บทที่ 16 ตอนที่ 6.2 ในความฝัน

ขอบฟ้า Part

“อื้อ อึดอัดอะ” 

หมับ! “พี่กลัวว่าจะหนาวไงเลยต้องกอดเอาไว้ให้แน่น ๆ อุ่นขึ้นบ้างไหมครับ”

“อื้ออุ่น งั้นให้กอดแน่นกว่านี้อีกหน่อยก็ได้น้องฟ้ายังไม่หายหนาวเลย” คำร้องขอของผมถูกตอบรับมาโดยไม่มีอาการอิดออดอะไรทั้งนั้น

ท่ามกลางความหนาวเย็นที่มันเย็นจนจับขั้วหัวใจ ผมฝันว่ามีความอบอุ่นจากใครคนหนึ่งคืบคลานเข้ามาโอบล้อมตัวไว้จนผมต้องหันกลับไปฝังหน้าซุกอยู่กับไออุ่นจากซอกคอร้อน ๆ ในห้วงของความเคลิบเคลิ้มนั้นก็เผลอปล่อยตัวปล่อยใจให้แขนของตัวเองยกไปรั้งท้ายทอยใครคนนั้นให้ขยับมาใกล้ชิดกันอีกนิด

“มือหายเจ็บหรือยังพี่ขอโทษที่ปล่อยให้เหนื่อยนะครับ จุ๊บ”

“อื้อ อืมม” ฝ่ามือผมถูกริมฝีปากร้อนรุ่มไล่จูบไปทีละนิ้ว ทั้งที่อยากเปิดเปลือกตาทั้งสองข้างให้ลืมตาขึ้นมามองคนที่ผลักดันผมออกห่างแล้วใช้ริมฝีปากตัวเองพรมจูบใบหน้าไล่ลงมาคลอเคลียหยอกเย้าอยู่กับซอกคอ 

แต่ไม่ว่าจะใช้ความพยายามเท่าไหร่ผมก็ไม่สามารถทำได้ดังใจคิดไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์ของสาโทรสหวานหรือความนุ่มนวลที่มอมเมาสติผมอยู่กันแน่ แต่รู้แค่ว่าผมยินยอมจะเปิดริมฝีปากตัวเองรับปลายลิ้นชุ่มฉ่ำปริศนาให้เข้ามาทักทายหยอกล้อเล่นกันอย่างเพลิดเพลิน

“อ่าา อื้อ” 

“ชู่วว อย่าเสียงดังสิครับเดี๋ยวเพื่อนตื่นนะ” เมื่อปลายลิ้นของเขาผละออกไปนั่นเป็นโอกาสให้ผมหลุดปากเปล่งเสียงครางเพราะสัมผัสจากฝ่ามือที่วนเวียนล้อเล่นอยู่กับจุกนมทั้งสองของตัวเอง แต่ก็ต้องรีบขบเม้มริมฝีปากเอาไว้เพราะไม่อยากให้ใครตื่นมาพรากเอาความฝันรัญจวนครั้งนี้จากไป

ลำคอของผมเงยแหงนขึ้นเพื่อเปิดรับให้ปลายลิ้นชุ่มชื้นได้ไล้เลียอย่างเต็มที่ ตอนนี้ผมทำได้แค่ปรือตามองเงาตะคุ่มที่คร่อมทับไว้โดยที่ไม่คิดต้านทานอะไรเลย คนคนนี้เป็นใครไม่รู้แต่เพราะความอยากรู้ผมถึงพยายามฝืนความหนักหน่วงของร่างกาย เพื่อยกมือลูบไล้ชายคนที่คร่อมตัวฝังหน้าหมกมุ่นอยู่กับการดูดเลียนมทั้งสองข้างของผม

แต่ยิ่งฝ่ามือลูบคลำร่างกายใหญ่โตเต็มไปด้วยความแข็งแรงอีกฝ่ายก็ยิ่งมีเสียงกัดฟันเสียงสบถคำที่จับใจความไม่ได้ ความเยือกเย็นของอากาศวูบเข้ามาเพียงแวบเดียวก่อนที่ความอบอุ่นจากผ้าห่มจะปิดคลุมทุกอย่างเอาไว้ เปลือกตาก็หนักจนฝืนไม่ไหวสุดท้ายผมต้องยอมละความอยากเห็นเสี้ยวหน้าของคนคนนี้แล้วหลับตารับเอาความหวานละมุนของสัมผัสนุ่มนวลมาอย่างเต็มที่

สวบ! “เอ๊ะ! จะ เจ็บ” 

“ชู่วว ขอโทษครับ ซี้ดด อืมม อ้าขาอีกนิดนะ นะครับเมียพี่ จุ๊บ” วินาทีนี้ไม่รู้ว่าผมอยากจะทำอะไรกันแน่ระหว่างตื่นขึ้นมาแหกปากตะโกนคำว่าฉิบหายหรือขอฝังตัวเองไว้กับความฝันวาบหวิวนี้ต่อไป เพราะเมื่อปลายเท้าทั้งสองข้างอ้าออกกว้างตามคำเรียกขานอย่างออดอ้อน ความรู้สึกทั้งแฉะชื้นทั้งเสียวซ่านจนต้องขบเม้มปากเอาไว้ก็ประเดประดังเข้ามาเพราะถูกลิ้นซุกซนรุกรานในพื้นที่ที่ไม่มีใครสมควรได้เข้ามาเฉียดใกล้

“อือ อื้อ” ยิ่งถูกลิ้นร้ายตวัดเลียมากเท่าไหร่ผมก็ยิ่งกัดฟันเม้มปากตัวเองไว้มากเท่านั้น

แม่งเอ๊ยฝันเหี้ยอะไรจะเสียวได้สมจริงสมจังแบบนี้วะงานนี้บอกเลยว่าถ้าน้ำไม่แตกกูไม่ตื่นอะ ผมรู้สึกนะว่าริมฝีปากถูกยกยิ้มขึ้นมาให้กับความคิดทะลึ่งนี้ของตัวเองแต่อยู่ ๆ ความเพลิดเพลินก็ถูกถอดถอนออกไปแล้วความอึดอัดจนจุกเสียดกลับเข้ามาแทนที่ มันทั้งจุกทั้งเจ็บทั้งแสบทั้งอึดอัดจนอยากดิ้นรนให้หลุดพ้นออกจากพันธนาการนี้เสียที

“เจ็บ ฮะ ฮึก น้องฟ้าเจ็บจุกด้วย ฮึก” การกระทำรุกรานของคนในฝันหยุดชะงักไปมีเพียงความอบอุ่นจากอ้อมกอดแข็งแรงเข้ามาสวมทับแทนที่ ตัวผมเองก็ผวาเข้าสวมกอดเขาไว้แน่น ความอึดอัดจากการถูกบางอย่างรุกล้ำเข้ามาในร่างกายยังไม่จางหายไปไหน แต่ตอนนี้มันดันเกิดความสยิวจากการถูกหน้าท้องแข็งแรงถูไถอยู่กับไอ้ฟ้าตัวลูกเข้ามาแทรกซึมแทนเสียแล้ว

“อ่าา ฟ้าเสียว” ตั้งแต่สัมผัสแรกในความฝันผมนึกอยากจะให้ตัวเองพูดเสียงดังฟังชัดมากกว่านี้แต่ดูเหมือนว่าเสียงที่พูดออกไปมันดังขึ้นแค่ริมฝีปากเท่านั้นเอง แล้วสิ่งที่ค้างคาอยู่ก็ถูกดันเข้ามาจนผมรู้สึกว่าตัวเองเจ็บตัวแทบจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ ฟันคมถึงอ้างับกัดเข้าที่หัวไหล่หนาเต็มแรงเหมือนที่ฝ่ามือทั้งสองข้างกดจิกไปกับกล้ามแขนใหญ่ หา! แขนใหญ่ตัวใหญ่งั้นเหรอ?

“อ่าา ฟ้า เมียจ๋าเมียของพี่ จุ๊บ รู้ไหมว่าพี่รักฟ้าและจะรักฟ้าไปตลอดชีวิตของพี่” คำรักถูกกระซิบบอกอยู่ข้างหูพอจะอ้าปากทวงถามลิ้นร้ายก็สวนเข้ามากวาดต้อนหาลิ้นผมยกใหญ่ การเสียดสีของร่างกายเป็นไปอย่างเนิบนาบแผ่วเบาแต่ยิ่งบดเบียดเงียบกริบแบบนี้ใจผมยิ่งเต้นแรงยังไงไม่รู้

ร่างกายทุกอณูมันเกร็งเพราะความเสียวไร้ขีดจำกัดท้องน้อยหดเกร็งบีบรัดเอาน้ำคาวพุ่งออกจากปลายท่อ ในจังหวะเดียวกันนั้นร่างที่ทาบทับผมอยู่ก็บดเบียดเข้ามาเช่นเดียวกับความแข็งแรงของอ้อมแขนยิ่งโอบกอดรัดกายผมแน่นมากขึ้นกว่าเดิม

ในความเคลิบเคลิ้มนั้นผมได้ยินคำบอกรักอีกครั้งมันรู้สึกดีจนไม่อยากให้เจ้าของคำรักจางหายไปไหน แต่ความรู้สึกแบบนี้ชักจะไม่ค่อยดีแล้วสิเพราะเท่าที่จำได้ตอนนี้ผมมาออกค่ายอาสาอยู่ที่หมู่บ้านกลางป่ากลางดอยไม่ใช่เหรอวะ แล้วผมจะกล้าฝันเรื่องแบบนี้ในค่ายงั้นเหรอนี่มันไม่ปกติแล้วมั้ง ตัวผมเองก็ไม่ได้หมกมุ่นเรื่องแบบนี้มากเท่าไหร่ยิ่งคนในฝันเป็นผู้ชายที่ไหนไม่รู้ยิ่งไม่น่าเป็นไปได้

ฟ้ามึงต้องรีบตื่นเดี๋ยวนี้นะเว้ยถ้าเกิดคนที่กำลังพ่นลมหายใจอยู่กับซอกคอของมึง แถมยังมีของลับตัวผู้อลังการคาอยู่ในตัวมึงตอนนี้เป็นสัมภเวสีมึงได้มีผัวเป็นผีป่าผีเขาแน่เพราะงั้นมึงต้องตื่นเดี๋ยวนี้ขอบฟ้า!

“ฟ้า น้องฟ้าขอบฟ้าครับตื่นได้แล้ว ฟู่วว บอกแล้วว่าอย่าดื่มเยอะเป็นไงล่ะเมาไม่รู้เรื่องเลยสิ” เปลือกตาหนักอึ้งมาทั้งคืนกลับกระตุกและลืมตาขึ้นมองคนที่เป็นเหมือนฮีโร่คอยปลุกผมให้ตื่นจากความฝันอันแสนจะน่ากลัว

“พะ พี่หมีทำไมมาอยู่ที่นี่วะ” 

“ฟู่วว ตาเยิ้มแบบนี้ยังไม่สร่างล่ะสิท่า” รุ่นพี่ปีสามที่นอนตะแคงแนบแน่นใกล้ชิดกันจมูกโด่งนั้นแทบจะทิ่มตาผมอยู่แล้ว ลมหายใจร้อน ๆ เป่าฟู่ใส่หน้าผมอีกครั้ง แต่ในความมืดสลัวแววตาคู่นั้นมันลึกลับจนผมต้องเพ่งตาจ้องมองอย่างตั้งใจ มองเพื่อค้นคว้าหาบางสิ่งบางอย่าง ผมชักกลัวว่าที่ตัวเองคิดไว้มันอาจจะไม่ใช่อย่างนั้นเสียแล้วสิ

“มองทำไมจะไม่ลุกไปช่วยเขาทำกับข้าวเหรอนี่ตีห้าแล้วนะ”

“บอกมาก่อนสิว่าทำไมพี่มานอนตรงนี้วะ” เพราะตั้งแต่คืนแรกที่เรานอนนี่ผมก็ยึดด้านในสุดติดผนังห้องเรียนเป็นที่นอนของตัวเองถัดจากผมก็เป็นไอ้เขื่อนไอ้โฬม แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่พี่หมีจะมาป้วนเปี้ยนตรงนี้ในเมื่อพี่แกนอนอยู่อีกห้องนู่นแถมยังมาในคืนที่ผมฝันประหลาดเสียด้วย แต่สิ่งที่ชวนให้จิตตกคือผมรู้สึกถึงบางอย่างของร่างกายตัวเองที่ไม่ปกตินี่จึงเป็นที่มาของคำถามนี้

หมับ! “สงสัยอะไรนักหนาวะรีบลุกไปช่วยเขาที่ครัวได้แล้ว หรือจะนอนให้กกอย่างนี้ก็ได้นะจะได้ส่งไอ้โฬมไปช่วยแทนก่อนที่จุ๊บจิ๊บจะมาตามถึงที่ โฬม ไอ้โฬมตื่นสิวะถ้าไม่ตื่นกูสั่งวิ่งรอบหมู่บ้านนะเว้ย!”

พรึ่บ! “โอ๊ย! มาแค่เสียงผมก็ขี้หดตดหายแล้วพี่หมีไม่ต้องถึงกับส่งตีนหนัก ๆ มาทักทายด้วยก็ได้!” แสงไฟฉายถูกเปิดจากไอ้โฬมนั่นทำให้เห็นตำแหน่งที่มันนอนโดยมีคนอีกคนนอนคลุมโปงกรนเบา ๆ อยู่ข้าง ๆ คงเป็นไอ้เขื่อนนั่นแหละแล้วทำไมมันกับไอ้เขื่อนถึงได้ไปนอนไกลจากผมตั้งหลายก้าวแบบนั้นวะ

“นังฟ้ามึงย้ายก้นจากที่นอนออกมาเดี๋ยวนี้! นังขอบฟ้านังหลานแรดจะนอนให้ผู้ชายกกกอดจนตะวันแยงตูดรึไงหา!” ตอนนี้ไม่ได้มีแค่ไฟฉายจากไอ้โฬมที่กระตุ้นให้ผมตาสว่าง แต่ทั้งไฟฉายกระบอกใหญ่ทั้งเสียงตวาดแว้ดตามด้วยเสียงย่ำเท้าเดินมาหยุดยืนตรงหน้า สายตาไล่มองจากปลายเท้าไปยังมือสองข้างที่ยืนเท้าเอว เมื่อมองสูงขึ้นไปอีกนิดพอได้เห็นสภาพเจ๊จิ๊บผมก็สะดุ้งสุดตัวจนเผลอเบียดเข้าหาพี่หมีที่ยังคงนอนกอดผมเอาไว้

“จะ เจ๊ ไปทำอะไรมาทำไมสภาพถึงเหมือนโดนคนลากไปรุมโทรมอย่างนี้อะ”

“มึงยังมีหน้ามาถามกูอีกเหรอไอ้น้องชั่ว จำวีรกรรมเมื่อคืนของมึงไม่ได้รึไงถ้าไม่มีกูทั้งลากทั้งดึงทั้งหอบหิ้วมึงมานอนคิดว่าป่านนี้มึงจะได้นอนห่มผ้าอุ่น ๆ หลับฝันดีอยู่ตรงนี้เหรอหา! ฮึ อย่าบอกว่าหวังจะฝากผีฝากไข้กับเพื่อนมึงนะพวกมันทุกตัวที่นอนคลุมโปงอยู่ในนี้ยังเอาตัวเองไม่รอดเลย แต่ละคนเมายิ่งกว่าหมาแค่คลานสี่ขากลับมานอนได้ก็เป็นบุญของพวกมันแล้ว

“เหอะ นี่กูจะบ่นคนอื่นไปทำไมเนี่ยในเมื่อคนที่ฝากวีรกรรมเต็มหน้ากูแถมยังเป็นภาระให้กูคือมึงคนเดียวนังชั่ว!” ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนค่อย ๆ หลั่งไหลเข้ามาในความทรงจำพร้อมกับคำว่าฉิบหายก็พุ่งปะทะอย่างจังเช่นกัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป