บทที่ 3 ตอนที่ 2.1 มหาสมุทร

มหาสมุทร Part

“เอาจะขึ้นรถกันได้หรือยังครับน้องถ้าใครชักช้าผมจะให้วิ่งตามรถนะ น้ำมึงดูน้อง ๆ ให้ทีเดี๋ยวกูมา”

“จะไปไหนวะอย่าบอกนะว่าไปดูแลหาข้าวหาน้ำเตรียมให้บางคนอีก” เห็นท่าทางไอ้เวย์เพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาตั้งแต่มัธยมปลาย ผมก็พอจะรู้ว่ามันคงรีบไปหาเสบียงเตรียมพร้อมให้เด็กบางคนที่ทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาอยู่แน่

“เออสิวะเดี๋ยวมันท้องว่างแล้วจะแสบท้องอีก เมื่อคืนกูว่าแม่งถูกเจ๊มอมยาดองทั้งคืนล่ะมั้งเห็นไอ้โฬมบอกว่ามันเพิ่งกลับมาตีสามนี่เอง กูไปก่อนนะฝากทางนี้ด้วย” พอคล้อยหลังไอ้เวย์ที่เดินลิ่ว ๆ ไปรื้อข้าวของในกระเป๋าตัวเองผมก็อดยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลาไม่ได้ ตัวปัญหากลับมาตีสามนี่เพิ่งตีห้าแสดงว่าคงยังไม่สร่างเมาแน่

“ไอ้ฟ้าเดินให้มันตรงทางเหมือนชาวบ้านชาวเมืองหน่อยสิวะเดี๋ยวพ่อมึงก็รู้ว่ามึงยังเมาค้างอยู่หรอก แล้วนี่ป้ามึงจะไปกับเขาไหวไหมเนี่ยรถจะออกแล้วกูยังไม่เห็นเงาหัวของป้ามึงเลยนะคนอะไรวะปิดเทอมปุ๊บชวนน้องเมาหัวราน้ำปั๊บ”

“เอิ๊ก! พูดมากกูลามคาญ ฟู่วว”

“ไอ้เหี้ยฟ้าไอ้ซกมกไอ้สันดานไม่ตรงกับปก! มึงจะเรอจะเป่ากลิ่นยาดองในปากใส่กูทำไมไอ้เหี้ย! สกปรกซกมกแบบนี้เสียดายหน้าตาของมึงชะมัด” แค่ได้ยินเสียงไม่ต้องหันไปดูเจ้าของการสนทนาคู่นั้นผมก็รู้ว่าคือตัวปัญหากับไอ้เขื่อนลูกพี่ลูกน้องของผมแน่ แต่เสียงอ้อแอ้ของน้องรหัสไอ้เวย์นี่สิที่เรียกความไม่พอใจตีตื้นขึ้นมาเรื่อย ๆ

เห็นไหมผมบอกแล้วว่ามันคือตัวปัญหา เพราะขนาดรู้ว่าวันนี้ต้องเดินทางไกลถึงจังหวัดเชียงใหม่แต่เมื่อคืนมันยังกอดคอกินยาดองกับรุ่นพี่ปีสามสายรหัสมัน แถมยังมีภาพที่มันแก้ผ้าแก้ผ่อนเกือบล่อนจ้อนโชว์ไปทั่วเฟซบุ๊กอีกด้วย

ขวับ! “ถ้าใครทำตัวมีปัญหาในขณะการเดินทางหรือตลอดการออกค่ายอาสาครั้งนี้ กลับมาผมจะให้คุณซ่อมทั้งเดือนแน่!”

“โอ๊ะ! ตกใจหมดเลยค้าบ พี่จะจริงจังไปถึงไหนเราไปออกค่ายอาสาไปทำความดีไปทำประโยชน์ไม่ได้ไปเข้าค่ายสวดมนต์นั่งวิปัสสนาสักหน่อย เอะอะซ่อมเอะอะซ่อมถามจริงเถอะเป็นญาติพี่เบิร์ดหรือเปล่าเนี่ยอะไร ๆ ก็ซ่อมด้าย” เพราะตั้งใจจะหันไปขู่ให้อีกฝ่ายรู้จักอยู่ในกฎระเบียบบ้าง แต่ใบหน้าแดงก่ำดวงตาปรือปรอยเสียงอ้อแอ้นั้นก็ยังไม่มีการยอมความแม้แต่น้อย ปอยผมที่คลอเคลียอยู่ตามต้นคอลงมาเกือบถึงไหล่นั่นอีกเห็นแล้วขัดหูขัดตาชะมัด

“ขอโทษทีพี่ ไอ้ฟ้ามันยังเมาอยู่น่ะอย่าถือสาเลยเดี๋ยวผมคอยดูมันเอง”

“ม่ายต้องดูกูโตแล้วเว้ย นี่เพ่น้ำหมดเทศกาลรับน้องแล้วปะเลิกตีเข้มเถอะมันไม่เท่หรอกเชื่อผมเหอะ แต่ถ้าพี่ไม่รู้จะทำตัวยังไงให้รุ่นน้องนับถืองั้นเอางี้มาใกล้ ๆ สิผมจะแนะนำให้ เอิ๊ก! ฟู่ววว ฮ่า ๆ ๆ ชอบไหมพี่ลมหายใจของความคิดถึงนี่ผมอุตส่าห์เก็บไว้เพื่อมอบให้พี่ด้วยตัวเองเลยนะเว้ย ไอ้เขื่อนมึงดูหน้าพี่ว้ากจอมเฮี้ยบสิวะสงสัยจะซาบซึ้งใจในความคิดถึงของกู ฮ่า ๆ ๆ โอ๊ยกูขำจนน้ำตาไหลเลยสัส” ร่างกายผอมเพรียวสวมเสื้อยืดคอวีสีฟ้าอ่อน กางเกงยีนสีซีดมีรอยขาดช่วงเข่าถึงขาอ่อนจนสภาพไม่น่าจะเรียกว่ากางเกงได้

รองเท้าผ้าใบสีขุ่นเดินใกล้เข้ามาก่อนที่สองแขนเรียวจะยกมาโอบรั้งคอผมให้โน้มลงไปใกล้ชิดกับคนตัวสูงแค่ปลายคางของผม จากนั้นมันก็ทำการปล่อยเสียงเรอแถมพ่นลมปากที่คละคลุ้งไปด้วยสารพัดกลิ่นเข้าจมูกผมเต็ม ๆ แล้วเจ้าตัวก็ถอยกลับไปยืนโอนเอนชี้ไม้ชี้มือส่งเสียงหัวเราะมาทางผม แต่เรื่องอะไรผมจะยอมให้เด็กมันปีนเกลียวแบบนี้ล่ะ

หมับ! “อืม ผมได้รับความคิดถึงของคุณแล้วนะขอบฟ้า แต่โทษทีที่คงรับไว้ไม่ไหวเพราะความคิดถึงของคุณมันหนักเกินไปจนผมเหนื่อยน่ะ งั้นผมขอคืนให้คุณเลยแล้วกัน ฟู่วว” เพียงก้าวเท้าแค่สามก้าวมือขวาผมก็คว้าคอขี้เมารั้งให้เจ้าตัวมายืนชิดติดกันก่อนจะก้มไปกระซิบส่งความคิดถึงคืนให้เจ้าตัว

ลมหายใจถูกพ่นออกจากริมฝีปากตัวเองกระทบลงกับขนตางอนของคนที่ยืนเงยหน้าสบตากลับมา ในแววตาคู่นั้นมันมีอะไรแฝงอยู่มากมายแต่ความมากมายที่ผมรับรู้ด้วยความมั่นใจอย่างหนึ่งก็คือ ผมไม่สามารถสัมผัสได้เลยว่าจักรวาลอันกว้างใหญ่ในความนึกคิดของเขาจะมีเรื่องราวในอดีตสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันหรือการคาดเดาไม่ได้ในอนาคตอยู่บ้างไหม

“อุ๊บ! อ้วกก!!”

“เฮ้ยไอ้ฟ้า!!”

“ว้ายนังฟ้านังหลานไม่รักดีใครบอกให้มึงอ้วกออกมาหา! ดูสิยาบำรุงเลือดลมที่กูอุตส่าห์หามาให้มึงบำรุงผิวพรรณไหลคืนสู่ปฐพีหมดแล้ว ไป ๆ ไปบ้วนปากบ้วนคอก่อนที่กูจะตบกะโหลกมึงให้สร่างเมา น้องน้ำคะเจ๊ขอตัวนังหลานทรพีก่อนนะคะเดี๋ยวจะขึ้นรถกับเขาไม่ทันแล้วจะลำบากกันทั้งขบวนค่ะ

“เวย์ รันเวย์มาช่วยเจ๊หิ้วนังฟ้าไปล้างปากหน่อยเร็ว อย่าให้ข่าวนี้กระจายนะยะเดี๋ยวเฮียเทพจะกริ้วเอาที่เรามีตัวอ่อนอย่างนังฟ้าเป็นจุดบอดของสาย” แค่อึดใจเดียวที่สบตากันไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำแต่ไอ้ตัวปัญหามันกลับสร้างปัญหายิ่งใหญ่ให้ผม โดยมีพี่กับป้าสายรหัสของมันช่วยกันทั้งลากทั้งดึงพามันไปโก่งตัวอาเจียนเกาะติดอยู่กับถังขยะ แล้วดูสิ่งที่มันทิ้งไว้ให้ผมสิ

“ผมว่าพี่ถอดรองเท้าออกมาล้างดีไหมเดี๋ยวก็ขึ้นรถแล้วไม่ต้องใช้รองเท้าหรอก มันแค่อ้วกเป็นน้ำดีแค่ไหนแล้วที่ไอ้ฟ้าไม่มีเนื้อติดมาให้พี่ด้วยน่ะ”

ฟึ่บ! “นี่วีรกรรมเพื่อนมึงเพราะงั้นมึงตามเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวให้มันด้วยละกัน อย่าให้เหลือกลิ่นที่เพื่อนมึงทิ้งไว้กับรองเท้ากูนะเขื่อน ไม่งั้นกูรับรองได้ว่าตลอดกิจกรรมนี้มึงกับเพื่อนไม่มีโอกาสได้ก้นแตะพื้นเกินสามนาทีนอกจากตอนนอนแน่” รองเท้าผ้าใบสีดำคู่เก่งถูกผมสลัดให้ไอ้เขื่อนรับช่วงต่อ ก่อนจะเดินผ่านหน้ามันไปโดยไม่สนใจว่ามันจะรับอย่างเต็มใจหรือเปล่า

ขนาดล้อรถยังไม่ทันหมุนผมก็ต้องพบเจอกับปัญหาและอุปสรรคขนาดนี้ แล้วตลอดกิจกรรมสิบกว่าวันที่เหลือผมจะมีพลังงานรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ไหม?

บทก่อนหน้า
บทถัดไป