บทที่ 2 ท่านอ๋อง

หนิงอันยิ้มเจื่อนๆคนอื่นทะลุมิติมา ได้พระเอกหล่อ รวย คลั่งรัก

สูดหายใจลึก ฉันมาปุ๊บต้องแต่งกับอ๋องพิการใกล้ตาย ปากจัดและมองโลกในแง่ร้ายพระเอก..ล่าหยก..ฉันไปไหนเสีย

“ป่วยแล้วอย่างไรไม่ต้องมายุ่งกับข้า” อ่อเหรอ คนอะไรปิดประตูหมดแบบนี้ช่างหัวแกสิ

“เจ้าเป็นหมอหรือไร”

“ไม่แต่ข้าตอนนี้คิดว่ารักษาท่านได้ แต่ข้าไม่อยากรักษาแล้วล่ะ”มือใหญ่พุ่งพลวดเดียวบีบคอแน่น ลิ้นจุกปากหายใจแทบไม่ออก

“อ่อกกๆๆๆๆปละปละปล่อยข้านะ” อดีตของเวียวอวี้เฉินไหลออกมา ผ่านการสัมผัส ก่อนที่จะสะดุดลงร่างเล็กถูกผลักไปชนผนังห้อง 

“เจ้า ปฏิเสธข้าไม่ได้หรอก ข้าบอกให้เจ้ารักษาก็ต้องรักษา”

“อ้าวเมื่อกี้ยังบอก ไม่”

เจ็บก็เจ็บแต่ยังกล้าเถียง คนคนนี้ตามที่เห็นคือว่างเปล่ามีแต่อดีตที่ยุ่งเหยิงพันกันมั่วไปหมด  แต่ภายในใจของเขากลวงโบ๋ ขาวสะอาด ราบเรียบ

“ข้าหนีก็ได้”ลุกขึ้นเตรียมวิ่งยังไม่ทันถึงสองก้าวด้วยซ้ำ

กระบี่ข้างรถเข็นถูกชักออกขวางหน้าเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด หนิงอัน หลับตาปี๋เสียวสันหลังวาบ ใจหล่นที่ตาตุ่ม

“ขะขะข้าไม่หนีแล้วลดกระบี่ลงเถอะใต้เท้า ไม่สิสามี ไม่สิที่รัก”ใช้นิ้วจิ้มกระบี่ให้ถอยห่าง 

“ฮือออออปล่อยข้านะไม่อย่างนั้นข้าจะร้องให้คนช่วย”ขันทีกู้ฉางอันที่เพิ่งจะเดินมาถึง ก้มศรีษะลง เอ่ยช้าๆเบาๆ

“พระชายาอย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่กลับเข้าไปข้างในเถอะ ไม่อย่างนั้นท่านอ๋องจะยิ่งโมโห”

เหมือนคำเตือนด้วยความหวังดี หากแต่ฟังอีกทีก็คล้ายคำขู่

“ข้าไม่หนีก็ได้”กู้ฉางอันรับเอากระบี่ไปเก็บไว้ที่ข้างรถเข็นเหมือนเดิม

“ดี ข้าก็แค่อยากจะรู้ว่าคำพูดของเจ้า…มีค่าพอจะแลกชีวิตหรือไม่เจ้าโอ้อวดว่ารักษาข้าได้ ข้าก็จะดูว่าเจ้าทำได้จริงไหม”

หนิงอันยืนตรงแม้หัวใจยังเต้นแรงแต่รอยยิ้มค่อยๆ ปรากฏช้าๆ

“ตกลงให้ข้ารักษาให้ใช่ไหม”แล้วพึมพำเบาๆ 

“ค่อยหาทางหนีตอนนี้ตามน้ำไปก่อน ในเมื่อหนีก็ไม่ได้”

เงยหน้ามองเขาดวงตาวาววับ แต่ให้ตายเหอะหล่อจริงๆ ถ้ายืนจะสูงแค่ไหน หนิงอันคงยืนอยู่แค่อกเขาสินะ

“งั้นก็ขอใช้สามีพิการคนนี้…พลิกชีวิตตัวเองหน่อยก็แล้วกัน”

“ไม่ต้อง ไปให้พ้นหน้าข้าเสีย กู้ฉางอันพานางไปให้พ้นหน้าข้าเสียที”หนิงอันถอนหายใจยาว กู้ฉางอันผายมือเชิญหนิงอัน

ไก่ขันยามเช้าสดชื่นแจ่มใสแต่ท้องร้อง หนิงอันในอาภรณ์สีพื้นชุดชายานั่นแหละ…แต่สภาพเหมือนคนเพิ่งรอดตาย ยืนพิงเสาไม้เก่าๆ อย่างหมดแรง

ท้องร้อง รัวๆ

“โครกๆๆๆ”

“หิวชะมัดเลยทำไมยังไม่มีใครยกอาหารมาให้เหมือนในชีรีย์จีนนะจวนอ๋องสาวใช้ไปไหนหมด” ดวงชะตาทำบาปกันโพด

เสิ่นหนิงอันกุมท้องตัวเองแน่น ใบหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อยสายตามองไปรอบจวน

เงียบ ว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เงาคน สายตาสะดุดเข้ากับชุดแดงบนโต๊ะมีเหรียญเงินอยู่ไม่กี่เหรียญและเงินก้อนอีกหนึ่งก้อน  ความทรงจำวิ่งเข้ามาชนทันที ท่านแม่ของเสิ่นหนิงอัน ที่ป่วยติดเตียงยัดเหรียญใส่ในมือให้กับบุตรีอาภัพคนนี้เพียงไม่กี่เหรียญ ..โธ่ถังถอนหายใจรวบเอาเหรียญเงินมายัดใส่อกเสื้อ ก่อนเดินสำรวจไปทั่วๆ

“นี่มันจวนอ๋องจริงๆ เหรอ หรือบ้านผีสิงกันแน่” นางพึมพำ เดินไปสองก้าวก็บ่นสามก้าวก็บ่นเปิดหม้อ …ว่าง เปิดตู้ ….โล่ง

“…ดีมาก ดีจริงๆ” นางพยักหน้าให้ตัวเอง 

“แต่งเข้ามาได้ผัวพิการไม่พอ ยังต้องอดตายอีก”

นางถอนหายใจยาวก่อนจะสะบัดแขนเสื้ออย่างตัดสินใจเด็ดขาด

“ไม่ได้ ขืนอยู่ต่อมีหวังตายรอบสองแน่”แล้วก็เดินออกจากจวนไปทั้งอย่างนั้น

ระหว่างเดิน…ยังไม่วายบ่นงึมงำ

“ข้าไปหาอะไรกินเองก็ได้วะ ข้างนอกต้องมีขายบ้างแหละ…อย่างน้อยก็ดีกว่านั่งมองหม้อเปล่าในจวนผัวพิการ…”

อีกด้านหนึ่งของจวน

ชานเรือนมืดอ๋องเซียวอวี้เฉินนั่งนิ่งอยู่บนรถเข็นใบ ไร้อารมณ์สายตาจับจ้องไปยังประตูทางออกของจวนอ๋อง ที่ร่างของชายาคนใหม่เพิ่งหายไป

เขายกมือขึ้นเล็กน้อย กู้ฉางอันที่ยืนอยู่ด้านหลังรีบก้มศีรษะ

“ไป” เสียงอ๋องเซียวเรียบเฉยขันทีหนุ่มชะงักเล็กน้อย

“ท่านอ๋อง…จะตามนางไปหรือขอรับ”

กู้ฉางอันรีบเข็นรถออกไป

“ไม่”

ล้อรถดัง ครืด…ครืด…ไปตามทางก่อนจะเอ่ยขึ้นเบาๆ

“อ๋องท่านไม่กลัวหรือขอรับ…ว่านางจะไปแล้วไม่กลับมา”

อ๋องเซียวหลุบตาลงเล็กน้อย

“ไม่กลับมาก็เรื่องของนาง ข้าหาสนใจไม่”

เสียงเขาเรียบ…แทบไร้ความรู้สึก

ก่อนจะพูดต่อ

“ข้าก็ไม่ได้อยากมีชายาเสียหน่อย” คำพูดเย็นชาแต่ไม่รู้ทำไม…แววตากลับมืดลงเล็กน้อย

อีกด้านหนึ่งของเมืองเสียงผู้คนจอแจ กลิ่นอาหารลอยคลุ้ง

เสิ่นหนิงอันเดินตุปัดตุเป๋เข้ามา เหมือนคนใกล้จะหมดแรง

“ขออะไรใส่ท้องก่อนเถอะ…” นางบ่น

แต่แล้วสายตาก็สะดุด เข้ากับหมั่นโถววิ่งไปเอาเงินวางไว้หนึ่งเหรียญ เสี่ยวเอ่อร์ยื่นหมั่นโถวให้สองลูกจับมาเคี้ยวงับๆ

“อร่อยจริงๆ”

“เฮ้ย” หนิงอันทำตาโต

มุมหนึ่งของโรงน้ำชา กลุ่มชายฉกรรจ์กำลังล้อมวงเสียงตะโกนดังลั่น

“เปิด เปิดเลยๆๆๆๆ”

“ข้าลงสูง”

“ข้าลงต่ำ” เสียงลูกเต๋ากระทบกันในถ้วยกระเบื้อง

“กึก…กึก…” ดวงตาของหนิง…วาวขึ้นแล้วสว่างวาบทันที หก สาม สอง

เหมือนแมวเห็นปลา ทางจะได้เงินมาแล้ว กลิ่นเงินทอง…ลอยคลุ้งปะปนกันจนบรรยากาศร้อนระอุชายฉกรรจ์ร่างใหญ่หลายคนเบียดล้อมโต๊ะพนันไม้กลม

สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังคนกลางวงเด็กหนุ่มนามลั่วจิ่งเหยาผู้นั้น

“สิบเอ็ด เจ้ามือกวาดเรียบ” หนิงอันกลืนน้ำลายลงคอช้าๆ มองเหรียญในมือเหลืออยู่สามเหรียญ

หมอนั่นอายุไม่น่าเกินสิบเจ็ดหรือสิบแปดปี

ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเกินวัย ยิ้มกวาดเงินมาวางตรงหน้า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป