บทที่ 3 สัญญาจ้าง

เช้าวันรุ่งขึ้น

กรรมการบริหารอย่างจิณณ์ยืนยิ้มอยู่หน้าบริษัท กวาดสายตามองหาสายซออยู่ครู่ใหญ่ด้วยความหวังที่มีอยู่เปี่ยมล้นว่าวันนี้จะชวนเธอไปทานมื้อเที่ยงด้วยกันให้ได้ 

เพราะเขารอที่จะยื่นข้อเสนอแสนสำคัญนี้ให้เธอไม่ไหวแล้ว 

“มาแล้ว ...”

ทันทีที่ดวงตาคู่คมสบเข้ากับร่างบางในชุดพนักงานออฟฟิศ ริมฝีปากบางก็ยกยิ้มขึ้นด้วยความดีใจ

“สายซอ ...” เขาเรียกชื่อเธออย่างแผ่วเบา พลางส่งยิ้มหวานให้อย่างเป็นกันเอง

“คุณจิณณ์” 

“เกือบสายแล้วนะคุณ” เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา เธอมาถึงออฟฟิศก่อนเวลาเพียงห้านาทีเท่านั้น

“ค่ะ ซอตื่นสายน่ะค่ะ แล้วคุณจิณณ์ ... มายืนทำอะไรตรงนี้เหรอคะ”

“มารอคุณน่ะ” 

เขายิ้มจนตาหยี ทว่าอีกฝ่ายกลับทำหน้าฉงน

“รอ รอทำไมเหรอคะ”

“เที่ยงนี้ไปทานข้าวด้วยกันไหมครับ ผมเป็นเจ้ามือเอง”

เอ๊ะ! หญิงสาวชะงักไปในทันที พลางกะพริบตาปริบ ๆ เขาชวนเธอไปทานข้าวเที่ยงด้วยทำไมหนอ หรือว่ากำลังคิดอะไรกับเธออยู่หรือเปล่า

“คือว่า—”

“ไปทานข้าวด้วยกันนะครับ ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณ”

“ดะ ได้ค่ะ ได้” หญิงสาวยอมจำนอนตอบรับไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ พลางปลอบใจตัวเองว่าอย่างน้อยก็อิ่มท้องโดยไม่เสียเงินสักบาท

เที่ยงตรง

จิณณ์กับสายซอเดินเท้าไปยังร้านอาหารญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ใกล้ออฟฟิศ โดยมีสายตาหลายคู่ต่างจับจ้องมองเขาและเธอด้วยความสนใจ 

ทำไมทุกคนต่างมองชายคนนี้ด้วยแววตาแบบนั้น บ้างยังก้มหัวให้เป็นการทักทาย

“คุณจิณณ์ทำงานที่นี่นานแล้วเหรอคะ” สายซอถามด้วยความสงสัย บางทีจิณณ์อาจจะมีตำแหน่งใหญ่โต เป็นที่น่าเกรงขาม

“ก็ ... นานแล้วนะครับ” 

ตั้งแต่เรียนจบปริญญาโทจากอังกฤษ เขาก็เข้ารับตำแหน่งที่บริษัทนี้ทันที หากนับคร่าว ๆ แล้วก็สิบปีเห็นจะได้ 

จิณณ์กับสายซอเดินตามพนักงานต้อนรับไปยังห้องอาหารส่วนตัวที่อยู่ด้านใน เธอกวาดสายตามองบรรยากาศโดยรอบด้วยความกังวลและประหม่าเล็กน้อย

ทำไมเขาถึงพาเธอมาทานอาหารหรูเช่นนี้ ทั้งยังเลือกใช้ห้องอาหารส่วนตัวอีกด้วย และเขามีเรื่องอะไรจะคุยกับเธออย่างนั้นหรือ

“สายซออยากทานอะไรสั่งได้เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ” 

ชายหนุ่มส่งยิ้มหวานให้อีกหน หญิงสาวได้แต่พยักหน้าและก้มมองเมนูอาหารอย่างละลานตา 

เขาและเธอทานอาหารด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อย พูดคุยกันเล็กน้อยพอให้คลายความกังวลใจ จนเหลือเวลาอีกสิบห้านาทีก่อนจะเข้างาน

“เห็นคุณจิณณ์บอกว่ามีเรื่องจะคุยกับซอ เรื่องอะไรเหรอคะ”

ทันทีที่หญิงสาวเอ่ยปากถาม หัวใจของเขาก็เต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น มือข้างหนึ่งรีบยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลออกไปอย่างมั่นใจ ก่อนจะส่งยิ้มหวานให้เธออีกครั้ง

“สายซอลองอ่านดูครับ”

สายซอเลิกคิ้วสูง มองซองเอกสารที่เขายื่นมาด้วยความฉงน แต่เธอก็รับไว้ด้วยความยินดี ทว่า ... กลับสบตามองเขาอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ

“อ่านดูเลยครับ รับรองว่าหลังจากอ่านแล้วคุณจะมีคำถามที่อยากถามผมอีกนับไม่ถ้วน”

“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ ..”

“ครับ”

จิณณ์ยืนยันอย่างหนักแน่น และเธอก็หยิบกระดาษเอสี่สีขาวสะอาด ถูกพิมพ์ด้วยตัวอักษรสีดำนับพันอย่างเป็นระเบียบ

“สัญญาจ้าง”

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่น สายตายังคงเลื่อนอ่านตัวอักษรมากมายด้วยความตระหนก ยิ่งอ่านมากเท่าไร อ่านลึกเท่าไร หัวใจก็เต้นระรัวจนแทบระเบิดออก

“ห้าล้าน!”

เธออุทานออกมาดังลั่น เมื่อเจ้าตัวนึกขึ้นได้ก็รีบยกมือปิดปากอย่างรวดเร็ว

“นะ นี่มันอะไรกันคะ!!”

สายซอถามจิณณ์ด้วยดวงตาเบิกโพลง ทว่าเธอก็ยังอ่านสัญญาฉบับนั้นต่อ

เอกสารตรงหน้าคือสัญญาจ้างแต่งงาน กำหนดระยะเวลาสามปี ผลตอบแทนที่เธอจะได้คือเงินจำนวนห้าล้านบาท ไม่รวมเงินพิเศษ ของขวัญ และอื่น ๆ 

ทว่า ...

กลับมีข้อห้ามท้ายสัญญาอยู่ไม่กี่ข้อ

“ต้องแสดงความรักต่อหน้าคนอื่น ทำหน้าที่สามีภรรยาให้สมจริง ห้ามเปิดเผยว่าเป็นการจ้างแต่งงาน” เมื่ออ่านถึงข้อนี้เธอก็ถอนหายใจยาวออกมา

“ห้ามยุ่งเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของอีกฝ่ายเกินขอบเขต ข้อสุดท้าย ... ครบสามปีจะหย่ากันโดยไม่มีข้อเรียกร้องใด ๆ”

“ครับ ...” จิณณ์ยิ้มมุมปากเล็กน้อย พลางยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นจิบด้วยท่าทีสบาย ๆ

“นี่มันอะไรกันคะ คุณกำลังเล่นอะไรอยู่”

“ผมไม่ได้เล่นครับสายซอ—”

“แล้วคุณเอามาให้ฉันทำไม คุณต้องการอะไรกันแน่!” เธอที่พยายามควบคุมสติกลับทำได้ไม่ดีนัก เธอแผดเสียงดังลั่นห้องด้วยอารมณ์โกรธ

“ใจเย็น ๆ นะครับ คุณลองคิดดี ๆ คุณกับครอบครัวต้องการเงินไม่ใช่เหรอ”

ใช่! เธอกับครอบครัวต้องการใช้เงิน และหากเธอยินยอมรับเงินจำนวนนี้ล่ะก็ นอกจากจะหมดหนี้หมดสินแล้ว พ่อกับแม่เธอจะได้อยู่อย่างสุขสบายด้วย 

แต่ว่า ...

เขายื่นสัญญาจ้างฉบับนี้ให้เธอทำไมกัน

“แล้วทำไมต้องเป็นฉันล่ะคะ แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าครอบครัวฉันต้องการเงิน”

“ผมได้ยินคุณคุยโทรศัพท์เรื่อง ... หนี้สินของแม่คุณเมื่อไม่กี่วันก่อน” จิณณ์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

สายซอขมวดคิ้วอีกครั้ง พลางนึกย้อนถึงวันที่ชื่นจิตรโทรมาสอบถามเรื่องหนี้นอกระบบที่ต้องชำระในวันนั้น 

เธอพลาดเองที่พูดเสียงดังในโรงอาหาร สถานที่ที่มีคนพลุกพล่านในช่วงพักกลางวัน แต่เธอไม่คิดว่าบทสนทนานั้น ชายตรงหน้ากลับนำมาใช้ประโยชน์

“การแต่งงานมันสำคัญกับคุณมากขนาดนั้นเลยเหรอคะ ถึงได้ว่าจ้างตั้งห้าล้านบาท” เธอถามด้วยสีหน้ายียวน สบตาอีกฝ่ายอย่างไม่วางตา

“ครับ ...”

เมื่อได้ยินดังนั้นสายซอก็ลุกพรวดอย่างรวดเร็ว พลางเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นมาคล้องไหล่

“ฉันไม่สนใจหรอกค่ะ เชิญเอาสัญญาไปให้คนอื่นเถอะ”  

พูดจบเธอก็หันหลังอย่างรวดเร็ว และมั่นใจว่าอีกฝ่ายจะไม่รั้งเธอไว้แน่นอน

แต่มันผิดคาด

“ไม่ต้องรีบตัดสินใจหรอกสายซอ ผมให้เวลาคุณเจ็ดวัน ผมเชื่อว่าข้อเสนอนี้คุณปฏิเสธไม่ลงแน่นอน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป