บทที่ 4 อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่
สายซอกลับมาถึงบ้านในเวลาทุ่มเศษ ทอดสายตามองไปยังหน้าบ้านตัวเองที่ถูกดัดแปลงเป็นร้านอาหารตามสั่ง แม่ครัวที่จับตะหลิวอยู่นั่นคือ ชื่นจิตรมารดาของเธอเอง
“แม่ ... ทำไมยังไม่ปิดร้านอีกล่ะ”
“ปิดแล้ว แต่ยายแต๋วโทรมาสั่งข้าวสิบกล่องให้ไปส่งที่บ่อน แม่ก็เลยออกมาทำ” มารดาตอบด้วยรอยยิ้มกว้าง ทว่าสายซอกลับรู้สึกต่างออกไป
มันจะดีกว่าไหมถ้าเธอมีเงินมากพอ พอให้แม่ได้นั่งพักสบาย ๆ ไม่ต้องลุกมาทำอะไรแบบนี้ในช่วงเวลาพักผ่อน
มันจะดีกว่าไหมถ้าเธอมีเงินมากพอจะปิดหนี้สินให้ตัวเองและครอบครัวได้
และมันจะดีกว่าไหม ถ้ามีเงินมากพอดูแลพ่อที่ป่วยติดเตียงโดยไม่ต้องคิดคำนวณเรื่องค่าใช้จ่ายตลอดเวลา
“ซอกินแล้วหรือยังล่ะลูก อยากกินอะไรไหม แม่ได้ทำให้เลย”
สายซอกะพริบตาเพื่อไล่หยดน้ำตากลับไป พลางคลี่ยิ้มหวาน “กะเพราไก่จ้ะ”
“ไม่เบื่อหรือไง กินทุกวันเลย”
หญิงสาวแสร้งทำร่าเริงแล้วเดินเข้าไปกอดมารดาที่ผัดอาหารอยู่หน้าเตา
“ไม่เบื่อ รสมือแม่ซอไม่เคยเบื่อ”
“รอแม่แป๊บหนึ่งแล้วกัน ผัดของยายแต๋วเสร็จแล้วเดี๋ยวทำให้เลย”
“จ้าแม่”
หญิงสาวปลีกตัวเข้ามาในบ้าน สิ่งแรกที่สะดุดสายตาคือเตียงนอนของชาติชาย ถูกจัดวางไว้กลางบ้านเพื่อสะดวกต่อการดูแล
“สวัสดีจ้ะพ่อ ซอกลับมาแล้ว”
แม้ว่าพ่อเธอจะเป็นผู้ป่วยติดเตียงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ทว่ายังพอสื่อสาร และรับรู้ทุกอย่างได้เป็นปกติ
“อืม” ชาติชายจะพูดไม่ค่อยถนัดนัก ด้วยอาการลิ้นแข็ง แต่เขาก็พยายามพูดคุยกับลูกให้มากที่สุด
“ซอขอตัวเอากระเป๋าขึ้นไปเก็บก่อนนะ แล้วจะลงมาหาพ่อ”
“เออ ...”
ร่างบางเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง ห้องนอนเล็กที่อยู่ริมสุดคือห้องนอนของเธอเอง หญิงสาวเปิดประตูเข้าไปพร้อมกับพ่นลมหายใจออกมาอย่างหนัก
ทำไมหนอ ... ไอ้สัญญาจ้างฉบับนั้นถึงตามหลอกหลอนเธออยู่ตลอดเวลา นี่เธอกำลังสนใจไอ้เงินห้าล้านแลกกับอิสรภาพสามปีอย่างนั้นหรือ
เมื่อหลับตาลง รอยยิ้มของจิณณ์กับสัญญาฉบับนั้นก็สว่างวาบเข้ามาในหัว ราวกับม้วนฟิล์มภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำอย่างไม่รู้จบ
“ซอเอ้ย! ลงมากินข้าวได้แล้วลูก”
หญิงสาวรีบขานรับอย่างรวดเร็ว “จ้าแม่”
ร่างบางวิ่งลงบันไดไปหน้าบ้านด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ชื่นจิตรวางจานกะเพราไก่โปะหน้าด้วยไข่ดาวกรอบ ๆ แบบที่เธอชอบลงบนโต๊ะอาหาร
“ขอบคุณจ้ะแม่ น่ากินจัง”
“กินให้อิ่มเลยนะลูก” ชื่นจิตรยิ้ม ก่อนจะหันไปหยิบกล่องอาหารที่วางซ้อนกันอยู่จัดเรียงใส่ถุง เพื่อนำไปส่งที่บ่อนท้ายหมู่บ้าน
“นั่นของยายแต๋วเหรอ ให้หนูไปส่งให้ไหม”
“ไม่เป็นไรหรอก กินข้าวเถอะ เดี๋ยวแม่ไปส่งเอง” มือทั้งสองข้างยกถุงกล่องข้าวที่จัดเรียงไว้ แต่เมื่อก้าวเท้าเดินได้เพียงสองก้าว ชื่นจิตรกลับยืนโงนเงน ใกล้เซล้มลง
สายซอหันมองด้วยความตกใจ ตอนนี้สีหน้ามารดาดูซีดลงเรื่อย ๆ
“แม่!” หญิงสาวลุกพรวด พยุงร่างมารดาไว้ได้ทัน ทว่ามือของชื่นจิตรนั้นยังกำถุงข้าวแน่นขนัด
“แม่ปล่อยถุงข้าวลงก่อน”
สายซอพยายามพาร่างของแม่มานั่งพักที่เก้าอี้หวาย ก่อนจะแกะมือเธอออกจากถุงข้าวแล้วรีบวิ่งไปหายาดม ยาหอมให้
ผ่านไปครู่หนึ่ง ชื่นจิตรเริ่มมีอาการดีขึ้น จึงบอกให้สายซอนำข้าวไปส่งให้แต๋วที่บ่อนท้ายหมู่บ้าน
“แม่นั่งตรงนี้นะ ซอจะรีบไปรีบกลับ”
ใจจริงเธอไม่อยากจะเดินผ่านตรงนั้นด้วยซ้ำ เพราะเธอน่ะเกลียดการพนันเข้าไส้ แต่สุดท้ายก็คัดค้านคำขอร้องของชื่นจิตรไม่ได้ อีกอย่างข้าวตั้งสิบกล่องรวมแล้วเป็นเงินก็หลายบาท
สายซอหิ้วถุงข้าวเดินตามทางไปเรื่อย ๆ หัวสมองกลับพาคิดถึงยอดเงินห้าล้านที่เขียนไว้ในสัญญาฉบับนั้น
หากเธอเซ็นยินยอม รับจ้างแต่งงานครั้งนี้ ชีวิตของเธอกับครอบครัวก็น่าจะอยู่อย่างสุขสบายได้ไม่ใช่หรือ เธออยากซื้อบ้านให้แม่ใหม่ อยู่ให้ห่างไกลจากสังคมแบบนี้ไม่ใช่หรือ
แล้วจะคิดมากทำไมล่ะ สายซอ
สองเท้าเดินตามทางไปเรื่อย ๆ ก่อนหยุดอยู่หน้าบ่อนการพนัน เธอยื่นถุงข้าวให้ชายฉกรรจ์คนหนึ่ง
“เอาข้าวมาส่งจ้ะ”
เธอรีบรับเงินแล้วรีบเดินกลับทันที ไม่อยู่รอเสวนากับใครทั้งสิ้น
ดวงตาคู่สวยจ้องมองนาฬิกาบนหน้าจอมือถือ ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว ปกติเธอไม่ใช่คนที่นอนหลับยาก หัวถึงหมอนเมื่อไรก็เข้าสู่ห้วงนิทราได้ไม่นาน ผิดกับคืนนี้
ก็เพราะไอ้สัญญาฉบับนั้นมันตามหลอกหลอนเธออยู่ตลอด
ใบหน้า รอยยิ้มของชายชื่อจิณณ์ตามหลอกหลอนอยู่ไม่ห่าง ไม่ว่าจะหลับตา หรือลืมตาก็มีแต่หน้าของเขาลอยวนเข้ามาพร้อมสัญญาจ้างแต่งงาน
“เฮ้อ!” หญิงสาวถอนหายใจออกมาเสียงดัง ยกแขนข้างขวาขึ้นก่ายหน้าผากด้วยความหนักใจ
“หรือฉันควรเซ็นสัญญาฉบับนั้น แล้วเอาเงินห้าล้านมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ดีล่ะ”
ภาพในหัวคือชีวิตความเป็นอยู่ของพ่อกับแม่ดีขึ้น หนี้สินทุกอย่างคลี่คลาย พร้อมกับบ้านหลังใหม่ที่เธอใฝ่ฝันอยากมีมันตลอดมา
“ถ้าแต่งงานไปแล้ว ชีวิตของฉันสามปีหลังจากนั้นล่ะ”
นั่นสิ ... เธอต้องอยู่กับคนที่ไม่ได้รัก คนที่ไม่ได้ผูกพัน เพราะเงินห้าล้านบาทเท่านั้นจริง ๆ น่ะหรือ
แต่แล้วเสียงไอของชาติชายก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงของแม่ที่พูดอะไรสักอย่างอยู่ด้านล่าง เธอฟังไม่ได้ความนัก แต่เสียงนั้นดังขึ้นมาราวกับตอกย้ำเรื่องข้อเสนอจำนวนห้าล้านบาท
หรือบางทีเธออาจจะลองเปิดใจพิจารณาสัญญาจ้างฉบับนั้นอีกครั้งกันนะ สายซอ
