บทที่ 6 ทำไมต้องเป็น ... ซอ
“คุณจิณณ์ ปล่อย!”
สายซอพยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการ ทว่าคนตรงหน้ากับออกแรงบีบมือเธอแน่นกว่าเดิม
“จะไปไหนเนี่ย คุณจิณณ์!”
“กินข้าว”
ชายหนุ่มกลับตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนต่อสายตาพนักงานหลายคนที่จ้องมองมา
“ปล่อยก่อนได้ไหม ฉันเดินเองได้น่า ฉันอายคนนะคุณ”
“อายทำไมล่ะ”
เขาหันกลับมาสบตาเธออีกครั้ง จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้นเพื่อค้นหาคำตอบ คำตอบที่ว่าก็คือเธอน่ะจำเขาไม่ได้จริง ๆ หรือ
“คุณเป็นถึงกรรมการบริหาร ฉันเป็นพนักงานใหม่ จู่ ๆ คุณจะมาลากฉันไปไหนมาไหนตามใจได้ไง”
“งั้นคุณก็เดินตามผมมา”
พูดจบเขาก็เดินนำเธอไปอย่างรวดเร็ว สายซอทำได้แต่ถอนหายใจแล้วก้าวเท้าเดินตามไปให้ทัน เพราะเธอก็สงสัยเหลือเกินว่าเหตุใดเขาถึงต้องลากเธอออกจากโรงอาหารด้วย
จิณณ์กับสายซอเดินทางมาถึงร้านอาหารตามสั่งอัพเกรดแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างไม่ไกลจากออฟฟิศมากนัก
ทั้งสองคนรีบสั่งอาหารด้วยความหิว ก่อนจะนั่งมองหน้ากันโดยไม่มีใครพูดอะไรออกมาก่อน
ทว่า ... สายตาที่เขามองเธอนั้นมันช่างยียวนกวนประสาทเหลือเกิน
“คุณลากฉันออกจากโรงอาหาร เพื่อมาทานข้าวที่นี่เหรอคะ”
“อื้ม”
“แค่นั้นเหรอ”
“ใช่” ชายหนุ่มฉีกยิ้มกว้าง สบตาหญิงตรงหน้าอีกหน
“ทำไมคุณไม่บอกฉันว่าคุณเป็นหลานท่านประธาน”
“ก็ซอไม่ถามผม” เขาตอบกลับด้วยสีหน้าราบเรียบ ไม่ได้ตั้งใจจะยั่วโมโหอีกฝ่าย แค่พูดตามความจริงเท่านั้น
“ฉันถามคุณจริง ๆ เถอะ คุณเล่นอะไรอยู่ ทำไมต้องจ้างฉันมาแต่งงานกับคุณด้วยล่ะ คนอย่างคุณก็น่าจะหาแฟนได้ไม่ยากหรอกนะ”
จิณณ์กระตุกยิ้มมุมปาก
“ผมไม่ได้อยากมีแฟน แต่ผมอยากแต่งงาน”
คำตอบของเขาทำให้เธองง และอึ้งหนักว่าเดิม คนตรงหน้านี่มีระบบความคิด ความอ่านพิลึกชอบกล
“หรือว่าเหมือนในนิยายไทย ที่ต้องแต่งงานเพื่อรับตำแหน่งท่านประธานเหรอคะ!” หญิงสาวถามพลางกลั้วขำเล็กน้อย
“เปล่า ...”
“แล้วจะรีบแต่งงานทำไม”
“เอาเป็นว่ามันจำเป็นแล้วกัน คุณแค่เซ็นตกลงรับจ้างก็พอ” จิณณ์ฉีกยิ้มจนตาหยี เพื่อจงใจยั่วยวนอีกฝ่าย แต่เธอกลับเบะปากคว่ำ
“ฉันไม่เซ็นหรอก”
อีกสิบนาทีถึงเวลาเลิกงาน หญิงสาวนั่งอ่านข้อความที่ชื่นจิตรส่งมาให้ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยใจอย่างถึงที่สุด
แม่ชื่นจิตร : ซอโอนเงินให้แม่สักหน่อยเถอะ แพมเพิสพ่อหมดแล้ว
หญิงสาวถอนหายใจอย่างหนัก สลับเข้าแอปฯ ธนาคารเพื่อตรวจดูยอดเงินคงเหลือ
514.36 บาท
เธอถอนหายใจทิ้งอีกรอบจนหนุงหนิงที่กำลังเก็บกระเป๋าต้องละสายตาไปมอง
“เป็นอะไรหรือเปล่าซอ ถอนหายใจเป็นว่าเล่นเลย”
“อ๋อ ไม่มีอะไรหรอกหนิง”
“เก็บของได้แล้ว จะเลิกงานแล้วนะ”
“อื้ม”
เธอพยักหน้าส่งยิ้มบางให้เพื่อนร่วมงาน ก่อนจะสลับเข้าแอปฯ แชทส่วนตัวเพื่อตอบกลับข้อความของมารดา
สายซอ : ซอมีอยู่ห้าร้อยเองแม่
แม่ชื่นจิตร : วันนี้ขายของไม่ดีเลย ส่งดอกไปอีกแทบหมด
สายซอ : แพมเพิสพ่อมันเท่าไรนะ
แม่ชื่นจิตร : ซื้อห่อเล็กก่อนก็ได้ ประมาณสองร้อย
สายซอ : จ้ะ
หญิงสาวตัดสินใจโอนเงินจำนวนสองร้อยบาทให้มารดา เพราะเห็นว่าผ้าอ้อมสำหรับผู้ใหญ่เป็นสิ่งจำเป็นที่ชาติชายเองก็ขาดไม่ได้
ในตอนนี้เธอเหลือเงินติดบัญชีอยู่เพียงสามร้อยบาท ส่วนเงินสดมีเหลือประมาณสองร้อยบาท แต่เหลือเวลาอีกสิบวัน กว่าจะได้รับเงินเดือนเดือนแรก
“กลับบ้านได้แล้ว เดี๋ยวผมไปส่ง”
เสียงเข้มดังขึ้นทำให้สายซอสะดุ้งเฮือก พลางแหงนหน้ามองร่างสูงที่ยืนค้ำหัวโดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยสักนิด
“คุณ!” สายซอรีบปัดแอปฯ ธนาคารทิ้ง เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเห็นความอับอายของเธอ
“ปะ”
“ไปไหน”
ปากเอ่ยถาม ทว่าสายตากลับมองไปรอบ ๆ ตอนนี้เพื่อนร่วมงานต่างส่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ซุบซิบกันอย่างสนุกสนาน
“ไปส่งบ้าน”
สายซอรีบหันมองหนุงหนิง ตอนนี้เธอเองก็ส่งยิ้มบางกลับมา
“ฉันกลับเองได้น่ะ คุณ!”
ชายหนุ่มสบตามองหญิงสาว ก่อนคลี่ยิ้มอย่างยียวนแล้วพูดออกมาเสียงเบา
“ไปกับผมคุณไม่ต้องเสียค่าเดินทางนะ”
คำพูดของเขานั้นทำให้เธอถลึงตาใส่ด้วยความหงุดหงิดใจ พลางหันมองรอบกาย ตอนนี้เพื่อนร่วมงานต่างส่งเสียงซุบซิบนินทา ทั้งยังส่งยิ้มให้
ส่วนเธอน่ะทั้งเขิน ทั้งอาย จนสุดท้ายก็ต้องรีบคว้ากระเป๋าแล้วเดินตามเขาออกมา
ทันทีที่เข้าไปนั่งในห้องโดยสาร จิณณ์ทำหน้าที่เป็นสารถี ขับรถไปตามถนนหนทางตามการจราจรในเมืองหลวงที่ติดขัดในยามเย็น
ทว่า ...
สายซอกลับเหม่อลอย ทอดสายตามองออกไปด้านนอก หัวสมองกำลังคำนวณค่าใช้จ่ายมหาศาล มันเกินกำลังที่เธอจะรับไหว
ชื่นจิตรเป็นแม่ค้าขายอาหารตามสั่ง มีหนี้ทั้งนอกและในระบบ ค่าใช้จ่ายภายในบ้านแม้เธอเป็นคนรับผิดชอบ แต่ถ้าหากไม่พอก็ไม่วายจะเอ่ยปากให้สายซอช่วย
ชาติชาย ผู้ป่วยติดเตียงมีเพียงเบี้ยคนสูงอายุเดือนละหกร้อยบาท แต่รายจ่ายของพ่อต่อเดือนมันเกินกว่านั้นหลายเท่า
ส่วนเธอเองมีหนี้สินล้นตัวไปหมด ทั้งหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด กองทุนกู้ยืมเพื่อการเรียนที่เพิ่งเริ่มจ่ายได้เพียงปีแรกเท่านั้น
แต่ ...
ถ้าเธอเลือกรับเงินห้าล้านบาท
ทุกอย่างจะถูกรีเซ็ทเป็นศูนย์ รวมถึงบ้านหลังใหม่ที่เคยใฝ่ฝันว่าอยากจะซื้อให้พ่อกับแม่อยู่อาศัยในยามแก่เถ้า
“คิดอะไรอยู่เหรอซอ”
เสียงของจิณณ์ดังเธอออกจากภวังค์ ก่อนที่สายซอจะหันไปมองหน้าเขาครู่หนึ่ง
“เปล่าค่ะ” สายซอโกหกคำโตออกไป เธอไม่บอกหรอก ว่ากำลังคำนวณหนี้สินที่ไม่สัมพันธ์กับรายได้
หากเขารู้จะกลายเป็นช่องโหว่ให้ถูกจับเซ็นสัญญาแน่
“ทำไมต้องเป็นฉันด้วยคะ คุณจิณณ์”
“คำถามนี้อีกแล้ว” ชายหนุ่มยิ้มขำ ทว่าดวงตากลับไม่ละจากเส้นถนน
“ฉันอยากรู้น่ะค่ะ ผู้หญิงที่คู่ควรกับคุณมีตั้งมากมาย ทำไมต้องเป็นฉัน ขอแค่นี้จริง ๆ ค่ะ ว่าทำไม ... ต้องเป็นซอ”
