บทที่ 5 จุลติภพ 2

เธอหันมองตามนิ้วที่ผมชี้ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นชนกัน แล้วให้คำตอบที่ผมต้องผงะ

"ไม่เห็นมีอะไรนี่คะ คุณหมอเห็นอะไรอย่างนั้นเหรอคะ"

คำตอบของเธอทำผมเย็นวาบไปทั้งตัว เพราะทันทีที่ตอบออกมาแบบนั้นผู้ชายคนนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองผมทันที....เขามองมาที่ผม โครงหน้าได้รูปทุกองค์ประกอบช่างรับกันไปหมด ดูดีไร้ที่ติและมีเสน่ห์ดึงดูดชวนให้มอง ริมฝีปากหยักเป็นกระจับได้รูปค่อยๆฉีกรอยยิ้มให้ผมช้าๆ พอๆกับใจผมที่เต้นช้าลงทุกที...

ผีงั้นเหรอวะ??

ทุกความคิดในหัวมันตีรวนไปหมด ผมทำงานนิติเวชมาตั้งหลายปีผีสักตัวก็ไม่เคยโผล่มาให้เห็น ผ่าศพมานับก็ไม่ถ้วน ผมไม่เชื่อเรื่องวิญญาณไม่เชื่อเรื่องสิ่งลี้ลับ ทุกอย่างวิทยาศาสตร์ล้วนพิสูจน์มาหมดแล้วว่าสิ่งพวกนี้เป็นแค่พลังงานอย่างหนึ่งเท่านั้น แล้วสิ่งที่ผมเห็นล่ะมันคืออะไรกันวะ หรือจะทำงานหนักจนหลอนไปแล้วแน่ๆ เจอศพทุกวันด้วยสิ ใช่แหละ มันคงเป็นแบบนั้นแน่ๆ

"คุณหมอพร้อมไหวนะคะ ช่วงนี้ทำงานหักโหมเกินไปหรือเปล่าคะ"

"เปล่าครับ" ผมตอบแล้วส่ายหัวไปมาเผื่อว่าภาพหลอนตรงหน้ามันจะหายไปบ้าง "ไม่มีอะไรครับ สงสัยผมจะทำงานหนักไปอย่างที่คุณว่าจริงๆ ขอบคุณนะครับ"

"ค่ะ ถ้ามีอะไรก็เรียกได้นะคะคุณหมอ"

"ครับ" ผมตอบพลางฝืนยิ้มให้เธอ ทุกอย่างเหมือนจะผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง เหงื่อผมเริ่มผุดน้อยลงมือก็ไม่ได้เย็นจัดเหมือนเมื่อกี้แล้ว แต่รู้อะไรไหมครับ ผมเกือบหัวใจวายตายแทนต่างหาก เพราะผู้ชายคนนั้นเขาไม่ได้นั่งอยู่เก้าอี้ตัวเดิมอีกแล้ว แต่เขากำลังยืนจ้องหน้าผมในระยะประชิดเลยต่างหาก!

"ไอ้ห่าเอ้ย!" ผมสบทเสียงใส่ภาพหลอนตรงหน้าแล้วก็รีบสลัดหน้าแรงๆ สงสัยจะทำงานหนักแหละเลยหลอนหนักขนาดนี้

"คุณเห็นผมเหรอ?" เสียงทุ้มยะเยือกเอ่ยถาม

ทันทีที่ได้ยินเสียงเขาขนทั้งร่างกายของผมมันก็ลุกซู่ชูชันแข่งกันโดยไม่ได้นัดหมาย ใจเต้นตึกตักครึกโครมหนักยิ่งกว่าเจอรักแท้ซะอีก เพียงแค่ประโยคทักทายประโยคเดียวของเขาทำเอาผมหยุดนิ่งชะงักไปต่อไม่ถูก หน้าก็ไม่กล้าเงย ตาก็ไม่กล้าเหลือบมอง เหมือนร่างกายแข็งทื่อฉับพลัน สติเหมือนแตกกระเจิงไปคนละทางจนกระทั่งเสียงของไอ้ศรัณย์ดังขึ้นฉุดสติของผมให้กลับมา

"ไอ้พร้อม"

"......"

"ไอ้พร้อม!"

"ห้ะ! มึงมาตั้งแต่เมื่อไรวะ" ทันทีที่รู้ว่าไอ้ศรัณย์เลิกเวรออกมาหาผมแทบจะพุ่งเข้าไปกอดมันทันที

"มึงอะเป็นไรยืนก้มหน้าก้มตากำมือแน่นเชียว ไม่สบายเหรอวะ" ไอ้ศรันย์ไม่ว่าเปล่ามันกำลังยกเอาสเต็ทขึ้นฟังเสียงหัวใจผมด้วย แต่ผมก็ส่ายหน้าปฏิเสธเสียก่อน

"หายไปแล้ว...." เขาคนนั้นไม่ได้ยืนฉีกยิ้มจ้องหน้า ผมอีกแล้ว

"อะไร ใครหาย อะไรของมึงเนี่ย ช่วงนี้คดีเยอะเหรอไงวะถึงดูไม่ปกติขนาดนี้"

"เปล่าๆ สงสัยกูคงทำงานหนักไปจริงๆนั่นแหละ เลยหลอนมั้ง"

"เออ พักผ่อนบ้างนะมึงห่างๆบ้างกับงานชันสูตรอะ รับเคสข้างนอกบ้างเพื่อน"

"เออๆรู้แล้ว ว่าแต่จะไปกันยัง-ไอ้เหี้ย!!!" ยังไม่ทันที่จะเอ่ยปากชวนไอ้ศรันย์เรื่องชาบูหม่าล่าให้จบใจผมก็ต้องร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่มอีกรอบ

ใช่เมื่อกี้เขาหายไปแล้ว หายไปจากข้างหน้าแต่มาโผล่ข้างหลังผมแทน!

"จริงดิ! คุณหมอเห็นผมจริงๆด้วยอะ ผมโคตรดีใจเลยหมอ"

"....." ในขณะที่เขากำลังฉีกรอยยิ้มดีใจสีหน้าระรื่นผมกลับมีสีหน้าหวาดผวาเนื้อตัวสั่นระริกไปหมด อยู่ๆมัดกล้ามเนื้อทั้งหมดบนร่างกายก็ควบคุมไม่ได้ซะอย่างนั้น

ท่าทางอาการผมจะหนักเกินไปแล้วสิถึงได้สร้างภาพหลอนมีจินตนาการสูงได้ถึงขนาดนี้ แบบนี้ไม่ได้การแล้วไอ้พร้อม ผมต้องไปหาจิตแพทย์ด่วนเลยก่อนที่ผมจะหลอนไปมากกว่านี้

"กูไปก่อนนะศรันย์" ผมบอกกับไอ้ศรันย์โดยที่ไม่ได้หันไปมองหน้ามัน เพราะกำลังจดจ้องไปที่ผู้ชายร่างสูงผิวขาวซีดตรงหน้าอยู่ พูดกับศรันย์ไปก็ก้าวถอยหลังไปด้วย ตอนนี้บนใบหน้าหล่ออินเตอร์แบบคุณหมอลูกครึ่งอังกฤษของมันคงเต็มไปด้วยคำถามว่าผมเป็นอะไรแน่ๆ

"เอ้า มาเทกูง่ายๆงี้เลยเหรอวะ แล้วชาบูหม่าล่ากูอะ"

"ไว้วันหลังก็แล้วกัน"

"ไรวะ กูอุตสาห์เข้าเวรติดกันตั้งหลายชั่วโมงนะเว้ย"

ไอ้ศรันย์ยังคงพูดต่ออีกหลายคำแต่เสียงของมันก็ไม่ได้ดังเข้าโสตประสาทผมเลย ผมกำลังจ้องร่างขาวซีดแทบจะไร้เลือดนั่นตาเขม็งเมื่อเขาทำทีท่าจะลอยตามผมมา ผมกดสายตาแล้วส่ายหน้าสื่อเป็นนัยย์ๆว่าห้ามตามมานะ แต่นั่นแหละ....เขาไม่ได้สนใจที่ผมสื่อเลย แล้วตอนนี้ก็กำลังลอยเข้ามาหาผมแล้วด้วย

อยู่ไม่ได้แล้วเว้ยไอ้พร้อมมานะ!!!

ผมหลับหูหลับตารีบสาวเท้าก้าวฉับๆมาที่ลานจอดรถให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่สุดท้ายต่อให้รีบแค่ไหนก็ไปไม่ถึงรถอยู่ดี ทุกความพยายามของผมจบลงที่สนามหญ้าหน้าตึกฉุกเฉินนี้แล้ว

เฮือกก!

ใบหน้าที่ถ้าเป็นคนปกติก็จัดว่าหล่อยื่นเข้ามาใกล้ชนิดที่ว่าปลายจมูกเราแทบจะชนกัน ถ้าเป็นคนทั่วไปเราลงสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกันแต่สำหรับร่างตรงหน้ากลับไม่มีลมอะไรออกมาจากรูจมูกนั่นเลย เขายื่นหน้ามาใกล้แล้วกระพริบตาใส่ผมปริบๆเหมือนเด็กน้อยร้องขอกินขนม แต่ในขณะเดียวกันผมลมแทบจะจับ

ผมรีบก้มหน้าล้วงกระเป๋าหาโทรศัพท์มือถือโดยด่วนแล้วรีบเลื่อนหาเบอร์เพื่อนร่วมคณะที่ตอนนี้แยกตัวออกไปเปิดคลินิกส่วนตัวแล้ว จากนั้นก็รีบต่อสายโทร.หาเธอทันที

[ว่าไงพร้อมมีอะไรยะถึงโทร.มา] เสียงหวานของศิตาตอบรับผมมาเร็วมาก

"ตอนนี้คลินิกศิปิดยังอะ พร้อมมีเรื่องรบกวน"

[กำลังอะ แกจะเข้ามาตอนนี้เลยหรือเปล่า]

"อืม เดี๋ยวพร้อมขับรถออกไปเลย" ผมพูดไปก็จ้องร่างตรงหน้าไปด้วย

[โอเคๆ เดี๋ยวฉันปิดประตูไว้แล้วพอแกมาถึงก็โทร.มาล่ะ เดี๋ยวฉันออกไปเปิดให้]

ผมแทบจะไม่เสียเวลาคิดอะไรเลยนาทีนี้ ผมรีบวางสายศิตาแล้วควานหากุญแจรถก้มหน้าก้มตาเดินลิ่วไปยังรถทันที แม้แต่ตอนที่ขับรถออกมาจากลานผมก็ยังมองเห็นผู้ชายคนนั้นยืนมองผมผ่านกระจกหลังรถอยู่เลย

นี่มันเรื่องอะไรกันวะเนี่ย หลอนอะไรได้ถึงขนาดนี้วะไอ้พร้อม!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป