บทที่ 8 หวงหยางหมิง

   นางพยายามนึกแต่นึกไม่ออกว่าเคยเจอสายตาแบบนี้ที่ใด แต่สายตาที่รองแม่ทัพหวงมองมาที่นางมันดูคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าในอดีตนั้นเคยเจอกันมาแล้ว

   เซียวเหม่ยอิงได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ กระทั่งฮ่องเต้ได้พระราชทานสิ่งของรางวัลต่าง ๆ ครบถ้วนแล้ว จึงได้ขอตัวกลับวังหลวงพร้อมกับฮองเฮา แต่งานเลี้ยงนั้นยังคงดำเนินไปเรื่อย ๆ มีดนตรีและการร่ายรำอยู่ไม่ขาด เพื่อสร้างความสำราญแก่ผู้คนในงาน แต่ในเมื่อฮ่องเต้และฮองเฮาไม่อยู่แล้ว องค์รัชทายาทและท่านแม่ทัพที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งไปหมาด ๆ ก็ขอตัวกลับเช่นเดียวกัน แม้ว่าขุนนางหลาย ๆ คนจะเสียดายโอกาสที่จะเข้าไปทำความรู้จักแต่ก็ต้องห้ามตัวเองเอาไว้ ใครกันจะกล้ารั้งทั้งสองคนไว้

   ในเมื่อตัวเอกของงานไม่อยู่แล้ว ผู้คนก็ทยอยกลับเช่นเดียวกัน แต่ก็มีหลายคนที่ยังอยู่พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

“คุณหนูใหญ่อยากกลับจวนเลยหรือไม่เจ้าคะ ประเดี๋ยวบ่าวจะไปเตรียมรถม้าให้” ลี่จินเอ่ยถามคุณหนูใหญ่ของตัวเอง เพราะตอนนี้เซียวเหม่ยอิงนั่งอยู่ที่โต๊ะเพียงลำพัง ต่างจากทุกคนที่จับกลุ่มพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

“ก็ดีเหมือนกัน ข้าเองก็รู้สึกปวดเมื่อยไปทั่วตัวแล้ว” เซียวเหม่ยอิงตอบกลับสาวใช้ตัวเองด้วยน้ำเสียงเกียจคร้าน เพราะตั้งแต่เข้างานมาเซียวเหม่ยอิงยังไม่ลุกไปไหน นางทำได้เพียงนั่งนิ่ง ๆ ที่โต๊ะเพียงลำพัง ทำเอาคนที่มองมานั้นยิ่งไม่กล้าเข้ามาคุยด้วย ท่าทางที่สง่าและเย็นชาของเซียวเหม่ยอิงนั้น แต่ใครจะไปรู้ว่าความจริงแล้วนางกำลังปวดเมื่อยไปทั้งตัว

   ลี่จินไม่รอช้ารีบไปจัดเตรียมรถม้าทันที นางได้แต่สงสารคุณหนูตัวเองจับใจ คู่หมั้นคู่หมายอย่างคุณชายหลี่ ทั้งที่เห็นกันในงานแท้ ๆ กลับไม่เข้ามาทักทายแม้แต่น้อย ไม่รู้ว่าคนอื่นจะมองคุณหนูตัวเองอย่างไรบ้าง

จวนท่านแม่ทัพหวงหยางหมิง

   หลังจากที่หวงหยางหมิงกลับมาถึงจวนของตัวเอง เขาก็ให้คนไปเตรียมของเพื่อที่จะอาบน้ำชำระร่างกายทันที

   จวนหลังนี้เป็นจวนพระราชทานจากองค์ฮ่องเต้ ตอนที่เขาได้ขึ้นเป็นแม่ทัพพอได้จวนนี้มา หวงหยางหมิงก็ย้ายออกมาจากจวนหลักทันที เพราะเดิมทีหวงหยางหมิงเองก็ไม่ต้องการที่จะอยู่จวนเดิมอยู่แล้วตั้งแต่ที่มารดาของตัวเองเสียชีวิตไป จวนที่มากไปด้วยเล่ห์อุบายของผู้คนในนั้น หวงหยางหมิงสะอิดสะเอียดเกินทน หากให้เขาทนอยู่ในนั้น หวงหยางหมิงเกรงว่าคงได้ฆ่าคนในจวนนั้นหมดอย่างแน่นอน

   จวนที่ได้รับพระราชทานนี้ค่อนข้างใหญ่ มีเรือนใหญ่และเรือนเล็กแบ่งเป็นสัดส่วน เรือนที่หวงหยางหมิงพักนั้นมีชื่อว่าเรือนจันทรา เป็นเรือนใหญ่ที่สุดและเขาเองก็ชื่นชอบที่สุดด้วย เพราะด้านหลังเรือนนั้นมีสระน้ำขนาดใหญ่ที่เอาไว้ให้เขาได้อาบน้ำชำระร่างกาย สระน้ำนี้ล้อมรอบไปด้วยต้นไผ่เขียวและดอกไม้นานาพรรณ ทำให้สระนี้งดงามเป็นอย่างมาก ที่เด่นชัดเลยในยามค่ำคืน พระจันทร์จะสาดส่องลงมากระทบเป็นเงากับสระน้ำนี้พอดี ทำให้คนที่พบเห็นนั้นเกิดความสบายใจ หวงหยางหมิงเลยตั้งชื่อเรือนจันทรานี้ด้วยตนเอง

  ร่างกำยำค่อย ๆ ปลดเสื้อผ้าและอาภรณ์ต่าง ๆ ออกจากร่างกาย ในขณะที่ขาแกร่งก้าวเดินไปยังสระน้ำ ไหล่กว้างขยับไปมาเพื่อบรรเทาความปวดเมื่อย ร่างที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อทำให้เวลาขยับได้ยินเสียงกระดูกดังลั่นบริเวณที่เขาขยับ ขาของหวงหยางหมิงก้าวลงสระที่มีหมอกจาง ๆ ปกคลุม กล้ามหน้าท้องนูนเป็นรูปเด่นชัด หากไม่มีแผลเป็นด้านข้างที่เกิดขึ้นเพราะเขาถูกพิษในตอนนั้น ย่อมถือได้ว่ากล้ามหน้าท้องของหวงหยางหมิงนั้นงดงามอย่างไม่มีที่ติ หลังจากที่ลงไปนั่งในสระน้ำแล้ว มือขวาก็ยกขึ้นมาเพื่อถอดหน้ากากที่ปิดใบหน้าเอาไว้ ตอนนี้ในสระน้ำสะท้อนใบหน้าบุรุษคนหนึ่งที่เป็นเงาคู่กับพระจันทร์ที่กำลังสาดส่องลงมาพอดี ใบหน้าคมคายรูปงามเกินกว่าบุรุษ กำลังนั่งหลับตาในสระอย่างเงียบ ๆ เพื่อผ่อนคลายอารมณ์ คิดถึงเรื่องที่ผ่านมา หวงหยางหมิงก็อดยกยิ้มมุมปากไม่ได้

  “ถึงเวลาแล้วสินะ” เสียงทุ้มบ่นกับตัวเอง

   ขณะที่กำลังแช่น้ำอย่างสำราญใจ พ่อบ้านโจวก็เข้ามาหานายตัวเองเงียบ ๆ แต่เดิมพ่อบ้านโจวนั้นเคยรับใช้อยู่ที่จวนหลัก จนกระทั่งหวงหยางหมิงย้ายออกมา เขาก็ขอออกมารับใช้นายของตนเอง

  “คุณชายขอรับ ผิงอี๋เหนียงต้องการเข้ามาปรนนิบัติคุณชายขอรับ”

  “สตรีที่เมียรักของบิดาข้าส่งมาน่ะรึ” ท้ายเสียงที่บ่งบอกถึงความไม่สบอารมณ์ “ให้นางกลับเรือนไป”

   พ่อบ้านโจวน้อมรับพร้อมกับออกจากห้องนี้ไปเงียบ ๆ เพราะเขานั้นรู้จักนิสัยคุณชายของตัวเองดีว่าเป็นเช่นไร

    ด้านนอกเรือนจันทรามีสตรีทรวดทรงเย้ายวนยืนรออยู่ด้วยท่าทีกระวนกระวาย เพราะจะบุกเข้าไปก็เข้าไม่ได้เนื่องจากทางเข้าเรือนนั้นมีทหารคอยเฝ้าอยู่ แม้ว่าอยากจะบุกเข้าไปเพียงใด แต่ทหารที่เฝ้านั้นไม่ยอมอ่อนข้อให้นางเลยแม้แต่น้อย

   รอไม่นาน พ่อบ้านโจวก็เดินออกมาหาสตรีที่ยืนรออยู่ด้านนอก ผิงอันเห็นพ่อบ้านโจวออกมา ก็รีบวิ่งเข้าไปหาด้วยความตื่นเต้นทันที

  “พ่อบ้านโจว ท่านแม่ทัพให้ข้าเข้าไปปรนนิบัติได้ใช่หรือไม่”

  “คุณชายแจ้งว่าให้อี๋เหนียงกลับเรือนไปขอรับ”

   ผิงอันได้ยินเช่นนั้นใบหน้างามก็บิดเบี้ยวด้วยความโกรธทันที ก่อนจะหันหลังกระทืบเท้ากลับเรือนของตัวเองไปด้วยความไม่พอใจ พ่อบ้านโจวได้แต่ส่ายหัวให้กับความวุ่นวายนี้ หากไม่ใช่เพราะฮูหยินหวงคนปัจจุบันส่งอนุมาให้หวงหยางหมิงจวนนี้คงสงบไม่น้อย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป