บทที่ 11 ตอนที่ 10 รับผิดชอบเอง/ตอนต้น

ตอนที่ 10 รับผิดชอบเอง/ตอนต้น

วันที่ควรจะได้หลับพักผ่อนดี ๆ ต้องมาถูกเสียงน่ารำคาญปลุกให้ตื่นจากนิทรา จ้าวหลัวอวี่ขมวดคิ้วค่อย ๆ ขยับตัวลุกขึ้นนั่ง ในหูยังได้เสียงโหวกเหวกโวยวายดังต่อเนื่อง ทว่าอาการปวดหัวราวกับมีคลื่นลูกใหญ่ซัดกระหน่ำหมุนวนอยู่ภายในทำให้นางฟังประโยคเหล่านั้นไม่ได้ศัพท์ ร่างกายปวดร้าวไปถึงกระดูกร่างอรชรค่อย ๆ เอนอิงศีรษะกับเสาเตียง สูดลมหายใจตั้งสติเพื่อฟังเสียงถกเถียงที่อยู่หน้าประตูห้องอีกครั้ง

“กุ้ยฮวาอย่าให้ข้าต้องพูดซ้ำ คำสั่งนายท่านบ่าวอย่างเจ้ากล้าขัดขวางเช่นนั้นหรือ หลีกไป!...”

“ซูยวนเจ้าอย่าได้รังแกกันนัก มิใช่ว่าข้าจะขัดขวาง เพียงแต่คุณหนูของข้าไม่ค่อยสบาย รอให้คุณหนูตื่นแล้ว ข้าจะรีบบอกทันที” ให้ตายอย่างไรกุ้ยฮวาก็ไม่ยอมปล่อยให้สาวใช้ของจ้าวฮูหยินเข้าไปด้านใน หากเข้าไปไม่รู้ว่าสาวใช้รุ่นใหญ่ผู้นี้จะกิริยาต่ำช้าจนทำให้คุณหนูตื่นขึ้นมาหรือไม่ อีกทั้งห้องนอนคุณหนูใหญ่ใครก็เข้าได้อย่างนั้นหรือ

“ข้าถึงกับไม่รู้ว่าคุณหนูป่วย กุ้ยฮวาเจ้าอย่าได้หวังดีประสงค์ร้าย จำไม่ได้หรือว่าเพราะคุณหนูไม่เคารพฮูหยิน สุดท้ายไม่ใช่ถูกลงโทษให้คุกเข่าหน้าศาลบรรพชนใช่หรือไม่เล่า” เหลียนฮวายืบหลบมุมแอบฟังอยู่นาน ครั้นได้จังหวะก็รีบเข้ามาเสนอหน้าออกมาช่วยพูดดี ๆ ต่อหน้าสาวใช้ฮูหยินสักคำ อีกเดี๋ยวซูยวนก็จะต้องเอาไปเล่าให้ฮูหยินฟัง นางต้องได้รางวัลอีกแน่

“พี่ซูยวนอย่าสนใจกุ้ยฮวาเลยเจ้าค่ะ มากับข้า ข้าจะพาพี่สาวไปพบคุณหนูในห้องเอง” เหลียนฮวาดันกุ้ยฮวาออกไปอย่างแรง นางรีบหมุนตัวเดินเปิดประตูเข้ามาในห้อง พร้อมกับซูยวนที่เชิดหน้าตามเข้ามาติด ๆ  แต่เมื่อประตูเปิดกว้างออกสองสาวใช้ก็เห็นสายตาที่จ้องมองออกมาเสียก่อน จ้าวหลันอวี่แสยะยิ้มร้าย

“ข้าป่วยหรือไม่ เจ้าไม่รู้หรือเหลียนฮวา ช่างเป็นบ่าวที่ใส่ใจข้าเสียจริง” เหลียนฮวาทรุดตัวลงนั่งที่หน้าประตู ไม่กล้าปากเก่งเหมือนดังเช่นเดิมอีก จ้าวหลันอวี่ไม่สนใจสองสาวใช้อีก เหลียนฮวามีใจเป็นอื่นมานานขนาดไหนแล้ว หากไม่ใช่เพราะนางย้อนกลับมาก็คงไม่รู้ นังบ่าวชั่วผู้นี้เหิมเกริมเพียงใด หากแต่จะให้กำจัดไปเสียเช่นนั้นหรือ หึ...ทำไมนางต้องทำด้วย มิสู้เก็บมิตรไว้ใกล้ตัว แต่เก็บศัตรูไว้ใกล้ยิ่งกว่า

“กุ้ยฮวามาช่วยข้าแต่งตัว ซูยวนเจ้ากลับไปแจ้งท่านพ่อ อีกประเดี๋ยวข้าจะตามไป”

“เจ้าค่ะ!...คุณหนูใหญ่รีบหน่อยนะเจ้าคะ นายท่านและฮูหยินรอนานแล้ว” มิได้อยู่เหนือความคาดคิดแม้แต่น้อย สาวใช้ผู้หนึ่งยังกล้าทำเสียงแข็งใส่นาง จ้าวหลันอวี่ยิ้มหยันให้กับตนเอง จวนสกุลจ้าวมิใช่จวนของนาง แต่เป็นของคนพวกนั้นต่างหาก 

ร่างอรชรนั่งหน้าคันฉ่องปล่อยให้กุ้ยฮวาแต่งตัวให้อย่างไม่เร่งรีบ หลังจากสวมอาภรณ์เสร็จแล้ว ก็นั่งกินอาหารเช้าตามปกติ ผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม จึงได้ลุกขึ้นเดินผ่านเหลียนฮวาที่ยังคงนั่งคุกเข่าหน้าประตูไม่กล้าลุกขึ้นเอง 

“ตายจริงเจ้ายังคุกเข่าอยู่อีกหรือ รีบลุกขึ้นเถอะ ข้าเห็นว่าในสวนด้านนอก ใบไม้แห้งร่วงหล่นเต็มไปหมด เจ้าไปช่วยกวาดใบไม้ก่อนเถอะ ให้ถงเยว่มาเฝ้าห้องให้ข้าก็พอ” เหลียนฮวาเงยหน้าเบิกตาขึ้น แต่เมื่อเห็นคุณหนูใหญ่กำลังก้มลงมอง ก็พลันตัวสั่นเทาขึ้นมา เหตุใดแววตาคุณหนูถึงได้น่ากลัวถึงเพียงนี้ หลันฮวาไม่กล้าขัดคำสั่งได้แต่ตอบรับ เจ้าค่ะ ไปหนึ่งคำ และก้มหน้างุดดังเดิม

จ้าวหลันอวี่ถูกกุ้ยฮวาประคองเข้ามายังโถงด้านหน้า เสียงร้องไห้ของจ้าวม่านฟาง และเสียงปลอบใจของหวังซื่อดังออกมา เพียงเท่านี้ก็พอจะเดาเหตุการณ์ทั้งหมดได้แล้ว ร่างอรชรก้าวเท้าผ่านขอบประตูเข้าไป ยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกเสียงเข้มเต็มไปด้วยโทสะตวาดกร้าว หากนางไม่รู้ว่าคนผู้นี้คือสามีของท่านแม่ นางก็คงคิดว่าเป็นศัตรูคู่แค้นกันมาก่อน

“คุกเข่า” จ้าวหลันอวี่มิได้มีความตื่นตระหนก นางเดินเข้ามาอยู่กลางห้อง ย่อกายทำความเคารพบิดา ก่อนจะหยัดตัวยืนขึ้นเต็มความสูง

เพล้ง! จอกชาถูกโยนลงมากระทบพื้น เศษกระเบื้องแตกกระจาย น้ำร้อนสาดกระเด็นถูกชายกระโปรง ทว่าหญิงสาวก็ยังคงเชิดหน้ามองสบตาเสนาบดีจ้าวด้วยรอยยิ้ม ทว่ารอยยิ้มนั้นมิได้ถึงดวงตาเลยสักกระผีกเดียว...

“ลูกชั่ว! จ้าวหลันอวี่เจ้าจะขัดคำสั่งข้าหรือ บอกให้คุกเข่า” เสนาบดีจ้าวตบโต๊ะดังลั่นก่อนจะชี้หน้าบุตรสาว ที่ไม่มีวี่แววจะคุกเข่าเลยแม้แต่น้อย ทั้งสายตาที่มองคนเป็นบิดายังแข็งกร้าว มันสมควรแล้วเช่นนั้นหรือ 

จ้าวหลันอวี่มิได้คิดจะคุกเข่าจริง ๆ แต่กระนั้นในสายตาของผู้ที่เข้ามาใหม่ ก็ยังคิดว่าอีกประเดี๋ยวนางก็คงจะต้องถูกบีบบังคับให้คุกเข่าตามคำสั่งจ้าวม่านฉี

ตวนมู่หมิงฮ่าวได้ฟังก็ร้อนใจรีบก้าวขาเดินเข้ามาในห้อง ยื่นมือออกไปรั้งต้นแขนหญิงสาวเอาไว้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป