บทที่ 2 ประวัติของสายซอ

สิบเจ็ดนาฬิกาตรงเวลาเลิกงาน

เหล่าพนักงานต่างเดินเท้าออกจากออฟฟิศด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ผิดกับสายซอที่คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่น สองเท้าก้าวเดินไปอย่างล่องลอยไร้จุดหมาย

เธอจะหาเงินหนึ่งหมื่นบาทจากไหนให้ทันสองทุ่มในวันนี้

ใบหน้างามแหงนมองท้องฟ้ายามเย็น ทว่ามีเพียงก้อนเมฆดำทะมึนที่ลอยปกคลุมไปทั่วผืนฟ้า เพียงไม่กี่อึดใจต่อมาสายฝนก็เทลงมาอย่างไม่ปรานี

แต่สายซอน่ะหรือ จะยืนหลบฝน

เธอก้าวเดินไปอย่างเลื่อนลอย หัวสมองคำนวณตัวเลขหนึ่งหมื่นบาทในหัว แต่แล้วจู่ ๆ แรงกระชากจากด้านหลังได้เรียกสติเธอกลับคืนมา

ปิ๊น!!

มือหนาของจิณณ์จับแขนเธอไว้แน่น ร่างบางเซถลาไปตามแรงดึง เมื่อได้สติเธอก็รีบกล่าวขอบคุณและขอโทษอย่างพัลวัน ก่อนจะเงยหน้ามองชายคนนั้น

“ขะ ขอบคุณค่ะ” 

สายซอละล่ำละลักพูดออกมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก พลางหันไปมองริมถนนที่ตอนนี้รถยนต์ต่างเคลื่อนตัวกันอย่างหนาแน่น 

“เดินไม่ดูเลยนะคุณ ถ้าเมื่อกี้ผมช่วยคุณไม่ทันล่ะก็ ...” เขาไม่อยากจะคิดเลยจริง ๆ หากเมื่อครู่ช่วยเธอไม่ทัน ป่านนี้เธอคงได้รับอันตรายไปแล้วแน่ ๆ

“ขอโทษนะคะ ฉันใจลอยไปหน่อย”

จิณณ์สบตาหญิงตรงหน้า สีหน้าเธอดูเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด 

“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ ...” 

ชายหนุ่มเอ่ยถามทั้งที่รู้ปัญหาของเธออยู่เต็มอก

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ...” เธอปฏิเสธอย่างสุภาพ ทว่าในอกกลับปวดหน่วงอย่างรุนแรง เพราะยังหาทางออกเรื่องเงินไม่ได้เลย

“เหรอครับ ...”

ดูเหมือนคนตรงหน้าจะจำเขาไม่ได้เลยสักนิด สายตาที่มองเขาวันนี้มีแต่ความว่างเปล่า เหมือนเราไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน

“คุณทำงานที่นี่เหรอคะ” 

“ครับ” 

จิณณ์พยักหน้าพลางสบตาเธอด้วยความใคร่รู้ อยากรู้เหลือเกินว่าเธอจะจำเขาได้ไหม และอยากจะรู้จักเธอให้มากกว่านี้ จะใช้วิธีไหนเข้าหาเธอได้บ้าง

“สงสัยเราคงทำงานกันคนละแผนก ฉันมาทำงานที่นี่ได้ครึ่งเดือนแล้ว ไม่เคยเจอหน้าคุณเลย”

“อ๋อครับ ...”

“คุณชื่ออะไรเหรอคะ” เธอถามออกมาด้วยรอยยิ้ม

“จิณณ์ครับ” 

“ฉันชื่อสายซอนะคะ” เธอแนะนำตัวอย่างเป็นกันเอง พลางส่งยิ้มหวาน

“แล้ว ... สายซอกลับบ้านยังไงล่ะ ให้ผมไปส่งไหม”

“อุ้ย!” หญิงสาวรีบโบกมือ “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เกรงใจ”

“ฝนตกหนักแล้วนะครับ คุณให้ผมไปส่งขึ้นรถใกล้ ๆ ก็ได้”

สายซอยิ้มเจื่อน พลางเลื่อนสายตาไปมองด้านนอก ตอนนี้สายฝนเทลงมาเป็นสีขาวโพลน ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเร็ว ๆ นี้

“ไม่เป็นไรค่ะคุณจิณณ์ ฉันว่าจะไปธุระด้วย ขอบคุณมากนะคะ” สุดท้ายสายซอก็ตัดสินใจปฏิเสธชายตรงหน้าไปอย่างสุภาพ 

“ครับ งั้น ... ผมขอตัวก่อนนะครับ” 

จิณณ์ส่งยิ้มบาง พลางมุ่งหน้าไปยังลานจอดรถใต้ตึกด้วยความผิดหวัง 

สามวันถัดมา ตามที่ชะเอมรับปากไว้

“นี่คือข้อมูลทั้งหมดที่ฉันไปสืบมาให้ค่ะคุณจิณณ์”

ชะเอมวางซองเอกสารที่บันทึกข้อมูลของสายซอไว้บนโต๊ะทำงาน สายตาของเธอจับจ้องใบหน้าคมที่กำลังคลี่ยิ้มอย่างไม่รู้ตัว

“คุณจิณณ์ให้ชะเอมไปสืบเรื่องเด็กคนนี้ทำไมคะ” หญิงสาวหรี่ตา มองเจ้านายตัวเองที่ยังคงยิ้มกรุ้มกริ่ม

“ไม่มีอะไรหรอกน่า ชะเอม” 

“มีค่ะ!” ชะเอมกลับยืนกรานหนักแน่น เพราะรู้นิสัยเจ้านายตัวเองดียิ่งกว่าใคร “คุณจิณณ์โสดมาก็นาน ควงใครจริงจังก็ไม่เคย นอกจาก ...”

เธอรีบกลืนถ้อยคำกลับไปเพราะเกรงว่าจะพูดชื่อใครบางคนที่เจ้านายตัวเองไม่อยากได้ยินออกมา

“เอาเป็นว่า … คุณจิณณ์ชอบเด็กคนนี้หรือคะ!”

ชายหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียด ความจริงแล้วอาการที่เขาเป็นมันไม่ได้เรียกว่าชอบ ถูกใจ หรือคลั่งไคล้อะไรนัก แค่ ... เธอมีคุณสมบัติที่เหมาะกับงานนี้ก็เท่านั้น แล้วก็มั่นใจว่าต้องเป็นเธอแน่ ๆ

“เอาเป็นว่าผมสนใจเธอ คุณรู้เท่านี้ก็พอคุณชะเอม”

“ตายแล้ว” ชะเอมกลับยิ้มกรุ้มกริ่ม ใจจริงก็แอบหวังลึก ๆ อยากให้เจ้านายมูฟออนจากคนรักเก่า แล้วมีรักใหม่สักครั้ง “ยินดีด้วยนะคะ”

“เดี๋ยวผมโอนเงินพิเศษให้”

ชะเอมรีบพนมมือทั้งยังไหว้ย่อตามมารยาทไทย ก่อนกล่าวคำว่าขอบคุณออกมาด้วยใจจริง

มือหนาคว้าซองเอกสาร ในนั้นมีทั้งรูปถ่ายตั้งแต่หน้าหมู่บ้านของเธอ ไปจนถึงร้านอาหารตามสั่งเล็ก ๆ ชะเอมระบุไว้ว่าที่นี่นอกจากเป็นร้านค้าแล้วยังเป็นบ้านที่สายซอพักอาศัยอยู่ 

ส่วนพ่อของสายซอเป็นผู้ป่วยติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ทำให้สายซอกลายเป็นเสาหลักไปโดยปริยาย 

“เธอแต่งงานหรือยัง”

ชะเอมขยับกรอบแว่น ยิ้มอย่างภูมิใจ อย่างเธอน่ะหรือจะพลาดข้อมูลสำคัญไป เพราะอุตส่าห์ลงทุนไปนั่งทานข้าวที่นั่นสามวันติด 

“ยังค่ะ ยืนยันจากปากแม่ของเธอเอง”

“เธอมีแฟนไหม”

“ไม่มีค่ะ โสดสนิท”

“แล้วเรื่องหนี้สิน เรื่องเงินล่ะ ได้เรื่องบ้างไหม”

“หนี้สินเยอะมากค่ะ ทั้งกู้นอกและในระบบ ลำพังเงินจากการค้าขายทำได้แค่ส่งดอกไปวัน ๆ ฉะนั้นรายได้หลักน่าจะมาจากเงินเดือนของสายซอค่ะ”

“อืม ...”

“ถามสักนิดเถอะค่ะ ผู้หญิงที่เพียบพร้อมมีเยอะแยะ ทำไมคุณจิณณ์ถึงสนใจสายซอล่ะคะ”

จิณณ์เงียบ ไม่ตอบ เพียงแต่ใช้สายตามองใบหน้าเรียวของอีกฝ่าย 

“คือ ... บ้านนี้หนี้สินเยอะนะคะ คุณจิณณ์จะปวดหัวทีหลังหรือเปล่า” 

เขารู้ดีว่าเลขาคนสนิทเป็นห่วงตน ทว่าเธอคนนี้ ครอบครัวนี้ล่ะที่เขาต้องการ

“ผมมีเงินนะ คุณชะเอม” 

“ชะเอมทราบค่ะ” หญิงสาวก้มหน้างุด ดูท่าแล้วเจ้านายตนคงชอบเด็กคนนั้นจริง จึงไม่คิดท้วงถามอะไรออกไปอีก

“ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะครับ คุณชะเอม”

เขาทบทวนประวัติส่วนตัวของเธอทั้งหมด หาทางออกที่จะทำให้สายซอยอมรับข้อเสนอครั้งนี้ เขารู้ดีว่าครอบครัวเธอต้องการเงิน และอยากให้เป็นเธอเท่านั้นที่ยอมรับข้อเสนอนี้

แต่จะสื่อสารออกไปด้วยวิธีไหนล่ะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป