บทที่ 5 ท้าทาย

บทที่ 5 ท้าท้าย

เสียงดนตรีที่ดังกระหึ่ม ณ คลับแห่งหนึ่งที่ค่อนข้างจะมีผู้คนคับคั่งอย่างล้นหลาม จะแทรกกายเข้าไปทั้งที่แน่นอนว่าร่างกายจะต้องได้รับการเบียดเสียดกับร่างกายของคนอื่น ๆ บดเบียดกันเข้ามาให้สัมผัสอย่างมากมาย

ถึงมันจะค่อนข้างทึบและอึดอัดมากเป็นพิเศษซึ่งนั่นมันก็เป็นความธรรมดาที่ยังไงหากมาเที่ยวเยือนที่แบบนี้ต้องเจออยู่แล้ว ถึงแม้จะไม่ชอบก็ตาม ใช่ทั้งหมดที่บอกมานั้นแบบนี้ฉันไม่ชอบเลยด้วยซ้ำ แต่ดันไปรับปากเพื่อน ๆ นักดื่มไว้จึงจำเป็นต้องมาโดยที่ไม่เต็มใจสักนิดเดียว

ปฏิเสธก็ไม่ได้ หัวเดียวกระเทียมลีบ เถียงไม่เคยชนะใคร ทำยังไงได้นอกจากยอมรับมัน

“เอ้า ๆ มาสนุกกันดีกว่า วู้ ดื่ม ๆ ชน ๆ”

เสียงของนาเดียร์ดังขึ้นแข่งกับเสียงเพลงจนถึงขั้นแสบแก้วหู เพราะเธอเลือกเข้ามาใกล้ กอดคอแล้วพูดขึ้นแข่งกับเสียงเพลง ริมฝีปากเล็กขยับใกล้ใบหูของฉัน ทำไมเสียงถึงกังวานแบบนี้ก็ไม่รู้ทั้งที่คลับแห่งนี้ก็เปิดเพลงดังพอสมควร เหมือนเสียงของนาเดียร์ขึ้นเท่ากันกับเสียงเพลงเลย

“ยกสิยัยนิน ฉันไม่ได้พาแกมานั่งเป็นเจ้าที่ ที่นี่นะเว้ย ตกลงมาทั้งทีมันต้องเลือกวามสนุกตรงหน้า”

“เออ ๆ รู้แล้ว ๆ”

นาเดียร์พูดขึ้นแต่มันดันดังในตอนที่เพลงที่ลดลงเพลงกำลังเปลี่ยนเพลง ทำให้คนในกลุ่มหันมาจ้องหน้าฉันอย่างเป็นจุดศูนย์รวม จึงทำให้ฉันจำใจยกขึ้นดื่มจนหมดแก้ว ไม่รู้ว่าเหล้าที่ดื่มไปมันมีฤทธิ์มากหรือน้อยด้วยซ้ำ

จะเมาตายไหมวะ

ถ้ามีอีกแก้วคงต้องแค่จิบ ๆ แล้ว ไม่อย่างงั้นหาทางกลับบ้านไม่เจอแน่กับสถานการณ์แบบนี้ การเอาตัวให้รอดต้องมีมากกว่าในตอนที่อยู่ในสถานการณ์อื่น

ฉันขอแนะนำตัวเลยแล้วกันว่าฉันชื่อญานิน ทั้งชื่อเล่นและชื่อจริง เป็นชื่อเดียวกัน เป็นลูกจ้างประจำร้านเค้กแห่งหนึ่งในเมืองหลวงนี่แหละ  ส่วนการศึกษาไม่ต้องถาม ปริญญายังไม่ได้เรียนด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่อายุย่างเข้าจะยี่สิบสองแล้ว

เหตุก็เพราะว่าจนเป็นเหตุผลหลัก ยิ่งในยุคที่ข้าวของแพงแบบนี้เลี้ยงตัวและส่งเงินให้ปู่กับย่าที่อยู่บ้านนอกยังไม่พอใช้เลยด้วยซ้ำ

ถ้ายังเสือกเรียนอีกก็ไม่ต้องมีชีวิตแล้ว

กับไอ้ที่บอกว่าเรียนฟรี มันไม่มีจริง ๆ หรอก ค่าใช้จ่ายทุกอย่างล้วนมีเสมอ บางครั้งมันมากกว่าการใช้ชีวิตไปวัน ๆ ด้วยซ้ำ กับทางเลือกแบบนี้ แน่นนอนว่าฉันต้องเอาชีวิตรอดของตัวเองและครอบครัวที่อยู่ทางบ้านก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนเรื่องของการศึกษานั้นเริ่มได้เสมอหากมีความพร้อมและใจยังรักปักหลักกับมัน ยังไม่สายหากอยากเริ่มเรียน

ฉันคิดไว้แบบนี้

วางอนาคตไว้อย่างนี้

“เออพวกแก ฉันขอตัวกลับก่อนนะพรุ่งนี้ต้องทำงานแต่เช้าตรู่” เพราะพรุ่งนี้ต้องเข้างานกะเช้า เริ่มในตอนตีห้ากว่าขืนอยู่นานกว่านี้ไม่ได้หลับนอนพักผ่อนกันพอดี ทางเลือกที่ทำต่อคือการหยุดดื่มแล้วกลับไปนอนที่หอพัก “อยู่ดึกไม่ไหวแน่”

“เดี๋ยว ๆ เฮ้ย! ญานิน”

ยังไม่ได้ฟังเสียงของเพื่อน ๆ สักนิดฉันก็ลุกขึ้นและก้าวออกมาทั้งที่ได้ยินเสียงเรียกชื่อซ้ำ ๆ แต่ฉันก็ไม่กลับไปแล้วแหละ ขืนกลับเข้าไปมียาวแน่ พวกมันไม่ได้เข้างานเช้า จะดื่มเที่ยวกันจนถึงเช้าก็ไม่เสียหายอะไรเท่ากันกับตัวของฉันเอง

มาได้ก็ต้องปรับเวลาได้ อย่าทำให้เสียงานเด็ดขาด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป