บทที่ 12 ตอนที่ 10 รับผิดชอบเอง/ตอนปลาย

ตอนที่ 10 รับผิดชอบเอง/ตอนปลาย

“ท่านเสนาบดีโปรดระงับโทสะก่อน อย่าโทษคุณหนูใหญ่เลย เป็นความผิดของข้าเอง” เสียงทุ้มที่ดังอย่างไร้ที่มาทำให้คนในห้องต่างก็แตกตื่นระคนงุนงง

“คารวะองค์ชายใหญ่พ่ะย่ะค่ะ/เพคะ”  

ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าองค์ชายใหญ่ตวนมู่หมิงฮ่าวจะมาเยือนจวนเสนาบดีกะทันหันเช่นนี้ หวังซื่อและจ้าวม่านฟางลืมแม้กระทั่งแสร้งร้องไห้ รีบย่อกายถวายความเคารพ เบี่ยงใบหน้ายิ้มเขินอาย หวังซื่อก็รีบส่งผ้าเช็ดหน้าให้กับบุตรสาว ผิดกับจ้าวม่านฉีที่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เพราะตนเองวางตัวเป็นกลางมาตลอด มิได้เข้าข้างองค์ชายพระองค์ใด นั่นเพราะรู้ดีว่าฝ่าบาทยังคงมิยินยอมมอบอำนาจให้กับผู้ใด 

“กระหม่อมเสียมารยาทแล้ว มิได้ออกไปต้อนรับพระองค์ด้วยตนเอง” ไม่ได้ออกไปต้อนรับ แต่องค์ชายผู้นี้ถึงกับเดินเข้ามาในจวนของขุนนางอย่างง่ายดาย ทั้งยังเดินมาถึงห้องโถงในเรือนอีกด้วย ไม่เห็นหัวเสนาบดีเกินไปแล้ว

“เป็นองค์ชายอย่างข้าที่เสียมารยาทมากะทันหัน ท่านเสนาบดีอย่าได้ตำหนิ” ตวนมู่หมิงฮ่าวมองมือตนเองที่ว่างเปล่า แขนเสื้อที่กุมเอาไว้เมื่อสักครู่ ถูกผู้เป็นเจ้าของดึงกลับไปแล้ว เขาเอียงหน้าหันไปมองนางด้วยรอยยิ้มขบขัน มิเคยคาดคิดมาก่อนว่าคุณหนูใหญ่ผู้ที่คนกล่าวขานว่าร้ายกาจเอาแต่ใจ จะเขินอายเป็นเช่นกัน

“ท่านเสนาบดีอย่าได้ลงโทษคุณหนูใหญ่เลย เพราะข้าที่ไม่ระวังเผลอล่วงเกินนางเข้าแล้ว ต่อให้จะเป็นเพียงการช่วยชีวิตแต่ตัวข้าก็ยินดีรับผิดชอบทูลขอเสด็จพ่อพระราชทานสมรสกับนางอย่างถูกต้อง”

เปรี้ยง! เหมือนมีเสียงสายฟ้าฟาดลงมากลางศีรษะของจ้าวหลันอวี่ ใบหน้างามพลันซีดเผือด จ้องมองบุรุษที่ยืดอกรับผิดชอบอย่างเต็มอกเต็มใจ ถึงแม้จะต้องแย่งคู่หมั้นของผู้อื่นก็ตาม

“จะให้องค์ชายใหญ่ทรงรับผิดได้เช่นไรเพคะ เรื่องเมื่อวานล้วนเป็นอุบัติเหตุ อีกอย่าง ก็หาได้มีผู้ใดรู้เห็นไม่ ขอพระองค์ทรงตรึกตรองดูให้ดีเสียก่อน เมื่อเช้าราชสำนักเพิ่งประกาศการสิ้นพระชนม์ขององค์ชายสาม หากพระองค์ทรงทูลเรื่องนี้หม่อมฉันคิดว่าเป็นการไม่สมควรยิ่ง” จ้าวหลันอวี่ส่ายหน้ายิ้มน้อย ๆ แต่ในสายตาของบุรุษหนุ่ม ก็คงคิดว่านางเขินอาย จ้าวม่านฉีเห็นบุตรสาวพูดมาเช่นนั้นแล้ว องค์ชายใหญ่ก็ยังคงยิ้มอย่างจนใจ แฝงความรู้สึกผิด เขาก็นึกสงสัยขึ้นมา

“กระหม่อมไม่ค่อยเข้าใจพ่ะย่ะค่ะ ตกลงระหว่างองค์ชายใหญ่กับอวี่เอ๋อร์เกิดเรื่องใดขึ้นกันแน่ ทรงบอกให้กระหม่อมรู้ได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” 

“เฮ้อ...จะว่าไปแล้วก็เป็นเพราะข้าเอง พวกเราเข้าไปหารือกันที่ห้องหนังสือดีหรือไม่ เพราะเรื่องนี้คงต้องคุยกันให้รอบคอบ” 

“เช่นนั้นเชิญทางนี้พ่ะย่ะค่ะ” ตวนมู่หมิงฮ่าวก้าวเท้าเดินนำหน้าจ้าวม่านฉีออกไป แต่แล้วร่างกำยำก็พลันหยุดและเบี่ยงตัวหันกลับมามองสตรีที่ยังยืนมองเขาอยู่กลางห้อง

“หลันอวี่อย่าได้กังวล ทุกเรื่องให้องค์ชายอย่างข้าเป็นผู้จัดการเถิด ท่านเสนาบดีให้คุณหนูใหญ่กลับไปพักก่อนดีหรือไม่ ตกน้ำไปเมื่อวานใบหน้ายังซีดเซียวอยู่นัก ข้าพาหมอหลวงมาด้วย ประเดี๋ยวเจ้าให้เขาตรวจสักหน่อยเถิด” จ้าวม่านฉีขมวดคิ้วก่อนจะหันไปมองใบหน้าของบุตรสาว และก็เห็นเป็นจริงดังที่องค์ชายตวนมู่หมิงฮ่าวกล่าว

นางตกน้ำตั้งแต่เมื่อใดกัน เหตุใดจึงไม่มีใครแจ้งแก่เขา ทว่าเมื่อหันกลับมา ก็เห็นหมอหลวงสะพายล่วมยายืนรอ ก็เห็นว่าสมควรให้หมอตรวจดูสักนิด

“เช่นนั้นเจ้าก็กลับไปพักก่อน ฮูหยินพาท่านหมอหลวงตามไปด้วย อีกประเดี๋ยวพ่อค่อยไปคุยกับเจ้าที่เรือน”

“อวี่เอ๋อร์ทราบแล้วเจ้าค่ะ”

จากที่ผู้คนยังคงอยู่กันเต็มห้องโถงใหญ่  เพียงไม่นานบัดนี้ก็เหลือเพียงสองแม่ลูกที่ยืนอ้าปากค้าง เหตุการณ์ไม่ได้เป็นไปตามที่พวกนางต้องการ องค์ชายใหญ่ผู้นี้ก็ไม่รู้โผล่มาจากไหน เรื่องที่พวกนางยุยงบิดาให้ลงโทษจ้าวหลันอวี่ก็พลันต้องหยุดชะงักลง ช่างน่าเจ็บใจนัก ผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในมือถูกหวังซื่อขยำจนแทบขาด นางแพศยานั้นรอดไปได้อีกแล้ว

“ท่านแม่ องค์ชายใหญ่มาทำไมหรือเจ้าคะ นังหลันอวี่ไปตกน้ำตั้งแต่เมื่อใดกัน”

“ซูยวนเจ้าแอบไปสอบถามเหลียนฮวาโดยเร็ว ฟางเอ๋อร์กลับเรือนไปก่อน ประเดี๋ยวแม่พาหมอหลวงไปเรือนจ้าวหลันอวี่ก่อนค่อยว่ากัน”

เมื่อวานพวกนางจงใจทิ้งจ้าวหลันอวี่เอาไว้ในวังจึงไม่รู้ว่าเกิดเรื่องใดต่อจากนั้น และที่จ้าวม่านฉีเรียกจ้าวหลันอวี่มาพบ ก็เพราะตัวนางเองเป็นผู้บอกกับสามีว่าคุณหนูใหญ่วางอุบายในชุดของจ้าวม่านฟาง หากนางไหวตัวไม่ทัน ป่านนี้บุตรสาวนางก็คงจบสิ้นแล้ว เพราะอาภรณ์ชุดเมื่อคืน แอบซ่อนด้ายพิเศษที่ปักเป็นลายดอกพลับพลึงสีแดงสด ดอกไม้อัปมงคล เจ้าแห่งความตาย

ทั้งๆ ที่ความจริงต้องไปอยู่ในชุดของจ้าวหลันอวี่ ทว่ากลับมาอยู่ในชุดของจ้าวม่านฟาง หากไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายรู้ทันและตลบหลังพวกนาง แล้วจะเป็นอะไรได้อีก ทว่านังจิ้งจอกนั่นรู้ได้อย่างไร หรือเรือนนางจะมีหนอนบ่อนไส้ แต่เรื่องนี้ยังต้องหาต้นตอต่อไป ยามนี้หวังซื่อสูดลมหายใจเข้าตั้งสติตนเอง ก่อนจะยิ้มแย้มออกมา

“ท่านหมอหลวงเชิญตามข้ามาทางนี้เจ้าค่ะ”


บทก่อนหน้า
บทถัดไป