บทที่ 5 ตอนที่ 5 ชีวิตที่ต้องดิ้นรน!

“0.0นี่เอ็งจะเลิกทำอาชีพเสี่ยงๆแบบนี้แล้วเรอะ!” ดวงตาของป้าเจ้าของห้องเช่าวาววับเป็นประกายขึ้นมาแทบจะทันที ที่ได้ยินคำพูดของเด็กสาวผู้ดิ้นรนสู้ชีวิต เพราะท่านมีความปรารถนาอยากให้เมเปิ้ล เลิกทำอาชีพเสี่ยงๆอย่างเช่นทุกวันนี้เสียที เพราะรู้สึกเป็นห่วงในความปลอดภัยของเด็กสาว ที่เห็นกันมาตลอดเกือบสามปี

และยังคงจำได้ดีเมื่อครั้งที่เด็กสาวเดินเข้ามาขอเช่าห้องกับท่าน ด้วยกระเป๋าเป้นักเรียนใบเดียวและเงินที่เก็บหอมรอมริบมาหลายเดือน แต่ด้วยหน้าตาที่สะอาดสะอ้านของเด็กสาวนั้น ทำให้ป้าแก้วตาหลงคิดไปว่าเด็กสาวคงจะหนีออกจากบ้าน! แต่เปล่าเลย!..เพราะชีวิตของเมเปิ้ลนั้นน่าสงสารจนป้าแก้วตายอมปล่อยห้องเช่าให้ รวมทั้งปฏิเสธคำรบเร้าของลูกหลาน ที่ต้องการให้ท่านขายห้องเช่าแห่งนี้เพื่อย้ายไปอยู่ใกล้ๆ

“เปล่าจร้า~~~เพราะคืนนี้เมจะขายดิบขายดีต่างหากละจ๊ะป้าแก้วตาาาจ๋าาา~” ศีรษะทุยเล็กขยับดุ๊กดิ๊กอย่างน่ารัก พร้อมกับอธิบายคำพูดของตัวเองอย่างละเอียดยิบ! ทำเอาป้าแก้วตาที่ทนฟังจนจบ!..ถึงกับใช้พัดใบลานของท่านตบเข่าฉากใหญ่!

พรึบบบ!!

“เหอะ!! เด็กอย่างเอ็งนี่นะ! ข้าแนะนำให้ไปหางานอย่างอื่นทำได้แล้ว!! และที่สำคัญสภาพอย่างเอ็งไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่โว้ยยย!! “ ป้าแก้วตากระแทกลมหายใจออกอย่างหงุดหงิด พร้อมกับเอ่ยคำพูดที่มักจะพร่ำบอกกับเด็กสาวอยู่เป็นประจำ เพราะกลัวว่าวันใดวันหนึ่งสังคมที่นี่จะทำร้ายเด็กสาวเข้า! โดยเฉพาะความสวยที่เด็กสาว..ที่พยายามปิดซ่อนเอาไว้ตลอดเวลาจนไม่เป็นตัวของตัวเอง! ซึ่งท่านที่ผ่านโลกมาก่อนย่อมกลัวภัยร้ายที่มองไม่เห็นนี้…จะฉุดเอาเด็กสาวราวกับผ้าขาวสะอาดคนนี้..ต้องแปดเปื้อนมลทิน !

ดั่งคำพูดที่คนโบราณมักจะกล่าวเอาไว้ ‘ความงามมักจะเป็นภัย!’

“งื้ออ~~ เดี๋ยวนี้ป้าแก้วตาเลือกผู้เช่าแล้วหรอจ๊ะ!” เมเปิ้ลรีบเปลี่ยนบทสนทนาที่แสนจะตึงเครียด ให้กลับกลายมาเป็นเรื่องขำอย่างเช่นทุกครั้ง และไม่ใช่ว่าเธอไม่เข้าใจในคำพูดของป้าเจ้าของห้องเช่า แต่เพราะชีวิตของเธอนั้น..ไม่ได้มีโอกาสให้เลือกอะไรมากมายอย่างกับคนอื่นเขา! เพราะฉะนั้นแล้วเธอจึงต้องดิ้นรนมากกว่าคนอื่นๆเป็นสิบเท่า

และที่สำคัญบ้านเด็กกำพร้าที่เธอเติบโตมา! ในตอนนี้กำลังประสบกับปัญหา เธอจึงอยากช่วยซิสเตอร์หาเงินอีกแรง ส่วนเรื่องเรียนหรืออนาคตของเธอนั้น…เธอรอได้อยู่แล้ว..!

เพี๊ยะ!!!

“เจ้าเด็กบ้านี่! ข้าห่วงเอ็งหรอกนะโว้ย!” คราวนี้พัดใบลานในมือของป้าแก้วตา ฟาดลงไปบนตะกร้าสินค้าของเด็กสาวดังสนั่น ทำเอาเมเปิ้ลที่เผลอหลุดเข้าไปในภวังค์ความคิดของตัวเอง สะดุ้งโหย่งพร้อมกับกระโดดถอยหลังหนี! กุลีกุจอปกป้องสินค้าทำเงินของตัวเองเป็นพัลวัน

“อิๆ~ ก็เพราะป้าแก้วตาน่ารักอย่างนี้ยังไงละจ๊ะ เมเลยไม่อยากย้ายไปไหน” เมเปิ้ลหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อสามารถทำให้ป้าเจ้าของห้องเช่า โมโหจนลืมเรื่องที่กังวลใจได้ และก่อนที่เธอจะเผลอทำท่านหัวใจวายไปจริงๆ ก็รีบเปลี่ยนอารมณ์กลับมาหยอกเย้าท่านเหมือนเช่นทุกครั้ง เพราะเธอไม่ต้องการให้ท่านมาทุกข์ใจไปกับปัญหาชีวิต..ที่มืดสนิทไร้หนทางออกของเธอ

“เฮ้ออ~ แล้วถ้าวันหนึ่งข้าตายไปละ!” เสียงทอดถอนหายใจของป้าแก้วตาดังขึ้น พร้อมกับประโยคคำพูดที่ทำให้เมเปิ้ลรู้สึกใจเสียไม่น้อย รอยยิ้มสดใสร่าเริงพลันเลื่อนหายไปจากดวงหน้าหวานอย่างช้าๆ ไม่ต่างจากความหนาวเหน็บในค่ำคืนนี้…ที่กำลังคืบคลานเข้ามาหาเธอ!

“พูดไม่น่ารักอีกแล้วนะคะ”เมเปิ้ลพยายามบังคับน้ำเสียงของตัวเองไม่ให้สั่นไหว ดวงตากลมโตราวกับตุ๊กตาราคาแพง กระพริบปริบๆไล่ความอ่อนแอทิ้ง ก่อนจะทำเป็นตีหน้ายุ่งตำหนิป้าแก้วตาที่เธอเคารพ เสมือนญาติผู้ใหญ่ออกไปอย่างไม่จริงจังนัก

“ข้าพูดตามโลกความจริงโว้ย!”ป้าแก้วตาส่ายศีรษะไปมาเมื่อรู้ว่าเด็กดื้ออย่างเมเปิ้ล ไม่มีทางเลิกหาเงินด้วยวิธีนี้อย่างแน่นอน เพราะสิ่งที่เด็กสาวเลือกทำนั้น!..มันสามารถทำให้เธอเก็บเงินได้เป็นกอบเป็นกำทุกวัน! แต่มันก็ต้องแลกมาด้วยชีวิตที่เสี่ยง! เพราะต้องวนเวียนอยู่กับผู้คนในยามราตรี!…ที่ไว้เนื้อเชื่อใจไม่ได้ทั้งนั้น!

“เมเข้าใจที่ป้าแก้วตาพูด..แต่งานมันหายากนิจ๊ะ ไม่มีใครเขารับลูกจ้างวุฒิการศึกษาน้อยอย่างเมหรอกค่ะป้า” เมเปิ้ลฉีกยิ้มหวานก่อนจะเดินเข้าไปทรุดตัวนั่งลงข้างๆป้าแก้วตา พร้อมกับเอื้อมมือไปกุมฝ่ามือที่เริ่มเหี่ยวย่นไปตามกาลเวลาของท่านเบาๆ พร้อมกับพูดออกไปตามความเป็นจริง ที่ไม่มีใครจ้างคนอย่างเธอเข้าทำงาน เพราะโลกได้สร้างบรรทัดฐานเอาไว้หมดแล้ว ส่วนเธอที่เป็นเพียงฝุ่นละอองของโลกใบนี้ ย่อมต้องดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอดในทุกๆวิธีที่สมองคิดได้ สายตาของป้าแก้วตาที่มองเธอเริ่มอ่อนลง..ทำให้เมเปิ้ลรู้สึกอบอุ่นหัวใจทุกครั้งที่ได้พูดกับท่าน

“เฮ้อออ~ งั้นเอ็งก็กลับไปเรียนซะสิ” ป้าแก้วตาถอนหายใจยาวเป็นกิโล พร้อมกับแนะนำทางออกให้เด็กสาวไป

“เมมีเงินเสียที่ไหนละจ๊ะ” เมเปิ้ลระบายยิ้มหวานพลางส่ายศีรษะน้อยๆ เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ที่เธอหามาได้ เธอส่งมันกลับไปที่บ้านเด็กกำพร้าทั้งหมด! เพราะฉะนั้นแล้วเงินเก็บเพื่อเรียนต่อในชั้นอุดมศึกษาของเธอจึงยังไม่มี!.

“เฮ้ออ~ ชีวิตเอ็งมันน่าสงสารจริงๆโว้ย!! นี่ถ้าหากข้ามีเงินเก็บสักนิด!..จะไม่ลังเลที่จะช่วยเอ็งให้หลุดพ้นออกไปจากที่นี่เลยเชียว!” ป้าแก้วตาทอดถอนหายใจออกมาเป็นร้อยๆครั้ง พร้อมกับเอ่ยคำพูดที่ทำให้เมเปิ้ลรับรู้ถึงความจริงใจของท่านได้เป็นอย่างดี แต่ชีวิตของเธอไม่ได้โรยด้วยกลีบดอกไม้มาตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาบนโลกใบนี้ นั้นจึงทำให้เมเปิ้ลต้องอดทน!..และเงยหน้าขึ้นมาต่อสู้กับโชคชะตาของตัวเอง

“ป้าแก้วตาน่ารักกับเมอีกแล้ว” เสียงหวานเอ่ยขึ้น เปลี่ยนบรรยากาศตรงหน้าให้กลับมาสดใสเหมือนเดิม พร้อมกับดันตัวเองลุกขึ้นจากม้านั่ง พลางคว้าตะกร้าสินค้าของตัวเองขึ้นมาถือ เพื่อเตรียมตัวออกไปทำงาน

“ไอ้เด็กนี่! ยังจะยิ้มได้อยู่อีก!” ก่อนจะถูกป้าแก้วตาเอ็ดเข้าให้ เพราะอยากให้เด็กสาวมีชีวิตที่ดีกว่านี้

“งั้นไม่หยอกแล้วก็ได้…ขากลับเมจะแวะซื้อน้ำเต้าหู้ร้านประจำไปให้ที่ห้องนะจ๊ะ” เมเปิ้ลกระโดดหลบพัดใบลานของป้าแก้วตาเป็นพัลวัน และเมื่อถึงเวลาที่ต้องออกไปทำงานแล้ว ก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยลาท่านและย้ำเตือนถึงของฝาก ที่เธอมักจะซื้อติดมือมาฝากท่านเกือบทุกวัน เพราะรู้ดีว่าท่านอยู่ดูแลห้องเช่าเพียงลำพัง นานๆลูกหลานของท่านถึงจากมาเยี่ยมเยียนที เพราะทุกคนต่างมีภาระหน้าที่ของตัวเองทั้งนั้น ซึ่งป้าแก้วตาก็ไม่อยากจะไปเป็นภาระของพวกเขา นั้นจึงเป็นเหตุผลที่ท่านยังคงทำกิจการห้องเช่าต่อ..แม้อายุจะขึ้นเลขหกแล้วก็ตาม

“ไม่ต้องๆๆ! เก็บเงินของเอ็งไปเลย!” เสียงป้าแก้วตาตะโกนไล่หลังเธอมาติดๆ

ตึกๆๆๆ แต่คนดื้อเงียบอย่างเธอหรือจะยอมฟัง เลือกโบกไม้โบกมือขึ้นกลางอากาศ ทั้งที่ยังคงหันหลังให้ท่าน

“ไม่เอา~ เมจะซื้อมาฝาก~”

“ไอ้เด็กนี่! มันดื้อจริงๆ! แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่ข้าจะหมดห่วงละว่ะ!”

ผับหรูใจกลางเมือง

ปึกกก!!! ในขณะที่เดินขายสินค้าหน้าสถานบันเทิงชื่อดังอยู่นั้น แรงปะทะปริศนาบริเวณด้านหลัง ก็ทำให้เมเปิ้ลต้องรีบหันขวับกลับไปมองอย่างรวดเร็ว เพราะนึกกลัวว่าจะเป็นคนเมาที่กล้ามาลวนลามเธอ! แต่กลับไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะคนที่เดินชนเธอคือเด็กชายขายนมหน้าตามอมแมม ที่มักจะเดินขายนมอยู่ตามสี่แยกทุกๆเช้า

แต่วันนี้กลับดูแปลกจนเธอเกิดความสงสัยขึ้น เพราะเวลานี้มันเกือบจะเที่ยงคืนเข้าไปแล้ว แต่ทำไมเด็กคนนี้ถึงยังออกมาเดินขายนมอยู่อีก เมเปิ้ลขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมกับสำรวจไปตามร่างกายผอมโซของเด็กชาย ไม่นานก็เข้าใจถึงสาเหตุที่ทำให้เด็กชายขายนมเดินมาชนเธอจังๆ..นั้นก็เพราะเปลือกตาที่แทบจะลืมไม่ขึ้น.. บ่งบอกถึงความง่วงที่กำลังคืบคลานเข้าไปครอบงำเด็กขายนม

“ผมขอโทษครับพี่!” เด็กชายขายนมลนลานยกมือขึ้นไหว้ขอโทษแนบอก พลางอ้าปากหาวไปด้วย

“ไม่เป็นไรจ๊ะ..แล้วยังขายนมไม่หมดอีกหรอ?” เมเปิ้ลระบายยิ้มอย่างอ่อนโยน พร้อมกับส่ายศีรษะที่สวมหมวกแก๊ปเบาๆ ก่อนจะเลียบเคียงถามถึงนมที่เหลืออยู่มือเล็กๆนั้น แม้จะรู้สึกสงสารเด็กชายที่ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ แต่พอลองมาชั่งน้ำหนักดูแล้ว..ชีวิตของเธออาจจะน่าสงสารกว่าเด็กขายนมก็เป็นได้ ‘นี่แหละคือความลำเอียงที่โลกสร้างให้กับทุกคน เพราะในขณะที่เธอและเด็กน้อยทำงานจนสายตัวแทบขาด..เพื่อหาเงินมาประทังชีวิตในทุกๆวัน แต่เศรษฐีพวกนั้นกลับใช้เงินราวกับเศษกระดาษ..ที่แทบไม่มีค่าสำหรับพวกเขา’

บทก่อนหน้า
บทถัดไป