บทที่ 10 ตอนที่ 9 ตกสระบัว/ตอนปลาย

ตอนที่ 9 ตกสระบัว/ตอนปลาย

นางกำนัลผู้นั้นเหมือนตั้งใจเหมือนไม่ตั้งใจ ไม่ว่าจ้าวหลันอวี่จะหลบไปทางใดก็ถูกชนเหมือนเดิม ร่างอรชรตกลงไปในน้ำ ร่างกายจมดิ่งลงไป นางผวาดีดตัววาดแขนว่ายน้ำขึ้นมา ทว่าเอวบางก็ถูกรัดจากทางด้านหลัง

จ้าวหลันอวี่หันกลับไป ดวงตาเรียวเบิกขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาที่คุ้นเคยอยู่ใกล้ชิดแค่เพียงฝ่ามือ ใบหน้านี้นางจะลืมได้อย่างไร เพราะชาติที่แล้วบุรุษผู้นี้ก็เคยร่วมเรียงเคียงหมอนกันมาก่อน สุดท้ายเมื่อนางหมดผลประโยชน์ก็ถูกกำจัดเหมือนหมากไร้ค่า ต่อให้ตายก็ไม่มีวันลืม หญิงสาวพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้น กระนั้นเรี่ยวแรงอันน้อยนิดจะสู้แรงบุรุษได้อย่างไร ร่างกำยำของบุรุษผู้สูงศักดิ์ก็พานางขึ้นมาบนฝั่งจนได้

“คุณหนูใหญ่สกุลจ้าว เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ไปตามหมอหลวงเร็วเข้า”

“ไม่ต้องเพคะ...หม่อมฉันไม่เป็นอันใด ขอบพระทัยองค์ชายใหญ่มากเพคะ” กุ้ยฮวาถอดเสื้อคลุมของตนเองออกมา รีบนำไปคลุมทับบนไหล่ของคุณหนู ถึงแม้จะรู้ว่าชุดของนางเป็นชุดสาวใช้ แต่เวลานี้ร่างกายคุณหนูสำคัญกว่า ก่อนหน้านั้นเพิ่งจะตากฝนจนหมดสติ บัดนี้กลับมาตกน้ำอีก

“หลันอวี่ถึงแม้ข้าผู้เป็นองค์ชายจะทำไปเพราะเจตนาช่วยชีวิตเจ้า แต่กระนั้นเราทั้งคู่ก็ถูกเนื้อต้องตัวกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ อย่าได้กังวลในเรื่องนี้ พรุ่งนี้ข้าจะรีบไปเจรจากับท่านเสนาบดี ไม่ให้เจ้าเสียเปรียบแน่นอน” มือหนายื่นออกไป หมายจะปัดปอยผมที่ปรกหน้า จ้าวหลันอวี่รีบขยับตัวถอยหลบมือ ดวงตาองค์ชายใหญ่วูบไหวขึ้น

“ไม่ต้องเพคะหม่อมฉันไม่ถือสา พระองค์เองก็หวังดีต่อหม่อมฉัน เรื่องนี้ให้แล้วกันไปเถิด หม่อมฉันทูลลา” ร่างน้อยยอบตัวลงและหันหลังให้กุ้ยฮวาประคองออกไปนอกวัง โดยที่ไม่รู้เลยว่าด้านหลังมีดวงตาคมแข็งกร้าวมองตามไปจนสุดสายตา

“องค์ชายใหญ่พ่ะย่ะค่ะ องค์ชายสามถูกพิษ...สิ้นพระชนม์แล้ว” ขันทีคนสนิทเอ่ยกระซิบด้านหลัง ตวนมู่หมิงฮ่าวยิ้มหยัน องค์ชายสามตายแล้ว องค์ชายรองจะรอดได้อย่างไร เพราะพิษหงอนกระเรียนแดงก็อยู่ในตำหนักขององค์ชายรองนั่นเอง หึหึ...ก็คงเหลือแค่องค์ชายเก้ากระมัง รอก่อนเถิดพี่ใหญ่คนนี้จะมอบความตายให้เจ้าเอง

“ไปตำหนักองค์ชายสาม!...”

และเป็นดังที่กุ้ยฮวาคาดเดา หวังซื่อพาจ้าวม่านฟางและจ้าวเจินกลับไปแล้ว นางถอนหายใจออกมา พร้อมกับร่างกายที่สั่นเทาเพราะความหนาว 

“พี่หญิงใหญ่ทำไมถึงออกมาช้านัก แล้วนั่นเหตุใดจึงได้เปียกเช่นนี้ กุ้ยฮวาเจ้าดูแลพี่หญิงใหญ่เช่นไรกันนี่”

“หานเอ๋อร์อย่าเพิ่งพูดเลย ข้าอยากกลับจวนแล้ว” 

“เช่นนั้นพี่หญิงใหญ่ตามข้ามาขอรับ ท่านแม่บอกว่าพี่หญิงสามแพ้สุราจึงพากลับจวนพร้อมกับพี่หญิงรองแล้ว ข้ากลับไปถึงจวนไม่เจอท่านจึงได้เร่งควบม้ากลับมาหาท่าน อีกประเดี๋ยวรถม้าก็คงมาถึง ท่านสวมเสื้อข้าเอาไว้ก่อน” จ้าวหลันอวี่มิได้ปฏิเสธเพราะยามนี้ นางก็หนาวสั่นจนแทบจะทนไม่ไหวแล้ว 

“ประเดี๋ยวกลับถึงจวนแล้วอย่าลืมดื่มน้ำขิงสักหน่อย ท่านแม่ก็ทำไม่ถูกเหตุใดจึงได้ทิ้งท่านเอาไว้เพียงผู้เดียว”

“ฮูหยินคงคิดว่าข้าจะกลับกับท่านป้าจิ้งกระมัง หานเอ๋อร์อย่าได้ต่อว่าท่านแม่เลย ประเดี๋ยวเจ้าจะถูกลงโทษอีก” 

“หึ...ท่านแม่ไม่กล้าลงโทษข้าพี่หญิงใหญ่ก็รู้ ว่าแต่ท่านเถอะไปทำอย่างไรถึงได้เปียกทั้งตัว”

“ฮัดชิ่ว หานเอ๋อร์เอาไว้ค่อยเล่าให้เจ้าฟังดีหรือไม่ พี่สาวหนาวจนพูดไม่ออกแล้ว” 

“ขอรับ ๆ เหตุใดต้าฉางถึงชักช้าเช่นนี้ คอยดูเถิดข้าจะลงโทษเสียให้เข็ด” จ้าวอี้หานถลึงตาบ่นสารถีอย่างร้อนใจ ครั้นเห็นใบหน้าแดงก่ำของพี่สาว เขาก็ยิ่งอยากจะควบม้ากลับไปบังคับรถม้าเสียเอง 

“หานเอ๋อร์เจ้าใจเย็นสักนิดเถอะ นั่นไงรถม้ามาแล้ว ข้าขึ้นไปก่อนเจ้าก็ค่อย ๆ ขี่ม้าตามมา” จ้าวอี้หานประคองพี่หญิงใหญ่ของตนเองขึ้นไปบนรถม้า 

จากนั้นก็เห็นเด็กหนุ่มหมุนตัวไปขี่ม้าประกบข้าง ๆ ไม่ยอมไปไหน จ้าวหลันอวี่ถอดเสื้อคลุมที่เปียกน้ำ สวมเสื้อคลุมของกุ้ยฮวาและจ้าวอี้หาน ครั้นสายตาเหลือบไปมองเห็นน้องชายต่างมารดา ที่กำลังมองเข้ามาพอดี ทั้งคู่สบตากันเป็นจ้าวอี้หานที่ฉีกยิ้มให้ นางจึงส่งยิ้มกลับไป

ดวงตาเรียวปิดลงช้า ๆ เอนแผ่นหลังพิงผนังรถม้า ปล่อยความคิดให้ล่องลอยไปไกล ถึงแม้จ้าวอี้หานจะไม่ใช่พี่น้องร่วมมารดา แต่เด็กหนุ่มก็ทั้งรักและเคารพนางมาตั้งแต่เด็ก จะว่าไปแล้วอี้หานสนิทกับนางยิ่งกว่าพี่สาวแท้ ๆ อย่างจ้าวม่านฟางเสียอีก

แต่กระนั้นพวกนางก็ต้องแตกหักกันเพราะแผนการร้ายของหวังซื่อ จ้าวอี้หานเข้ามาเห็นจ้าวหลันอวี่ผลักหวังซื่อกระเด็นศีรษะของหวังซื่อกระแทกขอบโต๊ะโลหิตไหลนอง จ้าวหลันอวี่ในชาติที่แล้ว ยังด่าและหมายจะเข้าไปทำร้ายอีกฝ่ายซ้ำ

จ้าวอี้หานเข้ามาห้ามก็ถูกนางตบตีด่าทอ กล่าวหาว่ารู้เห็นไปกับหวังซื่อ ยามนั้นเรื่องอะไรกันนะที่ทำให้นางบันดาลโทสะเช่นนี้ ความทรงจำเลือนราง หากแต่ยังพอนึกออก

และเรื่องที่ทำให้นางขาดสติก็หนีไม่พ้นการตายของมารดา หลังจากนั้นมาจนกระทั่งนางตายก็ไม่เคยได้พูดคุยกับน้องชายคนนี้อีกเลย

ทว่ายามที่นางถูกขังในตำหนักเย็น ก็ได้ยินเสียงนางกำนัลที่แอบคุยกันว่าจ้าวอี้หานพยายามขอร้องให้ฮ่องเต้สืบสวนอีกครั้ง เด็กคนนั้นยังคงเชื่อนางอีกหรือ เชื่อว่านางมิได้วางยาหวังไทเฮาใช่หรือไม่ แล้วจ้าวอี้หานจะรู้หรือไม่ ว่าหากนางตายไปแล้ว จ้าวม่านฟางผู้เป็นพี่สาวของเขาก็จะมาแทนที่นาง


บทก่อนหน้า
บทถัดไป