บทที่ 1 ตอนที่ 1 ไม่สนใจ
กองทัพขนาดใหญ่เคลื่อนพลกลับมายังเมืองหลวง หลังจากที่พวกเขาได้ออกรบปกป้องบ้านเมืองเป็นเวลาช้านาน หลังจากที่ถูกแคว้นจ้าวรุกรานทำศึกประชิดแคว้น ทำให้ชินอ๋องอย่าง ‘เหลียงซินเผิง’ ทูลขออนุญาตฮ่องเต้ยกกองทัพไปทำศึกด้วยตนเองโดยมีสหายคู่ใจอย่าง ‘หวงหยางหมิง’ ที่มีตำแหน่งเป็นรองแม่ทัพประจำกองทัพออกไปรบด้วย
ศึกนี้กินเวลายาวนานถึงหกปีเพราะนอกจากจะต้องป้องกันชายแดนของตัวเองแล้ว ชัยชนะครั้งนี้ยังทำให้แคว้นจ้าวและชนเผ่าตี๋ที่ยกทัพมาทำศึกกับแคว้นฉินพร้อมกันนั้นยอมศิโรราบแต่โดยดี แคว้นฉินจึงมีชื่อเสียงในการรบและกองทัพที่แข็งแกร่งสะท้านไปทั่วทุกสารทิศ
แคว้นหรือชนเผ่าต่าง ๆ ที่ทีแรกตั้งใจจะทำศึกกับแคว้นฉิน ต้องพากันยกทัพกลับถิ่นฐานตัวเองโดยเร็วหลังจากที่รับรู้ว่าแคว้นจ้าวและชนเผ่าตี๋พ่ายแพ้ให้กับแคว้นฉินอย่างย่อยยับ อีกทั้งข่าวลือเรื่องความโหดเหี้ยมของแม่ทัพของชินอ๋อง แต่ผู้ที่มีชื่อเสียงที่โหดเหี้ยมกว่าจนศัตรูขนานนามว่า ‘ปีศาจหน้ากากเหล็ก’ รองแม่ทัพหวงหยางหมิง บุรุษที่ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ คอยระวังความปลอดภัยให้ชินอ๋องและฆ่าฟันศัตรูไม่เลือกหน้า ไม่มีคำว่าปรานีให้กับเหล่าศัตรู หวงหยางหมิงตวัดดาบสะบั้นคอศัตรูได้อย่างไม่ลังเล
“ไม่ได้กลับมานาน รู้สึกเหมือนบ้านเมืองของเราจะเปลี่ยนแปลงไปไม่น้อย” ชินอ๋องหันไปคุยกับสหายของตัวเองที่ใส่หน้ากากเหล็กปกปิดครึ่งใบหน้า ตั้งแต่หน้าผากจนถึงจมูก มีเพียงดวงตาและช่วงล่างบริเวณปากเท่านั้นที่โผล่ออกมาให้เห็น
หวงหยางหมิงพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของชินอ๋อง เขาเองก็จากเมืองหลวงไปนาน กลับมาคราวนี้ดูเมืองหลวงเจริญขึ้นไม่น้อย ดวงตาหันไปมองรอบ ๆ ตัว มองเห็นผู้คนมากหน้าหลายตาที่ออกมาต้อนรับพวกเขา สายตาหลายคู่มองมาด้วยความดีใจและชื่นชม แต่หลายสายตาก็มองมาด้วยความหวาดกลัวเช่นเดียวกัน แต่หวงหยางหมิงเองก็ไม่ได้ใส่ใจกับสายตาผู้คนเหล่านั้น เขาชินแล้วกับสายตาแบบนี้
“กลับมาแล้ว ไม่คิดจะถอดหน้ากากออกรึ”
“ไม่พ่ะย่ะค่ะ”
“แต่ชาวเมืองเขาจะหวาดกลัวเจ้าเอานะ ดูสายตาที่พวกเขามองเจ้าสิ”
“เป็นเช่นนี้ดีแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
หวงหยางหมิงตอบด้วยน้ำเสียงเหมือนไม่แยแสต่อสิ่งใด จนชินอ๋องอดขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความงุนงงไม่ได้ ที่นี่ไม่ใช่สนามรบ เหตุใดหวงหยางหมิงยังไม่ยอมถอดหน้ากากออกอีก แต่เอาเถิด ในเมื่อเจ้าตัวเขาไม่ต้องการที่จะถอด ตัวเขาเองก็ไม่บังคับซักไซ้ให้มากความ หวงหยางหมิงอาจจะมีเหตุผลบางอย่าง ก็ถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของเจ้าตัวเอง เขาเป็นเพียงนายไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวอยู่แล้ว
จวนตระกูลเซียว
สตรีโฉมสะคราญผู้หนึ่งกำลังนั่งจิบชาเงียบ ๆ ที่ศาลากลางสระบัวในจวน โดยมีบุรุษที่เป็นคู่หมั้นนั่งอยู่เคียงข้าง
“อิงเอ๋อร์ เราต่างหมั้นกันนานแล้ว เหตุใดถึงยังไม่ยอมแต่งเข้าจวนข้าอีก”
หลี่ซื่อหมิน คู่หมั้นของสตรีโฉมสะคราญอย่าง เซียวเหม่ยอิง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก เพราะคู่หมั้นของเขาแม้ว่าจะหมั้นกันเป็นเวลานานแล้ว ทว่ายังไร้วี่แววเรื่องการแต่งงาน เวลาเอ่ยถามก็มักจะได้ยินแต่คำตอบเดิม ๆ จนเขาเองก็รู้สึกเบื่อหน่ายไม่น้อย
“ข้ายังเป็นห่วงครอบครัวเจ้าค่ะ” เซียวเหม่ยอิงมักจะตอบเพียงแค่นั้น ไม่ได้อธิบายต่อว่าทำไมหรือเพราะเหตุใด จนหลี่ซื่อหมินรู้สึกรำคาญในคำพูดและกิริยาคู่หมั้นของตัวเอง
แม้ว่านางจะมีใบหน้าที่งดงาม แต่กลับมีท่าทีที่เฉยชาและใบหน้านิ่งเรียบที่ไม่แสดงออกถึงอารมณ์ใด ๆ จนบางทีหลี่ซื่อหมินคิดว่าเขาคุยกับหุ่นฟางที่เหล่าทหารใช้ฝึกซ้อมมากกว่าคุยกับมนุษย์คนหนึ่งเสียอีก
หลังจากที่ได้ยินคำตอบที่ไม่ต่างจากเดิม หลี่ซื่อหมินก็ลุกออกไปจากศาลาทันที เพราะขืนให้เขาอยู่ต่อไป เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะคุยอะไรกับเซียวเหม่ยอิงเช่นกัน ตั้งแต่ที่หมั้นหมายกันมา พวกเขาคุยกันจนแทบจะนับคำได้ และนางเองก็ไม่ค่อยออกไปไหนกับเขา ส่วนมากนางจะอยู่แต่ในจวนเสียมากกว่า
หลี่ซื่อหมินเดินออกมาจากศาลาด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิดรำคาญใจ เขาหันไปดูคู่หมั้นของตัวเองก็เห็นนางนั่งจิบชาอยู่เช่นเดิมไม่เปลี่ยน ยิ่งทำให้หลี่ซื่อหมินนั้นรู้สึกไม่พอใจเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
“คุณชายหลี่ มาหาท่านพี่หรือเจ้าคะ” เสียงใสของหญิงสาวอีกคนที่เอ่ยทักชายหนุ่ม ทำให้เขาละสายตาจากเซียวเหม่ยอิงแล้วหันมามอง ก็พบกับใบหน้าที่คุ้นเคยยืนยิ้มให้เขาอยู่ เซียวลี่หง น้องสาวแท้ ๆ ของเซียวเหม่ยอิง
“ขอรับ แต่ว่ากำลังจะกลับแล้ว”
“เหตุใดถึงกลับเร็วนักเล่าเจ้าคะ หรือว่าท่านทะเลาะกับท่านพี่อีกแล้ว” เซียวลี่หง เอ่ยถามพร้อมกับสีหน้าที่แสดงถึงความห่วงใย
"..." หลี่ซื่อหมิน
“หากท่านลำบากใจที่จะพูด ไม่ต้องตอบข้าก็ได้นะเจ้าคะ ข้าเพียงแค่ไม่อยากให้ท่านกับท่านพี่ต้องทะเลาะกันแค่นั้นเอง”
หลี่ซื่อหมินมองสตรีตรงหน้าที่ทำสีหน้าคล้ายสำนึกผิดกับเขา ในใจก็นึกเอ็นดูไม่น้อย เขาอดคิดเปรียบเทียบสองพี่น้องคู่นี้ไม่ได้ คนหนึ่งนิ่งราวน้ำแข็งแต่อีกคนกลับสดใส ไม่ว่าผู้ใดก็ต่างอยากอยู่ด้วย แวบหนึ่งเขาก็คิดว่าหากคู่หมั้นของเขาเป็นเซียวลี่หงก็คงดี เขาคงจะมีความสุขไม่น้อย
กึก! เป็นเซียวลี่หงงั้นหรือ?
