บทที่ 4 สองชายโสด

บทที่ 4 สองชายโสด

“แต่...”

“ไม่มีแต่ ทางใครทางมันก็แล้วกันจากนี้”

“โธ่เว้ย! ทำไมต้องฝันเกี่ยวกับเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยวะ”

เนื้อตัวที่ต่างชุ่มไปด้วยเหงื่อเต็มร่างกายของตัวเอง จนผมต้องลุกมายืนที่ตรงระเบียงของคอนโดเพื่อรับลมเย็น ๆ ของบรรยากาศชั้นบนสุดของตึก พลางขบคิดในสิ่งที่ฝันไปด้วย เสียงถอนหายใจออกมายาวราวกับว่าเบื่อหน่ายเต็มแก่

สลัดยังไงก็ทำไม่ได้

ละทิ้งยังไงก็ไม่ได้

โคตรทรมานเลย

เมื่อมองไปรอบ ๆ ตัวต่างก็พบกับแสงไฟมากมายที่ระยิบระยับจากตึกอื่น ๆ บ้าง จากบ้านเรือนบ้างทั้งที่อยู่ใกล้และอยู่ไกล วิวนี้มันสวยมาก มองดี ๆ จะเห็นไปถึงแม่น้ำสายใหญ่กับเรือที่ยังวิ่งแล่นบนผิวน้ำด้วยซ้ำไป

จากวันนั้นสู่วันนี้ที่ไม่เหมือนเดิม การก้าวกระโดดของตัวเองในชีวิตจริงมันเริ่มต้นขึ้นอย่างดี พร้อมด้วยทุกอย่างที่อยากได้ ไม่มีอะไรที่ไม่ได้ด้วยซ้ำ

“ทำไมผมถึงยังไม่ลืมคุณนะ..”

ทำไมไม่ลืม...

ตั้งแต่จากกันวันนั้นผมก็ไม่เคยกลับไปพบหน้าของผู้หญิงคนนั้นอีกเลย เมื่อคิดว่าแพ้ ก็ต้องเป็นฝ่ายจากมาเอง ผมย้ายมหาลัย ย้ายออกจากหอ ย้ายจากสถานที่เดิม ๆ เพื่อไปเรียนที่เมืองนอกจนจบแล้วค่อยย่างก้าวเข้ามาเหยียบแผ่นดินไทยเพียงแค่สองปีที่ผ่านมาเอง

แต่ความทรงจำร้ายๆ ก็ยังคอยตามหลอกหลอนไม่เว้น ถึงบางครั้งจะไม่นึกถึงเลยก็ตาม

แม่ง...

ทำไมต้องเสือกจำ

ทุกวันนี้ผมจึงเกลียดผู้หญิงที่เข้ามาหาตัวเองมากมาย ไม่เว้นช่วงเวลา สิ่งที่เป็นตัวเร้าให้เข้ามาก็คือรูปลักษณ์ภายนอกของผมเอง

เกลียดที่ทำไมพวกเธอถึงไม่รู้จักคุณค่าของตัวเอง

เกลียดที่มองผู้ชายแค่เปลือกนอกเหมือนอย่างกับผู้หญิงคนนั้น

ผู้หญิงคนนั้นไม่เคยรู้ว่าผมมีฐานะเป็นอย่างไร ทางบ้านมีกิจการอะไรและอีกอย่างในปัจจุบันนี้ผมก็เปลี่ยนเป็นตัดผมสั้นเรียบร้อยจึงเหมือนไฮโซคนมีเงินขึ้นมามากมั้ง

ถึงมีผู้หญิงเข้ามาทำความรู้จักอย่างไม่ขาดสาย

ก็อย่างว่าสมัยนี้มองที่รูปร่างภายนอกมากกว่าจิตใจ...

เป็นการตัดสินที่ค่อนข้างลำเอียงอย่างชิบหาย แต่ก็นั่นแหละทำยังไงได้มันเป็นจุดแรกที่คนส่วนใหญ่โฟกัส ทำได้แค่ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกับบาดแผลใหญ่ที่เกิดขึ้นในใจที่รักษายังไงก็ไม่ขาด เพราะมันบาดลงลึกจนเกินคำว่าเยียวยา

ผมก็เป็นเช่นนั้น ได้แต่เก็บแผลนั้นลงไปในส่วนลึก ทว่าพอนึกถึงทีไรมันก็สามารถผุดขึ้นมาได้ตลอด ไม่หายไปเลย

แม่ง... น่าตลก

เสียงของโทรศัพท์ดังขึ้นมาทำให้ตัดความคิดของทุกอย่างลงโดยอัตโนมัติ ก็ดีเหมือนกันในค่ำคืนที่เงียบเหงาแบบนี้ มันไม่ควรต้องนึกถึงเรื่องพวกนั้น

Rr…

“ว่า?”

ผมกรอกน้ำเสียงอย่างปกติ เมื่อเห็นว่าปลายสายเป็นใครพร้อมกับยกยิ้มขึ้นที่มุมปากขึ้นมา ก็แน่ล่ะตอนนี้เราสองคนเป็นเพื่อนซี้กันไปแล้ว ตั้งแต่ไอ้เพื่อนทั้งสามคนมันมีเมียเป็นตัวเป็นตนไปหมด หลงเหลือเพียงแค่นี้ที่ไปไหนมาไหนด้วยกัน ยิ่งกว่าแฝดด้วยซ้ำ

[ไปฟันสาวกันเปล่าวะ?]

น้ำเสียงที่ค่อนข้างเซง ๆ พูดขึ้นเสียงดังที่ปลายสาย ยอมรับว่าคำชวนของมันน่าสนใจไม่น้อย เพราะสามารถทำให้หายฟุ้งซ่านได้

“ที่?”

ไม่ต้องถามว่าผมจะตกลงไปไหม เพราะยังไงก็ไม่พลาดไปกับเพื่อนรักอย่างไอ้รูธทั้งที เหมือนทุกอย่างถูกเตรียมเอาไว้เพียงแค่ผมกับมันที่ต้องกอดคอไปไหนมาไหนด้วยกันอย่างไร้คู่

แต่เชื่อเถอะว่าความสนุกรอเพียบแน่

[ไหนก็ได้ กูตามใจมึงไอ้แวน]

“มันต้องอย่างนี้สิไอ้รูธ ว่าแต่มึงพึงออกเวรหรือวะ?”

ใช่มันเป็นหมอ หมอเหี้ย ๆ

[เออ ก็เลยอยากพักผ่อนบ้างคลายเครียดตามประสาคนโสด]

ก็โสดจริง ๆ ข้อนี้ไม่เถียง ยิ่งถ้าเป็นโสดด้วย หน้าตาดีด้วยอีกอย่างก็รวยร่วมด้วยยิ่งแล้วไปกันใหญ่ เป็นที่ต้องการของตลาด

“หึ... แล้วเจอกัน”

ไม่ต้องพูดกันให้มันมากความ เพราะว่าผมเข้าใจที่ไอ้รูธมันพูดดีทุกอย่าง ผมเข้าไปจัดการอาบน้ำและแต่งตัวเพื่อออกไปด้านนอกทันทีโดยที่ไม่สนว่าจะเวลาเท่าไหร่ สำหรับเมืองที่ไม่เคยหลับใหลยังไงก็สามารถเที่ยวได้อย่างสบาย

VENDEN: TALK END

บทก่อนหน้า
บทถัดไป