บทที่ 17 ตอนที่ 6.3 ในความฝัน

ขอบฟ้า Part

เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวอันรางเลือนได้พอสมควรผมก็ต้องผละออกจากอ้อมแขนของพี่หมีมานั่งเกาหัวส่งเสียงหัวเราะแห้ง ๆ แก้เก้อออกไป ก็สิ่งที่จำได้คือเศษอาหารจากปากผมที่เกาะติดเต็มใบหน้าตื่นตระหนกของเจ๊จิ๊บ ยิ่งไปกว่านั้นผมยังกระโดดกอดผู้หญิงตรงหน้าจนล้มลุกคลุกคลานกับฝุ่นกับอ้วกทั้งคู่ แต่เอ.. เหมือนจะมีคนพาผมไปล้างตัวนะใครวะ?

“ฮึ จำความชั่วของตัวเองได้แล้วสิงั้นลุกไปช่วยกูทำกับข้าวเลย ส่วนความจัญไรของมึงกลับถึงกรุงเทพเมื่อไหร่กูจะคิดบัญชีเมื่อนั้น ลุก!” 

พรึ่บ! “รับทราบครับผม! โอ๊ย!” เมื่อรู้ว่ายังไม่โดนมือโดนตีนคนที่ลำยองยังเรียกเจ๊ผมก็รีบผลุนผลันลุกขึ้นทันทีแต่แล้วต้องทรุดนั่งทันควันเช่นกัน อาการทั้งแสบทั้งเจ็บทั้งปวดทั้งนอกทั้งในของช่วงล่างนี่มันอะไรวะ!

“หึหึ ฮ่า ๆ ๆ ไงล่ะมึงระบมไปทั้งตัวล่ะสิ จะไม่ให้ปวดทั้งตัวได้ไงในเมื่อมึงโดนพ่อมหาสมุทรสุดหล่อทั้งถีบทั้งลากถูลู่ถูกังไปเปิดซิงห้องน้ำใหม่โยนให้ไอ้เวย์ล้วงไส้สาดน้ำใส่มึงโครม ๆ มันอาบน้ำให้มึงไปด่ามึงไปด้วยตั้งครึ่งชั่วโมงสุดท้ายก็เป็นกูคนนี้แหละที่หอบหิ้วมึงมานอนนี่

“ส่วนนังแตงเน่าน่ะเหรอกูไม่ให้มันมาทำตัวเป็นนางฟ้าทั้งที่พวกกูเป็นซาตานกันหรอก งานนี้ถ้าเนื้อตัวมึงไม่มีรอยถลอกปอกเปิกกูจะกราบแทบตีนมึงเลยเผลอ ๆ ฟันมึงคงหลุดไปหลายซี่เพราะถูกพี่ชายแปรงให้ด้วยความเอ็นดูแล้วมั้ง หึหึ สมน้ำหน้า!” เพียงแค่ได้ยินประโยคบอกเล่าของเจ๊จิ๊บประกอบกับก้มสำรวจเสื้อผ้าของตัวเอง แล้วมั่นใจว่าก่อนเมาผมไม่ได้ใส่ชุดนี้ความกลัวจนเกือบบ้ากลับสลายหายไปหมดสิ้น งั้นเรื่องนั้นเป็นแค่ความฝันจริงสินะ

เฮ้อ ใจหายแวบเลยนึกว่าผมจะโดนลักหลับตอนเมาซะแล้ว แต่ฝันแบบนั้นมันโคตรน่ากลัวไม่ใช่เหรอวะ เจ้าป่าเจ้าเขาครับขออย่าให้ภูตผีตนใดมานึกพิศวาสผมจนไม่ยอมปล่อยให้ผมไปจากที่นี่เลยนะครับสาธุ!

เมื่อเสร็จสิ้นพิธีส่งมอบห้องสมุดโดยมีผู้ใหญ่และครูแสงไฟเป็นคนรับมอบ ตลอดจนการถวายอาหารเพลให้กับหลวงตาที่มาเจิมห้องสมุดได้ผ่านพ้นไปเรียบร้อย ในขณะที่ชาวบ้าน เด็ก ๆ รวมถึงเพื่อนร่วมค่ายกำลังเพลิดเพลินอยู่กับอาหารเที่ยงจากฝีมือทีมสวัสดิการของค่าย โดยมีหัวเรี่ยวหัวแรงคือแม่หลวงเมียผู้ใหญ่บ้านและแม่บ้านนับสิบที่พากันมาช่วยเราทำอาหารตั้งแต่หกโมงเช้าผมถึงได้ปลีกตัวเดินไปทางห้องน้ำตามลำพัง

ภาพความเหน็ดเหนื่อยในหลายวันที่ผ่านมานี้หลั่งไหลเข้ามาทีละฉาก จากห้องน้ำผุพังเพียงห้องเดียวกลับกลายเป็นห้องน้ำปูนสองห้อง สองเท้าเดินลัดเลาะไปทางด้านหลังของห้องสมุดฝ่ามือลูบไล้ตามผนังปูนสีฟ้าอ่อน ความเย็นของเนื้อปูนไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าจิตใจของผมหนาวสั่นเลยสักน้อยแต่ตรงกันข้ามผมกลับรู้สึกอบอุ่นปลาบปลื้มที่ตัวเองได้มีส่วนร่วมในความสำเร็จครั้งนี้

วิศวะJJJ รุ่นxx ร่วมใจทำให้น้อง สายตาพาให้ฝ่ามือลูบคลำไปตามตัวหนังสือที่เขียนลงบนผนัง ดวงตาจ้องมองสิ่งก่อสร้างที่มาจากฝีมือของพวกเราด้วยความตั้งใจจะเก็บทุกรายละเอียดเอาไว้เพื่อย้ำเตือนว่าครั้งหนึ่งผมเคยมายืนอยู่ที่นี่ในฐานะผู้สร้าง ด้วยใจปรารถนาว่าขอให้มีกลุ่มคนต่อ ๆ ไปมองเห็นความสำคัญของที่ตรงนี้แล้วสานต่อให้ที่นี่มีความเจริญเข้ามากล้ำกรายบ้าง ขอแค่มีน้ำไฟเข้ามาอำนวยความสะดวกให้พวกเขาก็ยังดี

แปะ! “มายืนยิ้มทำไมตรงนี้คนเดียววะ หรือยังไม่สร่างเมาคืนนี้จะถอนไหมล่ะจะได้เรียกไอ้เวย์ให้”

“พูดแล้วพูดเลยห้ามกลับคำนะเว้ยรุ่นพี่” แรงตบไหล่เบา ๆ มาพร้อมกับรูปร่างสูงใหญ่ของประธานค่าย แต่ทำไมผมไม่กล้ามองหน้าพี่หมีเต็มตาถึงแม้ว่าจะยังสนทนาพูดคุยกันได้เหมือนเดิมวะ

“แน่ใจนะว่าจะเมาอีกน่ะ ไม่กลัวเหรอ” 

“กลัว? กลัวไรอะหรือว่า..” เพราะเจอคำถามกำกวมผมถึงได้สอดส่ายสายตาไปรอบ ๆ แล้วอดขยับตัวเบียดคนหุ่นหมีไม่ได้ หรือพี่หมีเคยเจออะไรที่ไม่ควรเจอวะ

“แล้วฟ้ากลัวอะไรล่ะ” ฟ้า ชื่อที่ถูกพี่หมีพูดออกมาทำให้ผมนึกไปถึงความฝันเมื่อคืนทำไมสำเนียงคล้ายกันจังวะ ไอ้ผมก็ไม่ได้ปลื้มอะไรพี่หมีมากมายจนถึงขั้นต้องเก็บเอาพี่แกไปฝันแบบนั้นนี่หว่า

“หมีฟ้ามาอยู่นี่เอง ปะไปถ่ายรูปกันเถอะเมื่อกี้ถ่ายเป็นทางการไปแล้วแต่น้อง ๆ เขาอยากได้ภาพที่ไม่ใช่ทางการบ้างน่ะ”

“เอาสิฟ้าอยากมีรูปกับแตงกวาเยอะ ๆ วันหน้าจะได้มีหลักฐานให้ลูกดูว่าครั้งหนึ่งพ่อแม่เคยมาโรงเรียนนี้”

“ขอบฟ้าทำไมถึงชอบพูดให้แตงกวาทำหน้าไม่ถูกนักนะ!” ใบหน้าสวยของแตงกวามีสีแดงขึ้นทีละน้อย สุดท้ายก็แดงก่ำจนเจ้าตัววิ่งหนีไปพร้อมกับรอยยิ้มของผมที่มองตามความขัดเขินนี้ น่ารักดีแฮะ

“โอ๊ะ! ซี้ด” แต่พอจะวิ่งตามไปความแสบจากสิ่งที่ยังติดค้างในใจกลับเจ็บจี๊ดจนต้องหยุดยืนอยู่กับที่ ตกลงเมื่อคืนกูฝันไปหรือว่าเป็นเรื่องจริงวะเนี่ย

“ค่อย ๆ เดินสิฟ้าถ้าอาการไม่ดีเดินไม่สะดวกจะเดินถ่างขาก็ได้นะ เดี๋ยวจะบอกคนอื่นให้ว่าท้องเสียขี้แตกจนแสบตูด หึหึ” และแล้วคนที่เดินจากไปอีกคนก็คือผู้ชายหุ่นหมีปากหมา คนที่ผมสาบานไว้ว่าคอยดูเถอะสักวันหนึ่งกูจะเตะปากหมีให้แตกยับเยินสักที!

วันนี้วันที่ 2 มกราคมแล้วสินะเหลือเวลาเพียงแค่วันเดียวคือวันพรุ่งนี้ที่พวกเราจะได้อยู่ท่ามกลางความเงียบสงบอากาศที่บริสุทธิ์ แล้วต้องกลับไปสูดดมควันรถในเมืองเช่นเคย 

ตั้งแต่เช้ามืดพวกเราก็พากันยกขบวนมาร่วมพิธีมัดมือปีใหม่ของหมู่บ้านนี้ ทั้งเสียงหัวเราะใบหน้ายิ้มแย้มของผู้คนที่พบเห็นเป็นแรงกระตุ้นให้เรามีรอยยิ้มบนใบหน้าไปพร้อมกับพวกเขา พิธีการหลายอย่างตัวผมเองไม่เคยเห็นหรือไม่เคยแม้แต่จะให้ความสนใจศึกษาแต่วันนี้กลับได้มาอยู่ร่วมในเหตุการณ์ซะงั้น ถึงจะเป็นความไม่คาดฝันเล็ก ๆ แต่มันก็สร้างพลังงานให้ผมมากมายมหาศาลเชียวล่ะ

“พ่อหนุ่มจ๊ะนี่ชุดของชนเผ่าเราพ่อหลวงให้ป้าเอามาให้ คืนนี้หมู่บ้านเราจะมีงานเลี้ยงพ่อหนุ่มอย่าเพิ่งพากันกลับนะ”

“ขอบคุณครับแม่หลวง ยังไงเย็นนี้พวกผมขอรบกวนด้วยนะครับ” ช่วงบ่ายในขณะที่เรายังเดินไปตามบ้านทีละหลังเพื่อเฝ้าดูพิธีการ แต่สตรีหมายเลขหนึ่งของหมู่บ้านก็เดินมาพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนส่งตรงให้กับพ่อหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นรองประธานค่าย มีคำสนทนาอะไรต่อจากนี้ไม่รู้มันไม่ได้อยู่ในความสนใจของผม เพราะผมพุ่งความสนใจไปหาชุดชาวเขาที่อยู่ในมือของรองประธานต่างหาก เห็นแล้วอยากใส่สักครั้งว่ะ

“มองตาไม่กะพริบแบบนี้อย่าบอกนะว่ามึงอยากใส่ นี่กินเหล้าไปกี่แก้วแล้วถ้าคืนนี้มึงเมาอีกกูจะถีบให้ไปนอนอยู่หน้าเสาธงคนเดียวนะไอ้ฟ้า”

“มึงถีบกูได้ลงคอเหรอรันเวย์กูเป็นสายเลือดเพียงคนเดียวในโลกใบนี้ที่รักมึงที่สุดนะเว้ย ถึงแม้กูจะทั้งรักทั้งโกรธมึงก็เถอะ”

“เออ ๆ กูรู้ว่าไม่ใช่แค่โกรธแต่มึงเกลียดจนฝังใจล่ะสิ กูแค่อยากบอกว่าคนที่รักมึงที่สุดในโลกไม่ได้มีแค่กูนะฟ้าพ่อเองก็” แค่ไอ้เวย์อ้าปากจะเอ่ยถึงใครที่ผมไม่อยากรับรู้เรื่องราวของเขาสองเท้าผมก็เดินจากมันมาทันที ถ้าขืนยืนคุยต่อไปมีหวังว่าคงได้ทะเลาะกันอีกแน่

“เป็นอะไรหน้าหงิกหน้างออะเจ๊” 

“ก็ไอ้พวกนี้สิมันแย่งกันใส่จนกูรำคาญ ถามจริงเถอะเกิดมาพวกมึงไม่เคยใส่แบบนี้กันเลยรึไง ไอ้ไชยะมึงไม่ต้องเสียเวลายื้อแย่งเลยเอามานี่เดี๋ยวกูจัดการเอง! อะไอ้หมีในฐานะที่มึงเป็นประธานค่ายกูให้มึงใส่ชุดหนึ่งก็ได้

“เอ..ไซซ์เท่ากันทั้งสองตัวเลยนี่หว่างั้นอีกชุดให้พ่อรูปหล่อมหาสมุทรใส่ละกันจะได้เป็นหน้าเป็นตาให้กับค่ายของเรา ถ้าให้มึงใส่นะไชยะกูว่าเสื้อผ้าสวย ๆ พวกนี้คงถูกรังสีความสกปรกของมึงทับถมจนเปรอะเปื้อนชัวร์ น้องน้ำขาใส่เถอะนะคะเจ๊ว่ามันต้องเข้ากันกับน้องน้ำแน่ ๆ ” พี่ไชยะชายหนุ่มรูปร่างสูงโย่งใส่แว่นตาหนาเตอะถึงกับเบ้ปาก แล้วยัดชุดที่ผมเห็นยื้อแย่งกับเจ๊จิ๊บไปให้พ่อรูปหล่อของป้ารหัสผมด้วยหน้าตาหงิกงอกว่าเดิม

ส่วนพ่อรูปหล่อคนนั้นเมื่อเห็นท่าทีจริงจังของเจ๊จิ๊บจะทำอะไรได้ นอกจากถอนหายใจแล้วสะบัดเสื้อชาวเขาก่อนจะสวมใส่ทับเสื้อยืดแขนยาวของตัวเอง แล้วควักผ้าขาวม้าในเป้มาสวมทับกางเกงเพื่อถอดเปลี่ยนมันเสียตรงนั้น เหอะไอ้หน้าด้าน!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป