บทที่ 4 กุ้ยเฟยพระองค์ใหม่ 4
เฉิงเยว่นิ่งไปครู่ใหญ่ สายตาเหลือบไปเห็นถุงหอมใบหนึ่งที่เก็บอยู่ด้านในกล่อง เขาหยิบมันขึ้นมา ลายปักบนผ้าไม่เหมือนลวดลายของต้าหลี่ ครั้งหนึ่งเขารู้เพียงว่าเป็นของต่างแดน แต่ไม่เคยคิดค้นหาว่ามาจากแคว้นใด เพราะแคว้นทางใต้หลายแห่งมีงานปักที่คล้ายคลึงกัน
วันนี้ เป็นครั้งแรกที่เฉิงเยว่ต้องการรู้ว่า ถุงหอมใบนี้มาจากที่ใด ปลายนิ้วค่อย ๆ กำผ้าเอาไว้ สายตาเคลื่อนไปยังตู้ที่เก็บของใช้สตรี ภาพหนึ่งผุดขึ้นมาในความทรงจำ เด็กหญิงตัวเล็กยืนอยู่หน้าตู้นั้น ดวงตากลมโตมองข้าวของด้านในอย่างสนอกสนใจ ก่อนพยักหน้ากับตัวเองอย่างมั่นใจ
‘ของพี่สาว’
วันนั้นเฉิงเยว่เกือบหลุดหัวเราะ แต่วันนี้ เขากลับหัวเราะไม่ออก เพราะหากมู่ชิงหลันคือเด็กหญิงคนนั้นจริง นางรู้มากเพียงใดแล้ว
ความอบอุ่นจากความทรงจำเมื่อครู่หายไปอย่างรวดเร็ว เฉิงเยว่วางถุงหอมกลับลงในกล่อง คำเตือนที่ได้ยินมาตลอดชีวิตกลับดังขึ้นในความคิด
ความลับบางอย่างไม่ได้แลกด้วยชีวิตของเขาเพียงคนเดียว
หากแต่วันหนึ่งความจริงถูกเปิดเผย ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะถูกลากลงไปพร้อมกัน ตำหนักบูรพาจะพัง ฮองเฮาจะถูกสอบสวน ราชสำนักจะปั่นป่วน และตำแหน่งรัชทายาทซึ่งประคองความมั่นคงของต้าหลี่มายาวนานจะกลายเป็นต้นเหตุของการแย่งชิงอำนาจทันที
เฉิงเยว่หลับตาลง เมื่อเปิดขึ้นอีกครั้ง ความลังเลในดวงตาก็ลดน้อยลงแล้ว ไม่ว่าใช่หรือไม่ เขาต้องรู้ให้แน่
แทนที่จะกลับขึ้นไปยังตำหนักบูรพา เฉิงเยว่กลับยืนอยู่กลางห้องลับ มองไปยังทางอีกด้านหนึ่ง เส้นทางนั้นอยู่ตรงนั้นมาตลอด สิบปีแล้ว เขารู้ว่าผู้มาเยือนเข้ามาจากทางนั้น แต่ไม่เคยเดินตามออกไปดู ไม่ใช่เพราะทำไม่ได้ หากเพราะต่างฝ่ายต่างรักษาพื้นที่ของอีกฝ่ายไว้
จนกระทั่งวันนี้...
เฉิงเยว่หยิบตะเกียงขึ้นมา แล้วเป็นฝ่ายก้าวข้ามเส้นนั้นเสียเอง
ทางเดินอีกด้านไม่ได้แคบอย่างที่เคยจินตนาการ แต่กลับเป็นขั้นบันไดขึ้นสู่ด้านบน เพียงไม่กี่ขั้นก็ขึ้นมาถึงเส้นทางที่มองรู้ว่าเก่าแก่ และจากประตูที่เปิดออกมาจากห้องลับ เฉิงเยว่สันนิษฐานว่าอาจเป็นช่องทางที่มีไว้ให้ผู้ที่ครอบครองตำหนักบูรพาใช้หลบหนีหรือซ่อนตัว เพียงแต่เขาไม่เคยเข้ามาเท่านั้น
ผนังเย็นชื้น พื้นเต็มไปด้วยฝุ่นและเศษดิน บางแห่งมีรากไม้เล็ก ๆ ชอนไชผ่านรอยแยก ไม่มีตะเกียง ไม่มีร่องรอยการซ่อมแซม มีเพียงร่องรอยจาง ๆ บนพื้นบางช่วงที่บอกว่า ยังมีใครบางคนเดินผ่านเส้นทางนี้อยู่เสมอ
เฉิงเยว่เดินตามร่องรอยเหล่านั้นไป ไม่นานนัก แสงจาง ๆ จากภายนอกก็เริ่มลอดเข้ามา เฉิงเยว่ดับตะเกียง แล้วเดินต่อในความมืดอีกไม่กี่ก้าว กระทั่งเบื้องหน้าปรากฏรากไม้ขนาดใหญ่สานไขว้กัน
‘โพรงไม้’ เฉิงเยว่ขมวดคิ้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นว่าทางที่หญิงสาวคนนั้นใช้เข้าออกมาตลอดสิบปี มีลักษณะเช่นไร
รากไม้ใหญ่ทอดตัวปิดบังช่องทางเอาไว้ตามธรรมชาติ พุ่มไม้ด้านนอกขึ้นซ้อนกันแน่น ช่องว่างมีขนาดพอให้คนรูปร่างไม่ใหญ่ผ่านได้ แต่เมื่อมองจากภายนอกแทบไม่มีทางรู้ว่าด้านหลังโพรงไม้มีเส้นทางทอดยาวเข้าไปใต้ดิน
เฉิงเยว่เข้าใจในทันที นี่เอง คือปราการที่ปิดบังความลับ ไม่ใช่กำแพง ไม่ใช่ประตูเหล็ก แต่เป็นรากไม้ พุ่มไม้ และพื้นที่ซึ่งแทบไม่มีผู้ใดได้รับอนุญาตให้เดินเพ่นพ่าน
เขาค่อย ๆ เบียดตัวผ่านโพรงออกไป กิ่งไม้เกี่ยวชายแขนเสื้อ เศษดินติดอาภรณ์ เฉิงเยว่ไม่ได้สนใจ
ทันทีที่ออกมายืนด้านนอกได้เต็มตัว เขากวาดตามองรอบบริเวณแล้วนิ่งงัน สวนแห่งนี้ เขารู้ว่าอยู่บริเวณใดของวัง หรืออย่างน้อยก็รู้ว่าแต่เดิมมันเป็นเขตของผู้ใด
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พื้นที่แห่งนี้เป็นสวนส่วนตัวในเขตพำนักขององค์หญิงจากต้ามู่ คนนอกแทบไม่มีเหตุผลต้องเข้ามา ยิ่งบริเวณต้นไม้ใหญ่ซึ่งอยู่ลึกจากทางเดินหลัก ก็ยิ่งไม่มีผู้ใดสนใจ
เฉิงเยว่หันกลับไปมองโพรงไม้ด้านหลังอีกครั้ง ทันใดนั้นความสงสัยซึ่งมีอยู่หลายส่วนก็แทบไม่เหลือที่ว่างให้ปฏิเสธ
มู่ชิงหลันถูกส่งมายังต้าหลี่เมื่ออายุเจ็ดปี
เด็กหญิงในห้องลับปรากฏตัวเมื่อสิบปีก่อน นางใช้มือซ้าย ชอบดอกเหมย มีของจากต่างแดน และทางที่นางใช้มาตลอดสิบปี ก็เปิดออกสู่สวนส่วนตัวขององค์หญิงแห่งต้ามู่
แปดส่วน ไม่สิ… เก้าส่วนแล้ว
หากทั้งหมดนี้ยังเป็นความบังเอิญ บนโลกก็คงไม่มีสิ่งใดเรียกว่าความจริงอีก
เฉิงเยว่ยืนนิ่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ แทนที่จะรู้สึกยินดีที่ในที่สุดก็รู้ว่าเด็กหญิงคนนั้นเป็นใคร เขากลับนึกสมเพชตัวเอง สิบปี นานถึงสิบปี ที่เขาปล่อยให้คนผู้หนึ่งเดินเข้าออกสถานที่ซึ่งไม่ควรมีผู้ใดรู้ว่ามีอยู่
อ่านหนังสือของเขา เห็นของใช้ของเขา เห็นเสื้อผ้าสตรี เห็นรายละเอียดมากมายซึ่งในวัยเด็กอาจไม่มีความหมาย แต่เมื่อเติบโตขึ้น รายละเอียดเหล่านั้นอาจกลายเป็นคำตอบได้ทั้งหมด
ที่น่าขันที่สุดคือ เขามีเวลาถึงสิบปีที่จะหาคำตอบว่าเด็กคนนั้นเป็นใคร แต่ไม่เคยทำ เพราะเชื่อว่าคนผู้หนึ่งซึ่งไม่รู้ชื่อ ไม่รู้ฐานะ และไม่รู้แม้แต่ใบหน้าของเขา จะไม่มีวันกลายเป็นภัย
เฉิงเยว่หลับตาลง หากเขารู้ตั้งแต่สิบปีก่อนว่าเด็กหญิงคนนั้นคือองค์หญิงแห่งต้ามู่ สิ่งที่ควรทำมีเพียงอย่างเดียว คือ ปิดทางนี้เสีย ตัดความสัมพันธ์ทั้งหมด ไม่ปล่อยให้นางกลับเข้ามา ไม่ปล่อยให้ความคุ้นเคยกลายเป็นความไว้วางใจ และไม่เปิดจุดอ่อนของตนเองให้ตกอยู่ในมือของผู้อื่น
แม้คนผู้นั้น จะเป็นคนที่เขาเคยวางใจมากที่สุดก็ตาม
