บทที่ 2 ไม่สนใจ 2

 หลี่ซื่อหมินถึงกับรีบส่ายหัวเพื่อสลัดความคิดนี้ออกไปจากหัวตัวเอง แล้วเอ่ยถามสตรีตรงหน้าตนที่แต่งตัวงดงามคล้ายจะออกไปด้านนอก

 “แล้วนี่ คุณหนูเล็กจะไปไหนรึขอรับ?”

 “ข้ากำลังจะไปตลาด ไปดูเครื่องประดับใส่ไปงานเลี้ยงที่จะถึงนี้เจ้าค่ะ”

 “งานเลี้ยงที่จะถึงนี้....” หลี่ซื่อหมินทำท่าครุ่นคิด “งานเลี้ยงต้อนรับเหล่ากองทัพของชินอ๋องใช่หรือไม่” หลี่ซื่อหมินเองก็เพิ่งนึกออก เพราะจวนของเขาเองก็ได้รับเทียบเชิญให้ไปร่วมงานเลี้ยงนี้เช่นกัน

  งานเลี้ยงต้อนรับเหล่าทหารที่ไปร่วมออกศึกจนได้รับชัยชนะกลับมา จะมีการเลื่อนยศตำแหน่งในวันงานด้วย

  เซียวลี่หงพยักหน้าพร้อมกับส่งยิ้มให้ “ใช่แล้วเจ้าค่ะ อยู่จวนแล้วข้ารู้สึกเบื่อเล็กน้อย เลยกะว่าจะไปเดินเที่ยวตลาดเสียหน่อย คุณชาย หลี่ไปเดินตลาดกับข้าไหมเจ้าคะ”

  หลี่ซื่อหมินได้ยินเช่นนั้นก็หันไปมองคู่หมั้นของตนเอง ก่อนจะหันมาหาเซียวลี่หงที่ยืนมองเขาอยู่

  “ตกลง” เขาไม่คิดจะปฏิเสธคำชวนของสาวงามอยู่แล้ว เขาเองก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าหากนางรู้ว่าคู่หมั้นของตนมีข่าวลือกับน้องสาวของตนเองจะมีท่าทีเช่นไร นางจะทำสีหน้าอย่างไร จะเย็นชากับเขาไปถึงตอนไหน อยากรู้เหมือนกัน 

  “คุณหนูเจ้าคะ คุณหนูเล็กกับคุณชายหลี่เดินไปพร้อมกัน บ่าวคิดว่าพวกเขาทั้งคู่ต้องไปด้วยกันแน่นอนเจ้าค่ะ”

  ลี่จินเอ่ยขึ้นมาขณะที่กำลังรินชาให้คุณหนูของตัวเอง แต่เซียวเหม่ยอิงยังไม่มีทีท่าหรือแสดงอารมณ์ใด ๆ ออกมา นางยังคงนั่งจิบชาเช่นเดิม สายตาจับจ้องไปยังสระบัวเหมือนกำลังมองดูอะไรบางอย่าง

  “ใกล้เวลาอาหารเที่ยงแล้ว ไปเข้าครัวกันเถิด” พูดจบเซียวเหม่ยอิงก็ลุกขึ้นเตรียมตัวไปเข้าครัวทันที

  “เจ้าค่ะ” ลี่จินรับคำและเดินตามหลังคุณหนูตัวเอง

  เป็นภาพเคยชินของเหล่าบรรดาบ่าวไพร่ในจวนตระกูลเซียวที่เห็นคุณหนูใหญ่เข้าครัว ทำอาหารด้วยตัวเองโดยไม่สนใจว่ากลิ่นฟืนไฟหรือกลิ่นอาหารจะติดเสื้อผ้าของตัวเอง หรือนิ้วมือจะโดนมีดบาด หากเป็นคุณหนูท่านอื่นคงขยาดไปแล้ว อย่าว่าแต่เข้าครัวเลย แค่เดินผ่านยังไม่มีคุณหนูคนไหนกล้าเดินผ่าน เพราะพวกนางต่างรักสวยรักงามกันทั้งนั้น แต่กลับตรงข้ามกับคุณหนูใหญ่ตระกูลเซียวผู้นี้ ที่กำลังหมกหมุ่นกับการสับหมูเพื่อเตรียมทำอาหารอย่างตั้งใจ

  ขณะที่ทุกคนกำลังจะรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน เซียวฟู่ซินเห็นว่าบุตรสาวของตนเองหายไปหนึ่งคนก็ได้เอ่ยถามขึ้นมา

 “หงเอ๋อร์ไปไหนรึ?”

 “เห็นลูกบอกไปดูเครื่องประดับใส่ไปงานเลี้ยงที่จะถึงนี้เจ้าค่ะ” ฟางเหนียงตอบสามีตนเอง

 เซียวฟู่ซินพยักหน้าอย่างเข้าใจ “ดี ๆ ฮูหยินก็ดูแลหงเอ๋อร์เรื่องการแต่งกายด้วยนะอย่าให้บุตรสาวเราน้อยหน้าผู้อื่นเป็นอันขาด”

“ท่านพี่ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้นหรอกเจ้าค่ะ หงเอ๋อร์ทั้งงดงามและเป็นเด็กดี ใคร ๆ ก็ต่างพากันชื่นชมนาง ลูกไม่ทำตัวให้พวกเราผิดหวังอย่างแน่นอน”

  เซียวฟู่ซินยิ้มให้กับฮูหยินของตนหลังจากที่ได้ยินคำตอบ เซียวลี่หงนั้นเป็นเด็กดีจริงๆ เขาไปไหนมาไหนมีแต่คนชื่นชมลูกสาวคนเล็กของเขาว่าเป็นสตรีที่นอกจากรูปลักษณ์หน้าตาจะงดงามแล้ว นิสัยใจคอก็งดงามไม่แพ้หน้าตา เป็นที่รักใคร่ของเหล่าบรรดาคุณหนูในเมืองหลวงยิ่งนัก แต่พอเขาหันไปดูบุตรสาวคนโต ก็อดคิ้วขมวดเข้าหากันไม่ได้ แม้หน้าตาจะงดงามแต่นิสัยนั้นกลับแตกต่าง จนเขาต้องถอนลมหายใจออกมา

  จากนั้นทุกคนก็ลงมือทานอาหารกลางวันกันปกติ เซียวเหม่ยอิงนั่งกินอาหารเงียบ ๆ โดยไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา จนนางอิ่มแล้วก็หยิบผ้าเช็ดมุมปากอย่างเรียบร้อย

 “ข้าอิ่มแล้ว ขอตัวกลับเรือนก่อนนะเจ้าคะ”

 เซียวฟู่ซินกับฟางเหนียงพยักหน้าแทนคำตอบ ทั้งคู่ยังคงทานอาหารต่อ เซียวเหม่ยอิงเองก็กำลังลุกจากโต๊ะอาหารกลับเรือนตัวเอง โดยมีลี่จินเดินตามไม่ห่าง

 “ประเดี๋ยวก่อน” ฟางเหนียงเรียกบุตรสาวตนเอง

 “ท่านแม่มีอะไรหรือเจ้าคะ”

 “บัญชีกิจการและบัญชีภายในจวน เจ้าทำเสร็จแล้วหรือยัง”

 “เหลือเพียงบัญชีภายในจวน ที่เหลือข้าทำเสร็จเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”

ฟางเหนียงพยักหน้าให้หลังจากได้ยินคำตอบแล้วทานอาหารกับสามีตัวเองต่อ เซียวเหม่ยอิงเห็นว่าไม่มีใครเอ่ยอะไรกับนางแล้ว ก็หันหลังเดินจากไปอย่างเงียบ ๆ

“ไปหยิบบัญชีมาให้ข้าที่เรือนด้วยนะ”

“เจ้าค่ะ” ลี่จินรับคำสั่งคุณหนูตนเอง และเดินจากไปเพื่อไปหยิบบัญชีตามที่ได้รับคำสั่ง

  ภายในเรือนที่เงียบสงัดของเซียวเหม่ยอิง นางนั่งทำบัญชีของจวนอย่างตั้งอกตั้งใจ โดยมีลี่จินสาวใช้ข้างกายคอยฝนหมึกและรินน้ำชาให้ไม่ขาด

  ทีแรก ลี่จินเป็นเพียงเด็กน้อยจรจัดไร้ที่พึ่งพิง บิดาและมารดานั้นติดเหล้า ทำให้ลี่จินต้องจำใจหนีออกมา เร่ร่อนไปทั่วจนพลาดท่าถูกชายกลุ่มหนึ่งกำลังจะจับตัวลี่จินไปขายเป็นทาสให้กับพ่อค้าทาส ขณะที่ลี่จินกำลังดิ้นรนขัดขืนชายกลุ่มนั้นอยู่นั้นก็ปรากฏคุณหนูคนหนึ่งมาพบเข้าเสียก่อน

“เกิดอะไรขึ้นกัน เหตุใดถึงต้องลงไม้ลงมือกันด้วย!” เสียงใส ๆ ของคุณหนูคนนั้นเอ่ยถามเหตุการณ์ตรงหน้า

“ก็นางขัดขืนข้า ข้าก็ต้องสั่งสอนนางเป็นเรื่องธรรมดา” ชายคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ เพราะแรงขัดขืนของลี่จินนั้นไม่น้อยเลย แม้ว่าลี่จินจะมีอายุเพียงสิบหนาวก็ตาม

“ไม่จริงเจ้าค่ะ พวกนี้จะจับตัวข้าไปขายเป็นทาส ทั้ง ๆ ที่ข้าไม่ยินยอม ฮือ ๆ” ลี่จินเอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นปนสะอื้น

“เพ้ยยย! นังเด็กคนนี้ เจ้าเป็นเพียงเด็กเร่ร่อนคนหนึ่ง พวกข้าน่ะหวังดีกับเจ้าต่างหาก ไม่อยากให้เจ้านอนหนาวตายข้างทาง รู้ไว้ซะด้วย!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป