บทที่ 14 จัดเตรียม
จากวันนั้นมา เวลาก็ล่วงเลยมาหลายวัน
หลังจากที่ปัญหาในเรือนจบลงด้วยดี เซียวฟู่ซินก็ได้เข้าไปรายงานกับองค์ฮ่องเต้ว่าคนที่แต่งกับแม่ทัพหวงหยางหมิงนั้นคือผู้ใด
ข่าวเรื่องการแต่งงานของแม่ทัพหวงหยางหมิงดังทั่วเมืองหลวงอีกครั้ง เมื่อรู้ว่าคนที่จะแต่งงานกับแม่ทัพหวงหยางหมิงที่แท้จริงคือ เซียวเหม่ยอิง ไม่ใช่เซียวลี่หงอย่างที่ผู้คนคิดไว้ในทีแรก
'ดีจริงที่เป็นคนพี่ เซียวเหม่ยอิงน่ะเหมาะสมแล้ว'
'ใช่ ๆ คราแรกข้าก็สงสารเพราะคิดว่าเป็นเซียวลี่หง'
'แล้วเหตุผลที่หลี่ซื่อหมินถอนหมั้นเล่า'
'สงสัยทนชื่อเสียงไม่ดีของนางไม่ไหว'
'ข้าว่าสองคนนั้นเหมาะสมกันแล้ว'
'ใช่ เหมาะสมกันจริง ๆ'
เสียงผู้คนที่พากันพูดคุยเรื่องนี้ ซึ่งต่างจากตอนที่คิดว่าเป็นเซียวลี่หงโดยสิ้นเชิง
หลี่ซื่อหมินให้แม่สื่อนำของกำนัลมาให้ตามสมควรที่ได้รับ บิดามารดานางก็ไม่ได้ติดใจอะไร ทั้งสองตระกูลยังคงรักษาไมตรีที่ดีต่อกันไว้เช่นเดิม ท่ามกลางความพอใจของทั้งสองฝ่าย...
เซียวเหม่ยอิงนั่งทำบัญชีที่เรือนตัวเองเงียบ ๆ เพราะอีกไม่นานนางก็จะต้องออกเรือนแล้ว นางไม่อยากให้มีอะไรที่ต้องค้างคาอีก
ขณะที่กำลังนั่งทำบัญชีอยู่นั้น ก็มีเสียงดังเอะอะโวยวายจากนอกเรือน เป็นเซียวลี่หงมาหานาง เซียวเหม่ยอิงถึงกับคิ้วขมวดด้วยความสงสัย น้องสาวที่ไม่เคยมาเหยียบเรือนของนางนานมากแล้ว ตั้งแต่ที่เกิดเรื่องในตอนนั้น เซียวลี่หงเองก็ประกาศกร้าวแล้วว่าจะไม่มาเหยียบเรือนนางอีก
'เรื่องแค่นี้ท่านถึงกลับกล้าตบหน้าข้า! ได้! นับจากนี้ต่อไปข้าจะไม่ไปยุ่งที่เรือนของท่านอีก'
เซียวเหม่ยอิงไม่ได้สนใจเสียงที่ดังเอะอะโวยวายอยู่นอกเรือน นางก้มหน้าทำบัญชีต่อไป
ตึง ตึง ตึง เสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามา
“ท่านพี่ ข้ามีเรื่องต้องการคุยกับท่านเจ้าค่ะ”
เซียวเหม่ยอิงไม่ได้ละมือจากบัญชีแต่อย่างใด นางพยักหน้าให้เป็นคำตอบแล้วก็เขียนต่อไป เซียวลี่หงเห็นแบบนั้นก็ยอมนั่งลงแต่โดยดี
“ท่านพี่ ท่านคิดดีแล้วหรือที่ยอมแต่งกับแม่ทัพปีศาจนั่น หน้าตาอัปลักษณ์แค่ไหนก็ไม่มีผู้ใดรู้ หากท่านแต่งกับเขาแล้วท่านไม่มีความสุขเล่า...”
“แล้วอย่างไร?” เซียวเหม่ยอิงละมือจากงานที่ทำ เงยหน้ามองน้องสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้า
“ท่านพี่จะยอมแต่งจริง ๆ หรือท่านรับชายผู้นั้นเป็นสามีได้อย่างไรกัน”
แค่คิดตัวเซียวลี่หงก็สั่นเทาด้วยความกลัวแล้ว หากให้นางเป็นคนแต่งงาน เซียวลี่หงคงยอมฆ่าตัวตายอย่างที่ตั้งใจไว้อย่างแน่นอน
“แล้วเจ้าจะให้ข้าทำอย่างไร? เจ้าอยากให้ตระกูลโดนประหารเจ็ดชั่วโคตรเพราะเป็นกบฏขัดราชโองการน่ะหรือ เจ้าอยากเห็นท่านพ่อท่านแม่โดนตัดคอเพราะความเอาแต่ใจของเจ้าหรือ กลัวข้าไม่มีความสุข แล้วเหตุถึงไม่แต่งงานเองเล่า”
เซียวลี่หงถึงกับตาเบิกกว้างเมื่อได้ยินคำพูดที่เหมือนประชดประชัน นางพูดขึ้นด้วยเสียงสั่นเครือ
“ทะ ท่านพี่ เหตุใดถึงเอ่ยวาจาเช่นนี้ ที่ข้ามาถามเพราะข้าเป็นห่วงท่านนะเจ้าคะ” เซียวลี่หงลุกขึ้นยืนและเอ่ยต่อ “ได้! ในเมื่อท่านอยากแต่งนักก็แต่งไปเลย แล้วท่านอย่าเสียใจทีหลัง เพราะเลือกแต่งกับปีศาจนั่นเอง แล้วอย่ามาโทษข้าเด็ดขาด!”พูดจบเซียวลี่หงก็เดินออกไปทันที
เซียวเหม่ยอิงได้แต่นั่งส่ายหัวกับคำพูดน้องสาวตนเอง นางไม่ได้สนใจอยู่แล้ว เพราะไม่อย่างนั้นนางคงไม่เลือกทางเดินนี้
จวนแม่ทัพหวงหยางหมิง
เนื่องจากตอนนี้ที่จวนจะมีงานมงคลที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้า ทำให้ภายในวุ่นวายไม่น้อยเพราะต้องจัดเตรียมงาน
ร่างกำยำนั่งฟังองครักษ์ของตนเองรายงานเรื่องราวต่าง ๆ รวมถึงเรื่องคนที่มาเป็นฮูหยินของเขา ในขณะที่องครักษ์รายงานจบ พ่อบ้านโจวก็เดินมาหานายตนเอง เพื่อถามเกี่ยวกับงานในจวน
แม้ว่าที่เรือนจะมีผิงอี๋เหนียงเป็นอนุ แต่นางก็ไม่ได้รับมอบหมายให้จัดการงานในจวน เพราะฉะนั้นงานในจวนตอนนี้ยังคงเป็นพ่อบ้านโจวดูแลอยู่
“คุณชายจะมอบเรือนไหนให้ฮูหยินหรือขอรับ ข้าจะได้ให้คนไปจัดเตรียมไว้”
หวงหยางหมิงลืมตาขึ้นมองไปที่หน้าต่าง “เรือนจันทรา” เสียงทุ้มต่ำเอ่ย
แม้จะตกใจแต่พ่อบ้านโจวก็เก็บอาการไว้ เขาไม่ได้ถามอะไรต่อ ในเมื่อนายของเขาบอกว่าเป็นเรือนจันทราก็คือเรือนจันทรา ไม่เป็นเรือนอื่น หลังจากได้รับคำตอบแล้ว พ่อบ้านโจวก็ออกจากห้องหนังสือเพื่อไปเตรียมเรือนให้ว่าที่ฮูหยินของจวน
หวงหยางหมิงลุกขึ้นยืนเดินไปยังหน้าต่างมองดูบรรยากาศข้างนอกที่ยามนี้อากาศดีเป็นอย่างมาก
"ข้าคงต้องไปหาว่าที่ฮูหยินบ้างเสียแล้ว"
ค่ำคืนที่สงบสุข
ขณะที่เซียวเหม่ยอิงกำลังนอนหลับอยู่นั้นก็รับรู้ได้ถึงสิ่งผิดปกติรอบเรือนตนเอง
พรึ่บ! บานหน้าต่างที่ตอนแรกปิดไว้จู่ ๆ ก็เปิดออก เซียวเหม่ยอิงรีบลุกขึ้นจากที่นอนเพื่อไปปิดหน้าต่าง แต่ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นใครบางคนเข้ามาทางหน้าต่างบานนั้น นางรีบยกแขนขึ้นทันทีเพื่อที่จะกดกลไกบนกำไลตนเอง แต่คนที่บุกเข้ามานั้นว่องไวกว่า เข้ามาประชิดตัวนางไว้ก่อน
“ช้าก่อน นี่ข้าเอง”
'ข้าไหนเล่า!' เซียวเหม่ยอิงสบถอยู่ในใจ
แสงพระจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างที่ถูกเปิด ทำให้เผยให้เห็นใบหน้าคนที่ลักลอบเข้ามา บุรุษที่สวมหน้ากากปกปิดใบหน้าตั้งแต่หน้าผากถึงจมูก ในเมืองหลวงมีเพียงคนเดียวเท่านั้น
“ท่านแม่ทัพ?”
