บทที่ 8 ตอนที่ 3.3 จากขอบฟ้าสู่รันเวย์
ขอบฟ้า Part
เอฉื่อฉี่เสร็จแล้วจ้าพี่สาว!”
“ฮ่า ๆ ๆ มึงนี่เป็นพี่สาวคนสวยขวัญใจของเด็กที่นี่จริง ๆ ไอ้ฟ้า”
“พี่สาวบ้านพ่องมึงสิไอ้โฬมล้อกูเข้าไปเถอะสาธุกูขอให้ชาตินี้มึงไม่มีเมียแต่จงมีผัวไปเลย อืมงี้ดีกว่าเจ้าป่าเจ้าเขาที่ปกปักรักษาที่นี่ครับ ในเมื่อพวกผมมาทำคุณประโยชน์ให้กับที่ตรงนี้งั้นผมขอรางวัลเป็นหนุ่มเหนือตัวดำให้เป็นเนื้อคู่ของเพื่อนผมสักคนเถอะสาธุ!” ไอ้เขื่อนที่มือขวาถือค้อนตอกตะปูอยู่ถึงกับรีบส่งค้อนให้พี่ไชยะแล้วตบมือยกนิ้วกดไลก์ให้กับคำขอของผมทีเดียว
ไม่ใช่แค่ไอ้เขื่อนคนเดียวนะเกือบทุกชีวิตที่อยู่บริเวณนี้ต่างพากันยกมือท่วมหัวสาธุโดยพร้อมเพรียงกันทั้งนั้น จะมีก็แค่บุคคลต้นตอตัวประเด็นอย่างไอ้โฬมที่เอาแต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันพร้อมกับสาปแช่งผมทางสายตาไปด้วย
“หึหึ ท่านเจ้าป่าครับกระผมไม่อยากสร้างความวุ่นวายรบกวนท่านเหมือนที่เพื่อนผมทำหรอกครับ แต่ด้วยผลบุญที่ผมได้ทำมาทั้งชีวิตนี้ผมขอให้ผลบุญนั้นจงหนุนนำให้เพื่อนกระผมนายขอบฟ้า วรโชคอนันต์ จงลงเอยกับเนื้อคู่ที่เคยพลัดพรากจากกันไปขอให้สายลมหอบพัดเขาทั้งสองได้หวนกลับมาหากันอีกครั้งเถอะครับ
“แล้วหลังจากนั้นไม่เกินสิบห้าปีกระผมจะนำหมูเห็ดเป็ดไก่พร้อมด้วยของคาวของหวานข้าวตอกดอกไม้มาถวายท่านชุดใหญ่ด้วยตัวเอง รวมถึงจะมาพร้อมกับนายขอบฟ้าและสามีของมันด้วย หากแม้คำขอของกระผมบังเกิดเป็นความจริงขึ้นมาขอให้ท่านเจ้าป่าได้โปรดแสดงอภินิหารให้กระผมชื่นชมด้วยเถิดครับ เพี้ยง!” ฟิ้ววว จู่ ๆ เศษใบไม้ใบหญ้าที่อยู่บริเวณนั้นก็ถูกสายลมจากไหนสักที่พัดเข้ามาจนปลิวว่อนทั้งเศษใบไม้เศษฝุ่นเต็มไปหมด แล้วทุกอย่างก็สลายไปในช่วงอึดใจเดียวเช่นกัน
แต่สิ่งที่ผมให้ความสนใจคือขนแขนที่ลุกชันนี่ยังไม่นับรวมขนหน้าแข้งสั้น ๆ ไม่ดกดำเหมือนเพื่อนผู้ชายคนอื่นแต่มันกำลังขนลุกขนพองอย่างพร้อมเพรียงจนผมอดขยับตัวเดินไปคว้ามือเด็กหญิงเอฉื่อมากุมไว้ไม่ได้
“ลมจากไหนวะหอบมาทั้งฝุ่นทั้งใบไม้แล้วเนี่ย ไอ้ฟ้ามึงระวังตัวไว้เถอะเมื่อกี้ตอนที่ไอ้โฬมอธิษฐานกูเห็นมันทำครบถ้วนกระบวนความกว่ามึงอีก ขนาดขาดแค่การจุดธูปบอกนะเว้ยท่านยังแสดงอิทธิฤทธิ์ให้เห็นขนาดนี้เลยนี่ถ้าไอ้โฬมมันจุดธูปขอเป็นเรื่องเป็นราวกูว่าไม่ทันลงเขาสายลมก็พะ”
“ไอ้เวย์มานี่หน่อยด่วนมาก!” ยังไม่ทันที่ไอ้เขื่อนจะกล่อมประสาทผมจบรองประธานค่ายก็เดินมาเรียกพี่รหัสของผมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ความอึดอัดเจือปนด้วยความกังวลใจบางอย่างจากรองประธานทำให้ผมเลือกจะหุบปากตัวเองแล้วมองตามแผ่นหลังของคนทั้งคู่ที่เดินไปทางหน้าเสาธง อ้าวแล้วมอเตอร์ไซค์ใครจอดอยู่วะ
“นั่นรถเครื่องครูแสงไฟครูมาแล้ว พี่สาวไปหาครูแสงไฟกันเถอะ” ไม่มีการขัดขืนอะไรจากผมเมื่อถูกแรงเบา ๆ ของเด็กหญิงตัวน้อยฉุดลากให้เดินไปทางหน้าเสาธง จุดเดียวกับที่รองประธานค่ายพี่รหัสและดูเหมือนจะมีพี่หมีประธานค่ายยืนล้อมวงอยู่ด้วยเหมือนกัน
“แล้วครูอยู่ไหนอะ เห็นเอฉื่อบอกว่าครูแสงไฟมาแล้วนี่นา”
“มาถึงก็ถามหาชู้ต่อหน้าต่อตาพี่เลยนะน้องขอบฟ้า จะถามหาผู้ชายอื่นก็รักษาน้ำใจพี่บ้างสิวะ” ถึงประโยคคำถามของผมเมื่อกี้จะไม่ได้เจาะจงว่าต้องการเอาคำตอบจากใครแต่ไอ้ประธานหน้าหมีตัวหมีก็เป็นคนเสนอหน้ากวนตีนมาอีกละ แล้วพี่น้ำกับพี่เวย์มันซุบซิบอะไรกันวะท่าทางเคร่งเครียดชะมัดโดยเฉพาะพี่รหัสของผมคิ้วดกดำของมันขมวดจนชนกันแล้วนะนั่น
“ขอโทษที่มาช้าไปหลายวันนะครับ อาการของครูใหญ่ไม่ค่อยดีผมเลยต้องดูแลท่านไปก่อน” เสียงทักทายดังมาจากด้านหลังของพี่น้ำกับพี่เวย์ เพราะสังเกตได้ถึงความผิดปกติของพี่รหัสมาก่อนหน้านี้ ผมจึงไม่พลาดโอกาสจะได้เห็นกับตาทั้งคู่ของตัวเองว่าพี่เวย์มีสีหน้าตกใจขึ้นมาแวบหนึ่งก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความดุดันปะปนกันกับความเยือกเย็น ฝ่ามือสองข้างถูกกำเข้าหากันจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน ทุกอิริยาบถของพี่เวย์ถูกผมบันทึกใส่สมองอย่างถี่ถ้วนมันต้องมีอะไรแน่ ๆ
“สวัสดีครับคุณครูผมเป็นประธานค่ายเรียกว่าหมีก็ได้ครับลุงผู้ใหญ่แจ้งรายละเอียดกับคุณครูแล้วใช่ไหมครับ เออนี่เพื่อนกับรุ่นน้องผมเองคนนี้ชื่อไชยะแล้วนั่นน้องฟ้าแฟนผม ส่วนสองคนที่ยืนหันหลังนั้น เฮ้ย มึงสองคนหันมาสวัสดีครูเขาด้วยสิวะอย่าทำให้เสียชื่อเรื่องความอ่อนน้อมถ่อมตนที่ต้องมีอยู่ในตัวของวิศวะทุกคนทุกรุ่นในมหาลัยเรา!” ตึก ๆ ๆ ๆ ถ้าตอนลุ้นผลสอบผมรู้สึกตื่นเต้นยังไงให้ตายเถอะวินาทีนี้ผมรู้สึกตื่นเต้นมากกว่านั้นเป็นร้อยเท่า ตื่นเต้นจนไม่อ้าปากโต้แย้งกับคำว่าแฟนที่ไอ้พี่หมีมันยัดเยียดเมื่อกี้สักคำ
“วะ เวย์!!” แม่งเอ๊ยกูว่าแล้ว!! แค่รุ่นพี่ทั้งสองหันไปทางคุณครูตามคำสั่งของพี่หมีเท่านั้นแหละ ดวงตามีแววเศร้าสร้อยเหมือนคนอมทุกข์ของครูตรงหน้าถึงกับเบิกกว้างทันควัน
ชื่อพี่รหัสผมถูกเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบาจากริมฝีปากแห้งผากของครูหนุ่ม ความยินดีความตื่นเต้นความดีใจรวมถึงความทุกข์บางอย่างทอประกายขึ้นมาเต็มดวงตาคู่นั้น หลากหลายความรู้สึกที่คนแปลกหน้าเป็นอยู่ทำให้ผมต้องยืนจ้องมองคุณครูแสงไฟอย่างพินิจพิเคราะห์ตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้ง
ชายหนุ่มอายุไม่น่าจะเกินยี่สิบห้าปีผิวสีซีดผมสีดำสนิทถูกมัดเป็นหางจุกเล็ก ๆ ด้านหลัง ความสูงไม่น่าจะเกินผมหรอกแต่ความผอมพูดได้เต็มปากเลยว่าขนาดผมผอมแล้วนะแต่ครูหนุ่มคนนี้ผอมกว่าผมซะอีก จมูกเล็กดีแฮะแต่ปากนี่สิทั้งซีดทั้งแห้งจนดูเหมือนคนไม่สบายหรือจะติดไข้จากครูใหญ่มาอีกคนวะ
อะไรทั้งหมดทั้งมวลไม่น่าสนใจเท่ากับดวงตาเต็มไปด้วยความหมายมากมายหลายอย่างที่จับจ้องพี่รหัสผมอย่างไม่กะพริบตานั่นต่างหาก
“สวัสดีครับเรียกผมว่าน้ำก็ได้ครับครู นี่เพื่อนผมชื่อรันเวย์มีอะไรต้องการให้พวกผมปรับปรุงเพิ่มเติมครูปรึกษากับประธานค่ายได้เลยนะครับ”
“ครู ครูแสงไฟครับได้ยินที่พี่น้ำพูดไหมครับ พี่เขาบอกว่าถ้าต้องการให้พวกเราทำอะไรเพิ่มเติมครูคุยกับพี่หมีได้เลย แต่พี่หมีพี่น้ำไม่ค่อยว่างเท่าไหร่เพราะเขาต้องดูแลหลายส่วนผมว่าถ้าอยากชี้แนะอะไรเพิ่มเติมครูคุยกับพี่รหัสผมก็ได้นะ ใช่ไหมพี่เวย์” ไม่มีคำตอบรับกลับมาจากพี่รหัสของผม นอกจากคนในเสื้อยีนแขนยาวกลับเดินหันหลังไปทางห้องน้ำที่กำลังถูกสร้างโดยไม่พูดอะไรสักคำ
“ต้องขอโทษที่รันเวย์เสียมารยาทนะครับคุณครูแต่ถ้ารันเวย์ไม่สะดวกจะประสานงานงั้นคุณครูคุยกับผมก็ได้ คุยได้ทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัวเพราะผมเป็นคนสำคัญของรันเวย์เรื่องของรันเวย์ก็คือเรื่องของผมเช่นกันขอตัวก่อนนะครับ เอฉื่อคะอยู่กับคุณครูที่นี่นะพี่ต้องไปทำงานก่อนค่ะ” เพราะมองเห็นน้ำตาคลอเต็มเบ้าของพี่เวย์ในจังหวะที่เดินผ่านหน้าผมไปเมื่อกี้ทำให้ผมต้องพูดในสิ่งที่ตั้งใจสื่อสารออกไป
ไม่ว่าเบื้องหลังเขาทั้งสองจะเป็นเรื่องอะไรแต่รันเวย์ไม่สมควรมีความเสียใจอยู่เต็มสองตา ไม่ว่าโลกนี้ผมต้องเผชิญหน้ากับความเลวร้ายของใครหรือเรื่องอะไรก็ตามผมก็จะหยัดยืนสู้กับมันด้วยความแข็งแกร่งที่สุด และความแข็งแกร่งของผมไม่ได้มีไว้เพื่อต้องการปกป้องตัวเองแค่นั้น แต่ความแข็งแกร่งของผมที่มีนั้นมันต้องมีไว้เพื่อปกป้องคนสำคัญ คนที่เป็นครอบครัวเดียวกันเป็นพี่ชายโดยสายเลือดเดียวกับผม
...จากขอบฟ้าสู่รันเวย์
