บทที่ 11 ราชโองการ 2

“ข้า ข้าก็ไม่รู้เรื่องสมรสพระราชทานเหมือนกัน” เซียวฟู่ซินเอ่ยอย่างเหม่อลอย

“ท่านพี่แล้วเราจะทำอย่างไรกันดี หงเอ๋อร์ของเรา...”

“เข้าไปในเรือนกันก่อนเถิด”

สองสามีภรรยาช่วยกันประคับประคองเซียวลี่หงที่ยังร้องไห้ไม่หยุดตั้งแต่ที่ได้ยินราชโองการ ทั้งสามคนพากันเดินเข้าไปในเรือนใหญ่เพื่อปรึกษาหารือกันต่อไป

“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ”

ลี่จินเรียกคุณหนูของตัวเองเบา ๆ เพราะตั้งแต่ที่เดินเข้ามาคุณหนูของนางยังไม่ได้เอ่ยอะไรแม้แต่คำเดียว ได้แค่เพียงยืนมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าเงียบ ๆ เท่านั้น

เซียวเหม่ยอิงได้ยินเสียงสาวใช้เรียกตนก็หันไปยิ้มให้เล็กน้อย

“ไปเตรียมอาหารเย็นกันเถิด” พูดจบเซียวเหม่ยอิงก็เดินไปยังห้องครัวเพื่อเตรียมอาหารให้ครอบครัวตนเองทานดั่งปกติเช่นทุกวัน

   แม้ว่าที่จวนจะมีแม่ครัวประจำไว้อยู่แล้ว แต่เซียวเหม่ยอิงชอบลงมือทำอาหารให้บิดามารดาตนเองมากกว่า เพราะนางรู้ว่าบิดามารดาของนางนั้นชอบกินอะไร รสชาติแบบไหน อีกอย่างอาหารที่ปรุงขึ้นด้วยความรักและความเอาใจใส่ นั้นดีกว่าคนที่ทำเพียงผ่าน ๆ ไปแต่ละครั้งอย่างแน่นอน

“คุณหนูใหญ่ ปล่อยให้เป็นหน้าที่บ่าวเถิดนะเจ้าคะ ประเดี๋ยวบ่าวจะตั้งใจทำให้สุดฝีมือเลยเจ้าค่ะ”

   หัวหน้าแม่ครัวยิ่งเห็นคุณหนูตัวเองทำยิ่งละอายใจ ก่อนที่จะมาอยู่จวนนี้นางก็เคยประจำที่อื่นมาก่อน ทว่านางไม่เคยเห็นคนชั้นสูงคนไหนเข้าครัวบ่อยขนาดนี้ หากจะเข้าครัวก็จะเป็นโอกาสสำคัญ ๆ เสียมากกว่า

“ไม่เป็นไร เจ้าไปเตรียมของให้ข้าดีกว่า เดี๋ยวตรงนี้ข้าทำเอง” เซียวเหม่ยอิงหันไปพูดกับแม่ครัวด้วยรอยยิ้มแล้วก็หันหน้ามาทำอาหารต่อ

“พวกเจ้าทำอาจจะไม่ถูกปากท่านพ่อท่านแม่ ข้าน่ะรู้ดีว่าพวกท่านทั้งสองคนชอบทานแบบไหน” เซียวเหม่ยอิงพูดไปทำไปอย่างตั้งอกตั้งใจ

   แม่ครัวเหล่านั้นเห็นก็ได้แต่ถอนหายใจ เพราะนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกนางถูกปฏิเสธ คุณหนูของพวกนางลงมือทำเองเสมอ พวกนางนั้นได้เพียงแค่จัดเตรียมวัตถุดิบไว้ให้เท่านั้น

   หลังจากที่เซียวเหม่ยอิงทำอาหารเสร็จแล้ว นางก็ไปชำระร่างกายเพื่อเตรียมทานอาหารกับครอบครัวเพราะตัวนางมีแต่กลิ่นอาหารและควันไฟ ที่เหลือจึงเป็นหน้าที่สาวใช้ที่จะเป็นคนจัดโต๊ะอาหารเย็น

เซียวเหม่ยอิงนั่งรอที่โต๊ะอาหาร ไม่นานบิดามารดาก็เดินมาด้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง

“หงเอ๋อร์ยังไม่มาหรือเจ้าคะ”

ฟางเหนียงส่ายหัวเป็นคำตอบ ตั้งแต่ที่ได้ยินราชโองการ เซียวลี่หงก็ร้องไห้ไม่หยุด แม้กลับเข้าเรือนแล้วก็ยังคงร้องไห้พร่ำเพ้อกับนางจนหลับไป ฟางเหนียงสงสารบุตรสาวตัวเองจับใจ บุตรสาวที่เปราะบางของนางคงเสียใจและหวาดกลัวไม่น้อย ที่จู่ ๆ ได้รับราชโองการเช่นนั้น ดรุณีน้อยที่สดใสในอดีตตอนนี้กำลังหม่นหมอง ยิ่งคิดก็อดซับน้ำตาที่หางตาตนเองไม่ได้

“เดี๋ยวข้าให้สาวใช้ยกสำรับไปที่เรือนหงเอ๋อร์ให้นะเจ้าคะ”

เซียวเหม่ยอิงเห็นท่าทางบิดามารดาก็ไม่ได้ซักไซ้ให้มากความ นางนั่งลงทานอาหารกับบิดามารดาเงียบ ๆ ทั้งสามคนทานอาหารกับบรรยากาศที่เงียบสงัด ฟางเหนียงกินได้เพียงคำเดียวก็วางตะเกียบลง

“ข้าขอตัวไปดูลูกก่อนนะเจ้าคะ ข้าเป็นห่วงนาง”

 พูดจบนางก็ลุกขึ้นเดินออกไปยังเรือนที่เซียวลี่หงอยู่ เซียวฟู่ซินเองก็รู้สึกไม่อยากอาหารเช่นกัน พูดกับเซียวเหม่ยอิงสองสามประโยคก็เดินไปห้องหนังสือตนเอง

โต๊ะอาหารตอนนี้จึงเหลือเพียงเซียวเหม่ยอิงคนเดียวเท่านั้นที่ไม่ลุกไปไหน ลี่จินเห็นคุณหนูตนเองกินข้าวคนเดียวก็อดน้ำตาคลอไม่ได้ อาหารยังเหลือเต็มโต๊ะเช่นเดิม ยิ่งเห็นลี่จินยิ่งน้ำตาซึม

สามวันผ่านไป ภายในจวนตระกูลเซียวยังคงเงียบสงัดไร้ซึ่งเสียงหัวเราะใด ๆ ตอนนี้ภายในเมืองข่าวลือเรื่องพระราชโองการสมรสของบุตรสาวตระกูลเซียวและแม่ทัพหวงหยางหมิงกระจายไปทั่วเมืองหลวง แม้ว่าผู้คนจะสงสัยเรื่องราชโองการที่ไม่ระบุตัวเจ้าสาวว่าเป็นผู้ใด แต่ผู้คนคิดว่าเป็นเซียวลี่หงคนน้องอย่างแน่นอน เพราะเซียวเหม่ยอิงคนพี่นั้นมีคู่หมั้นคู่หมายอยู่แล้ว

“น่าสงสารคุณหนูเล็กตระกูลเซียวเสียจริง นางเป็นเด็กดีถึงเพียงนี้แต่กลับได้แต่งกับคนผู้นั้น”

“นั่นสิ ไม่รู้ว่าเป็นเวรกรรมอะไรของนาง ตอนเด็กก็ป่วยไม่สบาย พอหายดี ข้าก็เห็นนางทำบุญทำทานไม่ขาด”

“ใช่ นางสดใสถึงเพียงนี้อีกทั้งยังเปราะบาง แม้ว่าอีกคนจะเป็นถึงแม่ทัพ แต่ผู้ใดบ้างจะไม่รู้ถึงความโหดเหี้ยมของผู้นั้น เฮ้ออ ข้าสงสารคุณหนูเล็กเสียจริง”

   ชาวบ้านที่ได้ยินข่าวต่างพากันพูดคุยเรื่องนี้ไม่ขาดปาก ใครบ้างจะไม่สงสารเซียวลี่หง ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็นเช่นไรบ้าง เพราะตั้งแต่ได้รับพระราชโองการจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครเห็นนางออกจากจวนแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งที่ยามปกติแล้วเซียวลี่หงมักออกมาทักทายผู้คนด้วยรอยยิ้มสดใสพร้อมทั้งแจกทานให้ผู้ยากไร้ตลอด

ภายในจวนตระกูลเซียว

   ตอนนี้บรรยากาศภายในกำลังตึงเครียดเพราะจู่ ๆ เซียวลี่หงก็นำปิ่นปักผมมาจี้คอตัวเอง พร้อมกับขู่ว่าจะฆ่าตัวตาย ทำให้ตอนนี้ผู้คนในจวนต่างพากันแตกตื่นกับการกระทำของเซียวลี่หงเป็นอย่างมาก

   ย้อนไปก่อนหน้านั้นราวสองเค่อ

   เซียวฟู่ซิน ฟางเหนียง และเซียวเหม่ยอิงทานอาหารเช้ากันปกติ วันนี้ก็เหมือนอย่างเช่นเคยที่เซียวลี่หงยังไม่ออกมาจากเรือนตนเอง ขณะที่ทั้งสามคนกำลังทานอาหารอย่างเงียบ ๆ กันอยู่นั้น เซียวลี่หงก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่อิดโรย ฟางเหนียงเห็นบุตรสาวคนเล็กเดินมาก็รีบลุกไปประคองทันที

   “หงเอ๋อร์ลูกแม่ มานั่งกินข้าวกันก่อนนะ” ฟางเหนียงประคองบุตรสาวตนมานั่งข้าง ๆ ตนเอง

   “กินอันนี้ดูสิ พี่เจ้าตั้งใจทำเพื่อเจ้าโดยเฉพาะ” ฟางเหนียงตักอาหารให้บุตรสาวตนอย่างเอาอกเอาใจ เพราะไม่อยากให้บุตรสาวตนนั้นคิดมากเกินไป แต่เซียวลี่หงกลับไม่ยอมทานอาหารที่มารดาตนตักให้ นางมองตาผู้เป็นบิดาด้วยแววตาที่เศร้าหมอง

  “ท่านพ่อไปคุยเรื่องราชโองการสมรสพระราชทานกับฝ่าบาทหรือยังเจ้าคะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป