บทที่ 8 บทที่ 8 หาอนุ

บทที่ 8 หาอนุ

“ดึกมากแล้ว พวกเราเข้านอนเถิด พรุ่งนี้ข้าต้องเข้าเฝ้าแต่เช้า” หานอี้หลงรีบตัดบทอย่างไม่ต้องการให้หยางชิวเหยารู้สึกอึดอัดอีกต่อไป

ทั้งคู่ก้าวขึ้นเตียงนอนดั่งที่เคย ก่อนที่หยางชิวเหยาจะผล็อยหลับลงไปในที่สุด ในค่ำคืนที่มืดมิดสายตาของหานอี้หลงยังคงเบิกกว้าง เขาหันกายไปจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างรู้สึกรักใคร่ยิ่งนัก เพียงไม่นานร่างบางก็ขยับกายเข้าโอบกอดเขาไว้เฉกเช่นทุกคืนราวกับเป็นความเคยคุ้นชินไปเสียแล้ว

หานอี้หลงยิ้มกว้างออกมาพร้อมกระชับร่างบางเข้ามาสวมกอดไว้แน่น “ชิวเหยา...ขอเพียงข้ามีเจ้าอยู่ข้างกาย ต่อให้ข้าต้องรอเจ้าไปชั่วชีวิตข้าก็ยินดี” หานอี้หลงเพ้อออกมาก่อนจะจรดริมฝีปากลงที่หน้าผากมนด้วยความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ

ในวันถัดมาเสียงเล่าลือเกี่ยวกับพวกเขายังคงเซ็งแซ่ไปทั่ว ด้วยหานอี้หลงนั้นนับได้ว่าเป็นบุรุษที่หญิงสาวหลายคนต่างพากันหมายปองและอิจฉาในความรักความเอาใจใส่ที่มีให้กับหยางชิวเหยานั่นยิ่งกระพือคำเล่าลือต่างๆ นานา จนกลายเป็นเรื่องชวนให้ขบขันยิ่งนัก

ในขณะที่หานอี้หลงกลับยังคงใช้ชีวิตเหมือนมิมีเรื่องอันใดเกิดขึ้น เขาเดินทางไปว่าเข้าเฝ้าภายในวังหลวงและในทุกการประชุม เขายังคงแสดงความสามารถและความมั่นใจออกมาอย่างมิมีสิ่งใดสั่นคลอนเขาได้

ในขณะที่หยางชิวเหยายังคงใช้ชีวิตในจวนอย่างสงบ นางมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในสวนดอกไม้หรืออ่านหนังสือภายในเรือน แม้ว่าภายนอกจะดูเหมือนนางสงบสุข แต่ในใจของนางยังคงเต็มไปด้วยความสับสน

คืนหนึ่งขณะที่ลมหนาวเริ่มพัดผ่านจวน หยางชิวเหยาเดินออกมาที่ลานด้านหน้าจวน นางเงยหน้ามองดวงจันทร์ที่ลอยเด่นบนท้องฟ้า สายตาของนางเหม่อลอยไปไกลจนสุดสายตา

“เหยาเอ๋อร์...เจ้าคิดอันใดอยู่หรือ” เสียงของหานอี้หลงดังขึ้นจากทางข้างหลัง

หยางชิวเหยาหันไปมองหานอี้หลงที่เดินเข้ามายืนเคียงข้าง เขายืนอยู่ในชุดคลุมยาวสีเข้มดูสง่างามท่ามกลางแสงจันทร์นวลที่สาดส่อง

“ข้ากำลังคิดถึงอนาคต...และสิ่งที่ข้าไม่สามารถมอบให้ท่านได้” หยางชิวเหยาตอบออกมาอย่างตรงไปตรงมา

หานอี้หลงเข้าไปประคองร่างบางพร้อมจับมือของนางไว้แน่น “เจ้ามอบความจริงใจให้ข้านั่นก็เพียงพอแล้ว”

สายตาของหานอี้หลงยังคงอบอุ่นอยู่เสมอ หยางชิวเหยาทำได้เพียงยิ้มน้อยออกมาอย่างรู้สึกหนักใจ นางถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา ก่อนจะคล้องแขนของหานอี้หลงกลับเข้าไปภายในเรือนนอนอีกครั้ง

เช้าวันถัดมาหยางชิวเหยาได้เรียกพ่อบ้านให้คัดเลือกสาวใช้หน้าตาดีมาหาตนที่เรือน

บรรดาสาวใช้ต่างยืนตรงหน้าหยางชิวเหยาอย่างรู้สึกสงสัยยิ่งนัก

“ฮูหยิน...ข้าพาสาวใช้จำนวนหนึ่งมาให้ท่านตามคำสั่งขอรับ” พ่อบ้านรีบโค้งกายคำนับอย่างสุภาพ

หยางชิวเหยาลุกขึ้นเดินไปตรงหน้าของสาวใช้ทีละคน นางเพ่งพินิจอย่างต้องการสำรวจอยู่ในที หนึ่งในนั้นมีสาวใช้ผู้หนึ่ง นางมีเส้นผมยาวสีดำขลับกับดวงตากลมโตดูมีเสน่ห์เย้ายวนยิ่งนัก ส่วนอีกคนหนึ่งที่นางหมายตาไว้เป็นสาวใช้ที่ดูสวยหวาน ท่าทางเรียบร้อยแต่ยังคงดูมีเสน่ห์น่าค้นหา

“สองคนนี้ดูเข้าตาข้ามากที่สุด” หยางชิวเหยาชี้ไปที่สาวใช้ทั้งสองที่นางหมายตาเอาไว้ ก่อนจะโบกมือไล่บรรดาสาวใช้คนอื่นออกไป

“เจ้าทั้งสองมีชื่อว่าอันใด” หยางชิวเหยาเอ่ยถามเมื่ออยู่ตามลำพัง

“ข้าน้อยชื่อโม่ป่ายหรูเจ้าค่ะ” สาวใช้คนแรกที่ดูมีเสน่ห์เย้ายวนตอบกลับออกมาอย่างฉะฉาน

“ข้าน้อยชื่อหลานเย่วเจ้าค่ะ” สาวใช้อีกคนหนึ่งตอบกลับเช่นกัน

“ข้าต้องการให้พวกเจ้าทั้งสองมาเป็นอนุของใต้เท้าหาน พวกเจ้ามีสิ่งใดติดขัดหรือไม่” หยางชิวเหยากล่าวออกไปอย่างไม่อ้อมค้อม

หลานเย่วรีบคุกเข่าลงพร้อมโขกศีรษะกับพื้นอย่างแรง “ฮูหยินโปรดเมตตาข้าด้วย...ข้ามีคนรักอยู่ก่อนแล้ว มิอาจปรนนิบัตินายท่านได้เจ้าค่ะ...ฮูหยินโปรดเห็นใจข้าด้วยเถิด”

หยางชิวเหยาขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะยิ้มอ่อนโยนออกมา พลางให้นึกถึงชะตาชีวิตของตน “หลานเย่ว...เจ้าลุกขึ้นเถิด...หากเจ้ามิยินยอม ข้าก็มิต้องการบีบบังคับอันใด..หากเจ้ามีคนรักอยู่ก่อนแล้ว เช่นนั้นข้าก็ยินดีส่งเสริมเจ้าเช่นกัน”

หลานเย่วรีบโขกศีรษะขอบคุณหยางชิวเหยาอีกครั้ง “ขอบคุณฮูหยิน...ขอบคุณฮูหยินที่เมตตาเจ้าค่ะ”

“แล้วเจ้าเล่า...ติดขัดสิ่งใดหรือไม่” หยางชิวเหยากล่าวถามอย่างใคร่รู้

โม่ป่ายหรูรีบคุกเข่าลงตรงหน้าหยางชิวเหยา “หากฮูหยินเมตตาข้าน้อย...ข้าน้อยยินดีรับใช้ฮูหยินไปช่วยชีวิตเจ้าค่ะ”

หยางชิวเหยายิ้มกริ่มขึ้นมาด้วยเข้าใจเจตนาของนางเป็นอย่างดี จากนั้นจึงหันไปหาเสี่ยวเว่ยอย่างให้สัญญาณอีกครั้ง

“ข้าจะพาเจ้าไปอาบน้ำแต่งตัวเสียใหม่ ค่ำนี้จะพาเจ้ามาให้ฮูหยินพิจารณาอีกครั้ง” เสี่ยวเว่ยกล่าวออกมาพร้อมพาโม่ป่ายหรูเดินออกจากห้องไป

“หลานเย่ว...ข้าขอให้เจ้าสมหวังในความรัก” หยางชิวเหยากล่าวอวยพร พร้อมเดินไปหยิบถุงตำลึงถุงหนึ่งมายื่นให้หลานเย่วอย่างเอ็นดู นางยิ้มกว้างออกมาด้วยความรู้สึกชื่นชมในความรักมั่นของหลานเย่วที่แม้แต่เงินทองหรือลาภยศก็มิอาจเปลี่ยนแปลงจิตใจที่ซื่อตรงได้ เพียงแค่คิดขึ้นมาหยางชิวเหยาก็ถึงกับหน้าสลดลงไปเมื่อนึกย้อนถึงชะตาชีวิตของตนเองเมื่อครั้งเก่าก่อน

หลานเย่วรีบโขกศีรษะคำนับหยางชิวเหยาอีกครั้งอย่างรู้สึกตื้นตันใจ ก่อนจะขอตัวออกจากเรือนไปในทันที

สักพักหนึ่งเสียงฝีเท้าของสาวใช้ก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างบางที่เดินเข้ามาด้านใน หยางชิวเหยาหันไปมองโม่ป่ายหรูที่กลับมาในชุดใหม่ที่ได้รับการตบแต่งอย่างสวยงาม ทรวดทรงที่อวบอัดขับกับเสื้อผ้าที่พลิ้วไหวเผยให้เห็นสัดส่วนที่ยั่วยวนใจบุรุษเป็นอย่างยิ่ง

หยางชิวเหยาลุกขึ้นพร้อมเชยคางของโม่ป่ายหรูขึ้นพิจารณาอีกครั้ง นางมิได้กล่าวสิ่งใดออกมาอีก หยางชิวเหยาทำเพียงยิ้มบางออกมาอย่างรู้สึกพึงใจ ก่อนจะโบกมือให้คนทั้งสองออกจากห้องไปในทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป