บทที่ 6 กุ้ยเฟยพระองค์ใหม่ 6

ภายในห้องที่เหลือเพียงคนสองคน ไม่มีผู้ใดพูดก่อน ชิงหลันยืนอยู่ข้างโต๊ะ เฉิงเยว่ยืนอยู่ไม่ไกลจากประตู กลางวันพวกเขาเพิ่งพบกันในท้องพระโรง ห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว แต่ตอนนั้นมีขุนนาง มีนางกำนัล มีพิธีการ และมีสายตาของผู้คนมากมาย

แต่เวลานี้ ไม่มีอะไรคั่นกลางอีกแล้ว ชิงหลันจึงเป็นฝ่ายถวายคำนับ และพูดก่อน

“ไม่ทราบว่าองค์ไท่จื่อเสด็จมาหาหม่อมฉันยามนี้ มีเรื่องใดหรือเพคะ”

เฉิงเยว่ไม่ได้ตอบคำถาม เขากลับมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างละเอียดเป็นครั้งแรก

ใบหน้าไม่คุ้น แน่นอนว่าไม่คุ้น เพราะไม่เคยมองตรง ๆ แต่ดวงตาคู่นี้ เฉิงเยว่รู้สึกว่าเคยเห็น อาจเพียงเสี้ยวหนึ่งผ่านช่องว่างของชั้นหนังสือ ผ่านเงาสะท้อน หรือในช่วงเวลาที่นางหันกลับมาโดยไม่รู้ว่ามีใครมองอยู่

“องค์ไท่จื่อ?” ฝ่ายชิงหลันก็เริ่มรู้สึกไม่สบายใจกับสายตานั้น จึงต้องเรียกให้ไท่จื่อรู้ตัว

“มู่กุ้ยเฟยอยู่ต้าหลี่มากี่ปีแล้ว”

แต่แล้วชิงหลันก็ชะงัก เพราะคำถามนี้ไม่ใช่สิ่งที่นางคาดว่าจะได้ยิน

“สิบปีเพคะ”

แม้จะรู้คำตอบอยู่แล้ว แต่เมื่อได้ยินจากปากนาง ความรู้สึกบางอย่างในอกก็หนักขึ้นอีก

“มาตั้งแต่อายุเจ็ดปี?”

“เพคะ”

เฉิงเยว่พยักหน้าเบา ๆ

“สิบปี... นานไม่น้อย”

เฉิงเยว่เดินเข้าใกล้อีกเล็กน้อย

“ตลอดสิบปี มู่กุ้ยเฟยคงรู้จักพระราชวังต้าหลี่ดี”

ชิงหลันมองเขา สายตาของนางเริ่มมีความสงสัย

“หม่อมฉันอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เด็ก ย่อมรู้จักอยู่บ้างเพคะ”

“อยู่บ้าง?”

“วังหลวงกว้างใหญ่ ต่อให้อยู่มาทั้งชีวิต ก็คงไม่มีผู้ใดกล้าพูดว่ารู้จักทุกแห่ง”

คำตอบนั้นสงบ ไม่มีช่องโหว่ แต่เฉิงเยว่อยากรู้มากกว่านั้น ดวงตาคมจ้องนาง

“เช่นนั้น... มีสถานที่ใดที่กุ้ยเฟยชอบเป็นพิเศษหรือไม่”

คราวนี้ชิงหลันเงียบไปเพียงชั่วขณะ แต่เฉิงเยว่เห็น นิ้วมือของนางขยับเบา ๆ ก่อนจะกำชายแขนเสื้อเอาไว้

“เหตุใดองค์ไท่จื่อจึงถามเรื่องนี้เพคะ”

“ตอบเรา”

น้ำเสียงไม่ได้ดังขึ้น แต่เย็นเยียบจนชิงหลันต้องช้อนดวงตาขึ้นสบ แล้วรอยยิ้มบาง ๆ ก็ปรากฏ

“มีเพคะ”

หัวใจของเฉิงเยว่กระตุกแต่ก็ถามต่อ

“ที่ใด”

ชิงหลันนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบ

“สวนเก่าข้างตำหนักเดิมของหม่อมฉัน”

“เพราะเหตุใด”

“เงียบดีเพคะ”

เพียงเท่านั้น ชิงหลันไม่พูดถึงต้นไม้ใหญ่ ไม่พูดถึงทางลับ และไม่พูดถึงห้องที่เก็บความลับของเขา แต่สำหรับเฉิงเยว่ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

ชิงหลันมองคนตรงหน้า ยิ่งเวลาผ่านไป ความรู้สึกประหลาดจากช่วงกลางวันก็ยิ่งรุนแรง น้ำเสียง ท่าทาง สายตา และฝ่ามือ ที่คุ้นเคยกับใครบางคนมากมายจนอดไม่ได้ที่จะเห็นเป็นภาพซ้อนทับ แต่เพราะความเป็นไปไม่ได้ จึงต้องสลัดไล่ความคิดฟุ้งซ่านนั้นออกให้หมด

ทว่าการที่องค์ไท่จื่อมาปรากฏตัวที่นี่อย่างลับ ๆ คำถามเกี่ยวกับสิบปี สวนเก่า ตำหนักเดิม มันมากเกินกว่าจะไม่สงสัย

ชิงหลันมองมือของเฉิงเยว่โดยไม่รู้ตัว นิ้วยาว ข้อนิ้ว ท่าทางเวลาวางมือข้างลำตัว คุ้นเคยจนหัวใจของนางเต้นแรงขึ้น หรือว่า...

เฉิงเยว่เห็นสายตานั้น เห็นชัดว่านางกำลังมองอะไร เขากำมือเข้าหากันโดยสัญชาตญาณ เพียงการเคลื่อนไหวเล็กน้อยนั้นกลับทำให้ดวงตาของชิงหลันไหววูบ เฉิงเยว่เห็นทั้งหมด ความหวาดระแวงที่พยายามควบคุมมาตลอดทางพลันเพิ่มขึ้น

นางจำได้ หรืออย่างน้อย นางกำลังจะจำได้

“มู่ชิงหลัน”

เป็นครั้งแรกที่เขาเรียกชื่อเต็มของนาง ชิงหลันชะงัก

“เพคะ”

“เรามาที่นี่คืนนี้ ไม่ใช่เพื่อรื้อฟื้นอดีตของเจ้า”

ถ้อยคำนั้นทำให้หัวใจของชิงหลันตกวูบ

‘อดีต’ เฉิงเยว่รู้ตัวทันทีว่าพูดมากเกินไป แต่สายเกินแล้ว ดวงตาของคนสองคนสบกัน ความเงียบแผ่คลุมห้อง ชิงหลันไม่ได้ถามว่าอดีตใด แต่เฉิงเยว่กลับยิ่งแน่ใจ

ถ้านางไม่รู้ นางควรถาม แต่การที่นางเงียบ กลับเหมือนคนสองคนกำลังยืนอยู่หน้าประตูบานเดียวกัน โดยต่างฝ่ายต่างรู้ว่าหลังประตูนั้นมีอะไร

เฉิงเยว่จึงเลือกเป็นฝ่ายปิดมัน

“บางเรื่องที่เจ้าเคยเห็น” น้ำเสียงของเขาเย็นลง “บางสถานที่ที่เจ้าเคยไป รวมถึงบางสิ่งที่เจ้าอาจคิดว่าตนเองรู้... ให้ลืมเสีย”

ชิงหลันมองเขานิ่ง คำสามคำตกลงกลางห้อง หญิงสาวไม่ได้ตอบทันที ผ่านไปครู่หนึ่งจึงถาม

“องค์ไท่จื่อกำลังรับสั่งถึงเรื่องใดเพคะ”

“เจ้ารู้ดี”

ชิงหลันนิ่ง คำตอบนั้นทำให้บางอย่างในดวงตาของนางเปลี่ยนไป เฉิงเยว่เห็น แต่ไม่ยอมให้ตัวเองหยุด เขามาที่นี่เพื่อปิดความเสี่ยง ไม่ใช่มารื้อฟื้นความสัมพันธ์ที่ไม่ควรมีอยู่ตั้งแต่แรก

“นับจากวันนี้ เจ้าเป็นกุ้ยเฟยของเสด็จพ่อ ทุกคำพูดของเจ้าไม่ได้มีผลเพียงต่อตัวเจ้า แต่มีผลต่อต้ามู่”

ชิงหลันค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น เฉิงเยว่พูดต่อ

“หากเรื่องใดที่ไม่ควรถูกเปิดเผยหลุดออกจากปากเจ้า อย่าคิดว่าฐานะองค์หญิงแห่งต้ามู่จะช่วยเจ้าได้”

เขาหยุด รู้ดีว่าคำต่อไปจะทำร้ายคนตรงหน้า แต่ความลับนี้มีคนจำนวนมากผูกชีวิตไว้กับมัน เขาไม่มีสิทธิ์เสี่ยง

“เราจะทำให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเจ้าต้องรับผิดชอบ”

“องค์ไท่จื่อ...”

ชิงหลันหน้าซีดลงเล็กน้อย คำเรียกที่หลุดจากปากบางเบาจนเทบไม่ได้ยิน เฉิงเยว่เห็นทั้งหมดแต่ก็บังคับให้ตัวเองพูดต่อ

“ทั้งคนของเจ้า ทั้งผู้ที่ส่งเจ้ามา แม้แต่ราชวงศ์มู่”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป