บทที่ 1 กุ้ยเฟยพระองค์ใหม่ 1
-รัชศกเทียนเหิงปีที่สามสิบเอ็ด-
“กุ้ยเฟยทรงงดงามมากเพคะ”
เสียงชื่นชมดังขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายภายในห้องบรรทม
‘มู่ชิงหลัน’ นั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ปล่อยให้นางกำนัลหลายคนช่วยกันจัดแต่งเรือนผมและเครื่องประดับชิ้นสุดท้าย
หญิงสาวในกระจกทองเหลืองมีใบหน้างดงามอ่อนเยาว์ คิ้วเรียวโค้ง ดวงตากระจ่างสดใส ริมฝีปากแต้มสีแดงระเรื่อ เครื่องประดับทองและหยกบนเรือนผมขับให้ใบหน้าที่เคยสดใสแบบเด็กสาว ดูสง่างามขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
อาภรณ์ที่สวมอยู่ก็ไม่ใช่ชุดขององค์หญิงจาก ‘แคว้นต้ามู่’ อีกแล้ว แต่เป็นเครื่องแต่งกายตามฐานันดรของ...
‘กุ้ยเฟย’ แห่ง ‘แคว้นต้าหลี่’
มู่ชิงหลันมองหญิงสาวในกระจกอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนเอียงศีรษะไปด้านหนึ่งเล็กน้อย พวงระย้าข้างมวยผมแกว่งตาม
กรุ๊งกริ๊ง... กรุ๊งกริ๊ง...
แล้วนางก็ถอนหายใจ
“หนัก”
เสี่ยวอวี้ที่กำลังตรวจดูชายแขนเสื้ออยู่ด้านหลังเงยหน้าขึ้น
“อะไรหนักเพคะ”
“ทั้งหมด”
ชิงหลันยกนิ้วชี้ขึ้นเหนือศีรษะตัวเอง
“ปิ่นก็หนัก มงกุฎก็หนัก ต่างหูก็หนัก” นางขยับไหล่เล็กน้อย “เสื้อก็หนัก”
เสี่ยวอวี้เม้มปากกลั้นยิ้ม
“วันนี้เป็นวันสำคัญนะเพคะ”
“เรารู้”
“เช่นนั้นก็อย่าทรงเล่นสิเพคะ”
ชิงหลันเหลือบมองเสี่ยวอวี้ผ่านกระจก
“เราไม่ได้เล่น” หญิงสาวทำหน้าจริงจัง “เรากำลังสงสัยว่า สตรีในวังหลังต้องฝึกคอให้แข็งแรงเพียงใดจึงจะอยู่รอด”
คราวนี้เสี่ยวอวี้ต้องก้มหน้าลง เพราะกลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่ แต่นางกำนัลของต้าหลี่อีกสองคนที่กำลังช่วยจัดอาภรณ์กลับยืนนิ่ง ไม่มีผู้ใดกล้าหัวเราะตาม
ชิงหลันเห็นดังนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ นางเพียงมองตัวเองในกระจกอีกครั้ง รอยยิ้มที่ยังติดอยู่ตรงมุมปากค่อย ๆ จางลง
สิบปีแล้ว... นับตั้งแต่เด็กหญิงวัยเจ็ดปี จากบ้านเกิด เดินทางข้ามดินแดนเข้ามายังต้าหลี่ในฐานะองค์ประกัน วันนั้นนางยังตัวเล็กเสียจนแม่นมต้องคอยเตือนว่าอย่าวิ่งเร็วนัก เดี๋ยวชายกระโปรงจะพันขา
แต่วันนี้... เด็กหญิงคนนั้นอายุสิบเจ็ดปีแล้ว และกำลังจะก้าวออกจากตำหนักที่เคยอาศัยมานาน ไปยังสถานที่ซึ่งถูกเตรียมไว้สำหรับนางตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่รู้ อาจจะตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเท้าออกจากต้ามู่ก็เป็นไปได้
ชิงหลันยกมือขึ้นแตะพวงระย้าข้างแก้มเบา ๆ เมื่อคืนนี้ทุกคนยังเรียกนางว่า องค์หญิง เช้าวันนี้... นางกลายเป็น ‘มู่กุ้ยเฟย’ เพียงชั่วข้ามคืน คำเรียกที่ติดตามนางมาตั้งแต่ถือกำเนิดก็กลายเป็นอดีต
นางกำนัลผู้หนึ่งกำลังจัดชายกระโปรงอยู่ด้านล่าง เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“องค์หญิงเสด็จมาอยู่ต้าหลี่ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ วันนี้ในที่สุดก็...”
เสียงนั้นหยุดกึก เพราะสายตาของเสี่ยวอวี้มองมา นางกำนัลเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองเรียกผิด จึงรีบก้มศีรษะ
“หม่อมฉันสมควรตายเพคะกุ้ยเฟย”
ชิงหลันกลับไม่ถือสา
“แค่เรียกผิดคำเดียวเอง”
“แต่...”
“เราเป็นองค์หญิงมาตั้งสิบเจ็ดปี เพิ่งเป็นกุ้ยเฟยวันแรก” นางหันกลับมายิ้ม “ให้เวลาพวกเจ้าสักสองสามวันก็แล้วกัน”
“ขอบพระทัยเพคะ”
นางกำนัลรีบก้มลงอีกครั้ง ชิงหลันหันกลับมามองกระจก ทว่าคราวนี้รอยยิ้มไม่ได้กลับมาเต็มดวงหน้าเหมือนเดิม เพราะนางรู้ดีกว่าใครว่า การเปลี่ยนคำเรียกครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงตำแหน่งที่สูงขึ้น แต่นับจากวันนี้ ชีวิตของมู่ชิงหลันจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
องค์หญิงแห่งต้ามู่... กำลังจะกลายเป็นสตรีในวังหลังของฮ่องเต้แห่งต้าหลี่อย่างสมบูรณ์
“กุ้ยเฟยเพคะ”
เสียงของเสี่ยวอวี้ดึงความคิดกลับมา
“ของทั้งหมดจัดเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงกล่องใบนี้เพคะ”
ชิงหลันหันไปมอง เสี่ยวอวี้กำลังถือกล่องไม้ใบหนึ่งอยู่ในมือ เป็นกล่องไม้ธรรมดา ไม่ได้ประดับมุก ไม่มีทองคำ ไม่มีตราประจำราชวงศ์ต้ามู่ เมื่อวางอยู่ท่ามกลางหีบสินเดิม เครื่องประดับ และของพระราชทานมากมาย กล่องไม้ใบนั้นดูแทบไม่มีราคา แต่สีหน้าของชิงหลันกลับเปลี่ยนไปทันที
“เอาไปด้วย”
“เพคะ”
“ระวังหน่อย”
คำกำชับที่ตามมาทำให้เสี่ยวอวี้ชะงัก ก่อนจะมองกล่องในมือตัวเอง นางติดตามชิงหลันมาหลายปี ย่อมรู้ว่ากล่องใบนี้สำคัญ สำคัญเสียยิ่งกว่าเครื่องประดับล้ำค่าหลายหีบที่ต้ามู่ส่งมาให้เสียอีก
“หม่อมฉันจะถือไปเองเพคะ”
ชิงหลันนิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนยื่นมือ
“เอามาให้เราก่อน”
เสี่ยวอวี้ส่งกล่องให้ ชิงหลันวางมันลงบนโต๊ะ แล้วเปิดฝากล่องออกเพียงเล็กน้อย ภายในไม่มีสิ่งของล้ำค่า มีเพียงกระดาษหลายสิบแผ่นที่ถูกเก็บไว้อย่างดี ดอกเหมยแห้งบางดอก ของชิ้นเล็ก ๆ ที่ผ่านกาลเวลามานานหลายปี จดหมายฉบับบนสุดกระดาษเริ่มเก่าแล้ว แต่ตัวอักษรยังคงชัดเจน
‘ถึงผู้มาเยือน...’
ปลายนิ้วของชิงหลันหยุดอยู่บนตัวอักษรนั้น ดวงตาที่เคยสดใสอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว
สิบปี... นานถึงเพียงนี้แล้วหรือ
“เอาไปวางไว้ในห้องเรา อย่าให้ผู้ใดรื้อ”
“เพคะ”
เสี่ยวอวี้รับกล่องไป ชิงหลันมองตามจนกระทั่งกล่องไม้ใบนั้นหายออกไปจากห้อง นางจึงหันกลับมาหากระจกอีกครั้ง ภาพหญิงสาวในชุดกุ้ยเฟยยังคงอยู่ตรงนั้น งดงาม สง่า และแปลกตา
ชิงหลันมองอยู่นาน ก่อนยกมือขึ้นจัดปิ่นชิ้นหนึ่งด้วยตนเอง
“ไปกันเถิด”
คราวนี้น้ำเสียงของนางเปลี่ยนไป ความขี้เล่นเมื่อครู่หายไปจนหมด
“อย่าให้ผู้ใดต้องรอ”
“เพคะ” เสี่ยวอวี้ถอยออกไปยืนด้านข้าง
ประตูตำหนักเปิดออก มู่ชิงหลันก้าวออกไป ทันทีที่พ้นธรณีประตู หลังของหญิงสาวก็เหยียดตรงขึ้น ย่างก้าวไม่เร็วไม่ช้า ชายอาภรณ์ลากผ่านพื้นอย่างสง่างาม
เด็กหญิงวัยเจ็ดปี ที่เคยวิ่งเล่นอยู่ในสวนของตำหนักแห่งนี้ราวกับหายไปในพริบตา
เหลือเพียง... ‘มู่กุ้ยเฟยแห่งต้าหลี่’
