บทที่ 12 ตัดสินใจ
เซียวฟู่ซินได้ยินคำถามบุตรสาวตัวเองก็ถอนหายใจออกมา พระราชโองการออกมาแล้วจะให้ตนทำอย่างไรได้ มีแต่ต้องทำตามเท่านั้น ใจจริงเขาไม่ต้องการให้บุตรสาวแต่งกับแม่ทัพปีศาจนั้นแม้แต่น้อย เขาอยากให้แต่งกับพวกที่เป็นขุนนางฝ่ายบุ๋นเหมือนเขามากกว่า
แม้ว่าสงสารบุตรสาวขนาดไหนแต่การขัดราชโองการนั้นถือเป็นกบฏแผ่นดิน มีโทษถึงขั้นประหารทั้งตระกูล เซียวฟู่ซินส่ายหน้าให้เป็นคำตอบ
เซียวลี่หงเห็นท่าทางของบิดา น้ำตาก็ไหลออกมาอย่างอดไม่ได้ นางถามบิดากลับด้วยน้ำเสียงสั่นคลอน
“ท่านพ่อ...ท่านพ่อช่วยคุยไม่ได้หรือเจ้าคะ ท่านพ่อรับใช้ฝ่ามานาน ฝ่าบาทอาจจะทรงเห็นใจท่านพ่อบ้าง ท่านพ่อ ข้าไม่เคยขอร้องท่านเลยสักครั้ง ท่านพ่อช่วยให้ข้าไม่แต่งกับแม่ทัพนั่นไม่ได้หรือเจ้าคะ ท่านพ่อก็รู้ดีว่าแม่ทัพหวงหยางหมิงโหดเหี้ยมถึงเพียงไหน ท่านพ่อ...ข้าไม่อยากแต่งกับแม่ทัพหวงหยางหมิงเจ้าค่ะ"
เซียวลี่หงอ้อนวอนบิดาตนเองอย่างน่าสงสาร นางอาจจะลืมไปแล้วว่าการแต่งงานนั้นส่วนใหญ่จะเป็นบิดามารดาจัดเตรียมเรื่องการออกเรือนให้ และอีกส่วนหนึ่งก็มาจากสมรสพระราชทานที่ไม่อาจขัดได้ เฉกเช่นพี่สาวของนาง ที่บิดามารดาจัดเตรียมคู่หมั้นให้เช่นกัน อาจเป็นเพราะเซียวฟู่ซินและฟางเหนียงนั้นตามใจเซียวลี่หงจนเคยตัว ทำให้นางลืมคิดถึงเรื่องนี้ไป
“หงเอ๋อร์ไม่ใช่ว่าพ่อไม่อยากช่วยเจ้า แต่ราชโองการออกมาแล้ว พวกเราขัดไม่ได้ เจ้าก็น่าจะรู้ดี ว่าถ้าขัดราชโองการจะมีโทษเช่นไร”
“ทำไม! ไหนท่านพ่อบอกว่ารักข้ามาก! แต่เรื่องแค่นี้ท่านพ่อกลับทำให้ข้าไม่ได้! ข้าเคยขอร้องท่านหรือไม่ตั้งแต่เกิดมา มีเพียงเรื่องนี้เท่านั้นที่ข้าขอร้องท่าน ทำไมท่านถึงทำให้ข้าไม่ได้!” เซียวลี่หงเอ่ยเสียงดังพร้อมทั้งท่าทางที่แข็งกร้าว
ทุกคนต่างพากันตกใจกับท่าทางของเซียวลี่หงที่จู่ ๆ ก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ราวกับว่าไม่ใช่คนเดียวกัน ฟางเหนียงจับแขนบุตรสาวพร้อมพูดปลอบอย่างอ่อนโยน
“หงเอ๋อร์ ใจเย็น ๆ ก่อน ไม่ใช่บิดาเจ้าไม่อยากช่วย แต่เพราะเป็นพระราชโองการจากองค์ฮ่องเต้ เจ้าก็รู้ว่าพวกเราทำอะไรไม่ได้”
เซียวลี่หงได้ยินอย่างนั้นก็สะบัดแขนที่มารดาจับ ทำเอาฟางเหนียงถึงกับตกตะลึงท่าทางที่เปลี่ยนไปของบุตรสาวตนเอง ปีศาจตนไหนเข้าสิงบุตรสาวที่น่ารักของนาง ไม่อย่างนั้นหงเอ๋อร์ถึงมีกิริยาแข็งกร้าวเช่นนี้ได้อย่างไร
“หงเอ๋อร์เจ้าอย่าทำตัวเป็นเด็ก นี่ไม่ใช่เรื่องที่จะทำตามอำเภอใจได้! เจ้าเตรียมตัวเตรียมใจออกเรือนในอีกสามเดือนเสีย!” เซียวฟู่ซินเอ่ยขึ้นอย่างอดไม่ได้ เซียวลี่หงถูกตามใจจนเคยตัวถึงได้มีกิริยาเช่นนี้ แต่ครั้งนี้เขาไม่อาจจะตามใจบุตรสาวอย่างที่เคยทำ เพราะหากขัดก็ถือว่าเป็นกบฏแผ่นดิน
ถึงแม้ว่าในพระราชโองการไม่ได้ระบุว่าเป็นเซียวเหม่ยอิงหรือเซียวลี่หง แต่ผู้ใดต่างก็รู้ดีว่าคนที่ต้องแต่งงานกับแม่ทัพหวงหยางหมิงคือเซียวลี่หง เพราะเซียวเหม่ยอิงนั้นมีคู่หมั้นคู่หมายแล้ว
“ท่านพ่อ ท่านยอมให้ข้าแต่งกับชายผู้นั้นจริงหรือเจ้าคะ หน้าตาที่แท้จริงของเขาเป็นเช่นไรก็ไม่มีผู้ใดรู้ หากอัปลักษณ์อย่างที่ผู้อื่นบอก ข้า...ข้า” เซียวลี่หงเอ่ยขึ้นทั้งน้ำตา น้ำเสียงของนางตัดพ้ออย่างน่าสงสาร
เหตุการณ์ที่เหมือนจะสงบลง แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อจู่ ๆ เซียวลี่หงดึงปิ่นปักผมที่ปักอยู่มวยผมมาจี้คอตัวเองด้วยท่าทางที่น่าหวาดกลัว
“หากท่านพ่อท่านแม่ให้ข้าไปแต่งงานกับแม่ทัพปีศาจอัปลักษณ์นั่น ข้าขอฆ่าตัวตายตอนนี้เสียดีกว่า!”
เซียวลี่หงตัดสินใจแล้ว หากให้นางออกเรือนกับชายที่สวมหน้ากากตลอดเวลา ไม่รู้ว่าภายใต้หน้ากากจะซ่อนใบหน้าอัปลักษณ์แบบไหนไว้ แล้วไหนจะเรื่องความโหดเหี้ยมยิ่งกว่าหน้าตานั่นอีก สู้นางฆ่าตัวตายเสียแต่ตอนนี้เลยดีกว่าที่จะต้องออกเรือนกับแม่ทัพหวงหยางหมิง แม่ทัพอัปลักษณ์ผู้นั้น!
“ไม่นะ! หงเอ๋อร์ลูกห้ามทำแบบนั้นเด็ดขาด ท่านพี่ ท่านต้องทำอะไรสักอย่างนะเจ้าคะ”
ฟางเหนียงเห็นบุตรสาวตัวเองเอาปิ่นปักผมจ่อคองามถึงกับขาอ่อนทรุดลงกับพื้น จนเหล่าบรรดาคนใช้ต้องมาช่วยพยุงตัวให้ขึ้นมานั่งบนเก้าอี้
เซียวฟู่ซินถอนหายใจรอบแล้วรอบเล่า เขาถึงกับยกมือมากุมขมับตนเอง ตนจะทำอะไรได้ในเมื่อพระราชโองการมาแล้ว มีแต่ต้องยอมยกบุตรสาวตัวเองให้ไป ตนเองก็ไม่ยินยอมเท่าใดนัก
ในขณะที่ทุกคนกำลังปวดหัวกับเรื่องที่เกิดขึ้น มีเพียงคนผู้หนึ่งเท่านั้นที่อยู่ในท่าทางนิ่งสงบนั่งจิบชาอยู่เงียบ ๆ ไม่ได้ไหวติงกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่น้อย นางรับรู้ถึงสายตาที่ทุกคนมองมาที่ตัวเอง นิ้วเรียวงามค่อย ๆ วางจอกชาลงพร้อมกับเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ
“มองข้าทำไมกันหรือเจ้าคะ?” เซียวเหม่ยเอ่ยถามบิดามารดาที่จ้องมามาที่นาง
“อิงเอ๋อร์ เจ้าช่วยน้องสาวของเจ้าได้หรือไม่? ร่างกายหงเอ๋อร์ยังอ่อนแอไม่แข็งแรงเท่าใดนัก นางยังไม่พร้อมที่จะออกเรือนในตอนนี้”
ฟางเหนียงพูดกับบุตรสาวคนโตพร้อมกับซับน้ำตาไปด้วย เพราะกลัวว่าบุตรสาวคนเล็กนั้นจะฆ่าตัวตายจริงๆ
“ท่านแม่จะให้ข้าช่วยนางอย่างไรหรือเจ้าคะ” เซียวเหม่ยอิงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
สองสามีภรรยาถึงกับไปต่อไม่ถูกเมื่อได้ยินคำถามตรง ๆ แบบนี้ นั่นสิ จะให้เซียวเหม่ยอิงช่วยยังไง ขณะที่เซียวฟู่ซินกับฟางเหนียงกำลังปวดหัวกับสถานการณ์ในตอนนี้อยู่นั้น ก็มีสาวใช้คนหนึ่งเดินเข้ามาหาเซียวเหม่ยอิงเงียบ ๆ
“ขออภัยนายท่าน ขออภัยฮูหยิน คุณชายหลี่มาที่จวน ต้องการพบคุณหนูใหญ่เจ้าค่ะ” สาวใช้พูดอย่างระมัดระวังเพราะสถานการณ์ตอนนี้ไม่ค่อยดีเท่าใดนัก
เซียวเหม่ยอิงพยักหน้าให้อย่างเข้าใจ จากนั้นก็ขอตัวกับบิดามารดาตนเองแล้วเดินตามสาวใช้ไปเงียบ ๆ
“ขออภัยคุณชายหลี่ที่ทำให้ท่านต้องรอนานเจ้าค่ะ”
“ไม่เป็นไร ข้าต่างหากที่ต้องขออภัยท่านที่มารบกวนเวลาเช่นนี้”
เซียวเหม่ยอิงนั่งลงตรงข้ามรักษาระยะห่างเป็นอย่างดี แม้ว่าทั้งคู่จะเป็นคู่หมั้นกันก็ตาม
“อิงเอ๋อร์ ข้ามีเรื่องบางอย่างอยากถามเจ้า”
“เชิญท่านกล่าวมาได้เลยเจ้าค่ะ”
“หากข้าต้องการถอนหมั้นกับเจ้า เจ้าจะว่าอย่างไร”
