกอยากเรียนวิศวะเพื่อเป็นคนปลูกผักนะครับรุ่นพี่ ถ้าผมอยากทำไร่ทำสวนจะมาเรียนวิศวะทำไม โอ๊ยเหนื่อย! แล้วทำไมรุ่นพี่ไม่บอกว่าต้องเดินมาไกลขนาดนี้วะ น้ำท่าก็ไม่ได้เตรียมมาแถมวันนี้ตะวันแม่งยังเป็นใจแสดงอิทธิฤทธิ์เหลือเกินร้อนฉิบหาย นี่มันหน้าหนาวแถมอยู่บนดอยนะค้าบคุณตะวัน! ไม่อยากเก็บละพี่จะทำก็ทำเถอะผมจะไปหารันเวย์”
หมับ! “อย่าเอาเรื่องนั้นเรื่องนี้มาอ้างที่แท้จะไปสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านมากกว่าล่ะสิ แน่ะไม่ต้องถลึงตาใส่ผมกิตติศัพท์คุณเป็นยังไงทำไมผมจะไม่รู้ ตั้งแต่เปิดเรียนมาหนึ่งเทอมผมว่านักศึกษาทั้งมหาลัยคงรู้จักคุณดีทุกคนแล้วมั้ง” เมื่อคนเสื้อยืดสีส้มหน้าตาเต็มไปด้วยหยดเหงื่อปามีดสั้นลงกับพื้นเพื่อตั้งท่าจะกระโดดไปหาไอ้เวย์กับคุณครูที่ใช้เวลาอยู่ด้วยกันตามลำพังอีกฝั่งของแปลงผัก ซึ่งอยู่ต่ำกว่าที่เรายืนอยู่โดยมีลำธารกั้นกลางระหว่างฝั่งนี้กับฝั่งที่เพื่อนผมอยู่
แขนขวาของผมก็รีบยกไปล็อกคอน้องของเพื่อนรั้งให้มายืนแนบชิดกันโดยไม่ได้ฉุกคิดอะไรทั้งนั้น เพียงชั่ววูบเดียวสายลมอ่อนพาดผ่านเข้ามาปะทะผิวกายเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนถูกปล่อยให้ปลิวตามลมเพราะหนังยางขาด แขนขวาผมล็อกคอตัวเขาไว้ในขณะที่สายลมพัดพาเอาปอยผมของคนที่โอบกอดให้คลอเคลียอยู่กับใบหน้าของผมเอง แขนซ้ายซึ่งไร้พันธะถูกยกมาสอดรอบเอวคนที่อยู่ภายใต้พันธนาการของผมเอาไว้อย่างเผลอไผล
“สบายดีไหมขอบฟ้า ชีวิตที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้างได้เจอความรักที่ดีบ้างหรือเปล่า”
“ผมสบายดี กาลเวลามีข้อดีของมันคือยิ่งโตมากเท่าไหร่ยิ่งทำให้ผมเข้าใจในความหมายของคำว่ารักมากขึ้น และเพราะเข้าใจผมถึงเลือกจะรักอย่างคนฉลาดที่ต้องรักตัวเองที่สุด”
“คิดได้อย่างนั้นก็ดีแล้ว อ้อ หันมาทางนี้สิผมมีอะไรให้ดู” ไม่ต้องออกแรงมากมายคนภายใต้อ้อมแขนก็หันไปตามทิศทางที่ผมเชื้อชวน แต่เป็นไปด้วยท่าทางแข็งทื่อราวกับหุ่นยนต์ยังไงยังงั้น
“คุณเห็นต้นไม้ใหญ่ต้นเดียวบนเนินที่อยู่เหนือเราขึ้นไปนิดหนึ่งไหม ถ้ายืนอยู่ตรงนั้นตอนพระอาทิตย์ขึ้นคุณจะรู้จักสวรรค์บนดิน มันเกินกว่าคำว่าสวยมากกว่าคำว่าสงบและหนักแน่นกว่าทุกที่บนผืนดินนี้ แต่ตอนนี้พระอาทิตย์ไม่รั้งรอมอบความสวยงามให้เราเห็นแล้ว มันผ่านไปผ่านไปและก็ผ่านไปโดยที่เราไม่มีโอกาสได้ยื้อช่วงเวลาที่สวยงามนั้นไว้แม้แต่น้อย
“เวลานี้ถึงจะไม่ใช่แสงแรกของพระอาทิตย์แต่ผมว่าโลกยังเมตตาหลงเหลือความงดงามบางอย่างให้เราได้มองเห็นอยู่นะ ความงดงามที่ชัดเจนมากที่สุด” ณ เวลานี้มีแต่ผมยืนจังก้าอยู่ด้านหลังของใครคนหนึ่งแขนที่ล็อกคอเจ้าตัวเมื่อกี้ถูกลดระดับลงมาเป็นสวมกอดเขาไว้ทั้งสองแขน สายตาไม่ได้จับจ้องทัศนียภาพจุดไหนของตรงหน้าเป็นจุดสำคัญ
ไม่ว่าจะเป็นความลดหลั่นของแปลงผักสีเขียวหรือแม้แต่ความสูงต่ำของต้นไม้บนภูเขาที่ทับซ้อนกันห่างออกไปสุดสายตา กลิ่นความเย็นจากไอหมอกบาง ๆ ยังมีให้ได้สัมผัสอยู่บ้าง มันบางเบาจนผมรู้สึกผ่อนคลายทำให้ชวนคิดไปว่าบนโลกใบนี้มีเพียงเรากับต้นไม้ใบหญ้าแค่นั้น
“อย่าลืมที่ผมเคยบอกคุณว่าไม่มีอ้อมกอดใครอบอุ่นและแข็งแกร่งเท่าอ้อมแขนของตัวเองอีกแล้วนะขอบฟ้า”
“เชื่อไหมว่านี่เป็นเรื่องเดียวที่ผมคิดเห็นตรงกันกับรุ่นพี่” ผมไม่รู้ว่าเจ้าของเสียงราบเรียบนี้เหม่อมองไปยังจุดไหนของความสวยงามตรงหน้าเราหรือบางทีเขาอาจจะไม่เปิดตามองด้วยซ้ำ แต่ที่รู้ก็คือไม่มีการผลักไสหรือดิ้นรน ไม่มีท่าทีแง่งอนหรือขึงขัง ไม่มีกลิ่นอายของความเจ็บปวดหรือคราบน้ำตา ไม่มีเสียงของความเสน่หาหรือความสุขใจ วินาทีนี้ไม่มีความรู้สึกรักใคร่ใด ๆ หลงเหลือให้เป็นเยื่อใยระหว่างเราทั้งคู่ ที่ตรงนี้มีเหลือแค่เพียงกลิ่นอายของสายลมบางเบาพัดผ่านเราสองคนไป โดยที่ผมไม่มีวันรู้เลยว่ามันจะพัดหวนกลับมาอีกครั้งหรือเปล่า
“เสร็จแล้วเว้ย!”
“กว่าจะเสร็จได้โคตรลุ้นเลยพี่ ผมนึกว่าจะไม่ทันซะแล้ว” บ่ายโมงของวันที่ 31 ธันวาคม เมื่อพี่หมีโยนแปรงทาสีลงถังแล้วหันมายืนจังก้าประกาศถึงความสำเร็จในครั้งนี้ เสียงปรบมือเสียงโห่ร้องไชโยก็ดังขึ้นพร้อมเพรียงกันจากทุกชีวิตในค่าย บัดนี้พวกเราทุกคนต่างยืนจ้องมองห้องสมุดยกพื้นขึ้นมาด้วยความสูงของบันไดเพียงห้าขั้น หลังคากระเบื้องสีน้ำเงินเข้มดูแล้วเข้ากันกับสีฟ้าอ่อนที่ทาทับลงบนผนังพื้นปูน
หน้าต่างไม้ใหญ่สองบานถูกเปิดอ้ารับลมมองเข้าไปเห็นถึงด้านในที่ยังคงเป็นห้องโล่ง ๆ เพราะยังไม่มีการนำหนังสือส่วนหนึ่งที่พวกเราได้รับบริจาคและบางส่วนที่ซื้อหามาจัดไว้ให้น้อง ๆ ต้องรอให้กลิ่นของสีเจือจางลงไปกว่านี้ก่อนพวกเราถึงจะนำชั้นวางและหนังสือเข้าไปจัดให้
ในห้องแห่งนี้เต็มไปด้วยสิ่งที่จะเป็นส่วนหนึ่งของจุดเริ่มต้นการเรียนรู้ให้กับน้อง ๆ ถึงแม้ขนาดของห้องสมุดไม่ใหญ่โตมากนักแต่ก็ไม่ได้คับแคบจนเกินไป ที่สำคัญมันถูกสร้างด้วยปูนมีการวางโครงสร้างที่มั่นคงแข็งแรงมากพอควร ผมหวังเหลือเกินว่าที่แห่งนี้จะสร้างประโยชน์ให้โรงเรียนจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลานของพวกเขา
“พี่สาวจ๋าเอฉื่ออยากเข้าไปข้างในจังเลย บ้านส้วยสวยเอฉื่อไม่เคยเห็นบ้านสวย ๆ อย่างนี้เลยจ้ะ”
“ตอนนี้ยังเข้าไม่ได้นะคะยังเหม็นสีอยู่เลยพรุ่งนี้เราค่อยเข้าไปพร้อมกันนะ เอฉื่อคะที่ตรงนี้จะเป็นทั้งบ้านทั้งโรงเรียนทั้งห้องสมุดให้หนูนะ ดูแลรักษามันเอาไว้ให้ดีในวันข้างหน้าที่ตรงนี้ก็จะเป็นที่ของลูกหลานหนูเหมือนกัน” คำสนทนาของเด็กหญิงชาวปกาเกอะญอกับเสียงคุ้นหูโดยไม่ต้องให้หันไปมองก็รู้ว่าพี่สาวของเด็กหญิงคนนั้นคือใครดังไม่ห่างจากที่ผมยืนสักเท่าไหร่ เด็กหญิงคนนี้ผมเห็นน้องตามติดคนที่เรียกว่าพี่สาวตั้งแต่วันแรก ๆ แล้วมั้ง ติดแจจนผมไม่อยากนึกเลยว่าถ้าพี่สาวของเด็กหญิงในชุดชาวเขาต้องกลับลงไปอยู่ในเมืองน้องจะเสียใจแค่ไหนกัน
ปี๊น ๆ “ผู้ใหญ่มาพอดีเลย น้องฟ้าไปตามคุณครูแสงไฟมาให้พี่ทีนะครับ”
“ตกลงชื่อทีหรือชื่อหมีกันแน่อะพี่” ถ้าคนเอ่ยประโยคยอกย้อนกวนตีนแบบนี้เป็นคนอื่นผมว่าต้องมีใครถูกพี่หมีสั่งซ่อมบ้างแหละ แต่พอดีคนเอ่ยคือคนที่ผมเห็นพี่หมีมักจะให้ความสนใจตั้งแต่อยู่มหาวิทยาลัยแล้วไงประธานค่ายปีสามถึงได้แต่เขกหัวเบา ๆ อย่างกับว่าถ้าเคาะแรงกว่านี้คนเจ้าปัญหาจะหัวร้างข้างแตกยังไงยังงั้น
“กูว่าไอ้พี่หมีจ้องจะแดกน้องมึงจริง ๆ ว่ะเวย์ ใจคอมึงจะไม่คัดค้านหน่อยเหรอวะนั่นน้องชายแท้ ๆ ของมึงนะเว้ย”
“ค้านพี่หมีเพื่อให้มึงเสียบแทนรึไงไอ้ต้า มึงคิดอะไรอยู่อย่าคิดว่ากูจะตามไม่ทันนะไอ้สัสต้า” เมื่อหันไปมองเพื่อนทั้งสองคนผมก็ต้องเลิกคิ้วให้กับแววตาไร้การล้อเล่นของไอ้ต้าเพื่อนที่เพิ่งได้รู้จักกันตอนเข้ามหาวิทยาลัย แต่ระดับความสัมพันธ์ถือว่าผมไอ้ต้าไอ้เวย์เราสามคนเป็นเพื่อนสนิทกันมากทีเดียว
ท่าทางของไอ้เวย์เองก็เช่นกันนับจากวันก่อนที่ผมปล่อยให้มันกับคุณครูได้อยู่ตามลำพัง ขากลับวันนั้นมันเอาแต่ยกเข่งที่มีผักบรรจุอยู่เต็มใบวางไว้บนบ่าแล้วเดินดุ่ม ๆ กลับโรงเรียนโดยไม่พูดจาอะไรสักคำ นอกจากสิ่งเดียวที่มันเหลือไว้ให้ผมกับน้องชายของมันได้ดูต่างหน้าก็คือดวงตาบวมก่ำไม่บอกก็รู้ว่าคงผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ไหนจะท่าทางเหมือนคนสิ้นหวังของผู้ชายคนหนึ่งที่เดินตามหลังเพื่อนผมไปช้า ๆ มันช้ามากจนแม้แต่ผมที่แบกเข่งผักตามหลังเขาไปยังกลับถึงโรงเรียนก่อนเขาตั้งนาน มันเป็นสัญญาณบอกว่าเรื่องของเขาทั้งคู่จะไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิมแน่นอน
