บทที่ 3 ปล่อยนางไป
ริมฝีปากยกยิ้มมั่นใจเหมือนคนที่ ไม่เคยแพ้แขนเสื้อสีครามถูกพับขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นข้อมือแข็งแรง
ในมือของเขาถ้วยกระเบื้องสีดำกำลังครอบลูกเต๋าไว้
“รอบนี้…ใครจะลงอะไรก็รีบลง” เสียงของเด็กหนุ่มนามลั่วจิ่งเหยาดังขึ้นอย่างอารมณ์ดี
กริ๊ก กริ๊ก กริ๊ก
เสียงลูกเต๋ากระทบกันดังถี่ยิบ
มือของเขาเขย่าถ้วยอย่างคล่องแคล่ว
ข้อมือพลิ้วไหวราวกับนักมายากลผู้คนรอบวงเริ่มฮือฮา
“มาแล้ว ไอ้หนุ่มนี่ฝีมือไม่ธรรมดา”
“เมื่อวานเขากินเงินไปตั้งหลายสิบตำลึง”
“รีบทายเร็วเข้า”
ปึง
ถ้วยกระเบื้องถูกคว่ำลงบนโต๊ะอย่างแรงเด็กหนุ่มนามลั่วจิ่งเหยายกยิ้มบางๆ เหมือนเดิม
แววตาเปล่งประกายด้วยความเชื่อมั่นเกินอายุ
“เชิญวางเดิมพันได้ข้าให้เวลาคิด”
ทันใดนั้นเสียงวางเงินดังระงม
“ข้าลงสูง”
“ต่ำ”
“สูงแน่รอบนี้” เหรียญเงินและก้อนเงินถูกผลักลงกลางโต๊ะไม่หยุด
ความโลภ ความตื่นเต้น และความหวังรวยทางลัดทำให้ดวงตาของทุกคนแทบลุกเป็นไฟแต่ในมุมหนึ่ง
เสิ่นหนิงอันกลับเงียบผิดปกติ
นางนั่งเท้าคางก่อนที่ดวงตาคู่งามจะ…
“สว่างวาบ” โลกตรงหน้าเหมือนหยุดนิ่งชั่วครู่เสียงรอบตัวค่อยๆ จางหาย
สายตาของนาง…ทะลุผ่านถ้วยกระเบื้องสีดำเห็นลูกเต๋าด้านในชัดเจนราววางอยู่บนฝ่ามือ
สาม สี่ หก
รวมสิบสาม
“สูง” ริมฝีปากของหนิงอันค่อยๆ ยกขึ้นดวงตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์ทันที
“โอ้ข้ามองเห็น” นางพึมพำเบาๆ อย่างพึงพอใจ
“แบบนี้ก็โกงสบายเลยสิ”
จากนั้นมือเล็กค่อยๆ ล้วงเข้าไปในอกเสื้อ หยิบเงินก้อนสุดท้ายออกมาพุ่งเข้าด้านหน้าแล้ววางเงินก้อน ปึง ลงบนโต๊ะ
ทำให้คนทั้งวงหันมามองหญิงสาวหน้าตางดงามในชุดธรรมดา
ลงเดิมพันด้วยเงินก้อน
หนิงอันยิ้มหวาน ก่อนจะเอ่ยออกมาชัดถ้อยชัดคำ
“ข้าลงสูง” บรรยากาศรอบโต๊ะพนันเงียบลงไปชั่วอึดใจ
ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
“ฮ่าๆๆ แม่หนูน้อย ลงหมดตัวเลยหรือดูหน้าก็รู้แล้วว่าไม่มีเงิน”
“ระวังร้องไห้นะ”
หนิงอันปรายตามองคนพูดก่อนจะยิ้มบางๆ
“ร้องไห้” นางเลิกคิ้ว
“พวกเจ้าต่างหากที่ควรเตรียมร้อง”
“โอ้โห” เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที
เด็กหนุ่มนามลั่วจิ่งเหยาเจ้ามือมองนางอย่างสนใจ ดวงตาคมวาววับเหมือนเจอของเล่นชิ้นใหม่
“แม่นางมั่นใจขนาดนั้นเลย” หนิงอันยักไหล่
“ก็พอมีดวงอยู่บ้าง” ไม่ใช่ดวงเลยสักนิด
ในสายตาของนาง ลูกเต๋าสามลูกยังคงนอนนิ่งอยู่ใต้ถ้วยอย่างชัดเจนความจริงคือ…
ชัดจนแทบอยากเอื้อมมือไปหยิบออกมานับใหม่
“พวกท่านก็วางๆๆๆ ได้แล้วมาๆๆๆ ข้าจะได้เปิดเสียที” หลายคนเริ่มวางเงินเดิมพัน
“เปิดเลย” ชายคนหนึ่งตะโกนดังๆ เด็กหนุ่มนามลั่วจิ่งเหยาหัวเราะเบาๆ ก่อนใช้นิ้วเคาะถ้วยสองที
กึก กึก
แล้วเปิดมันขึ้นอย่างรวดเร็ว
“สาม สี่หก สูง”
ทุกคนอ้าปากค้าง
“บะ…บ้าไปแล้วหฅฅฅญิงงามกับการพนัน”
“นางทายถูกจริงๆ” หนิงอันยิ้มกว้างทันที
แล้วรีบกวาดเงินตรงหน้าเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วราวกลัวใครแย่ง
“โอ๊ย รวยแล้วๆ …”
นางลูบก้อนเงินด้วยสีหน้าซาบซึ้ง
“ในที่สุดสวรรค์ก็เห็นใจคนจนบ้าง” ผู้คนรอบข้างเริ่มแตกฮือบางคนเริ่มหันมามองนางด้วยสายตาแปลกๆ โดยเฉพาะเด็กหนุ่มนามลั่วจิ่งเหยาลั่วจิ่งเหยาเจ้ามือ
เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย
“ฟลุ๊คหรือ”
หนิงอันเงยหน้าขึ้น
“ไม่ลองอีกตาเล่า” รอยยิ้มของเด็กหนุ่มนามลั่วจิ่งเหยากว้างขึ้นทันที
“ได้”
กริ๊ก กริ๊ก กริ๊กเสียงลูกเต๋าดังขึ้นอีกครั้ง
ผู้คนเริ่มลุ้นกันจนแทบไม่หายใจ
ปึง ถ้วยถูกคว่ำลงบนโต๊ะอีกครั้ง
หนิงอันมองทะลุเข้าไปทันที
หนึ่ง หนึ่ง สอง
ต่ำ
นางแทบหลุดหัวเราะ
“ข้าวางได้เลยใช่ไหม” จากนั้นก็ผลักเงินก้อนหนึ่งออกไป
“ต่ำ” ชายข้างๆ รีบลงตามทันที
“ข้าลงตามแม่นาง”
“ข้าด้วย”
“ตามนางไป”
ภายในพริบตาคนทั้งโต๊ะเริ่มเทเดิมพันตามหนิงอันอย่างบ้าคลั่ง
เจ้ามือหนุ่มถึงกับชะงัก
“เดี๋ยวก่อน…อย่าเพิ่งวางใจ
“เปิดถ้วยสิ” ลั่วจิ่งเหยา ขยับมือเปิดถ้วยอย่างว่าง่าย
หนึ่ง หนึ่ง สอง ต่ำจริงๆ
“เฮ้ยยยย” เสียงร้องดังลั่นโรงน้ำชาหนิงอันแทบจะหัวเราะออกมา
“ข้าให้เจ้าแม่นางน้อยผู้นำโชคดี” พอคนหนึ่้งให้อีกหลายคนก็ให้ตาม หนิงอันยิ้ม ประสานมือขอบคุณรอบโต๊ะ
เงินกองโตไหลเข้าหานางไม่หยุด
“ข้ารวยแล้ว…” นางกำเงินแน่น ดวงตาแทบเป็นรูปตำลึงทอง
“ข้าจะกินไก่ย่าง เป็ดย่าง หม้อไฟ” พูดจบก็หยุดกึก
“อืม”
สายตาลอยไปไกลเล็กน้อยแล้วภาพหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวจวนอ๋องเงียบๆ หม้อเปล่าๆ กับชายหล่อเหลาเย็นชาที่นั่งอยู่บนรถเข็น
หนิงอันถอนหายใจเฮือกใหญ่
“บ้าจริง”
“ทำไมข้าต้องนึกถึงคนพิการนั่นด้วย” นางเกาหัวตัวเอง
ทั้งที่มีเงินแล้วทั้งที่หนีไปเริ่มชีวิตใหม่ได้
แต่ในหัวกลับมีแต่ภาพเขานั่งอยู่ในเรือนมืดๆ นั่น
“ช่างเถอะ เอาไว้รวยก่อนแล้วค่อยหนี” พูดอย่างมั่นใจ ด้านหลัง
นางลุกขึ้นทันทีกวาดเงินใส่อกเสื้อจนตุง เสียงฮือฮาในโรงน้ำชายังไม่ทันสงบ
เสิ่นหนิงอันก็โกยเงินเข้าตัวจนแทบจะเล่าอกเสื้อ
“โอ๊ย…เงินเยอะก็เหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ย”
นางพึมพำอย่างคนไม่เคยรวย
ก่อนจะรีบยัดก้อนเงินเข้าอกเสื้ออย่างรวดเร็ว กำลังจะจากไป
เด็กหนุ่มนามลั่วจิ่งเหยาเจ้ามือมองตามนางไป
ก่อนจะยิ้มบางอย่างมีเลศนัย
“แม่นางผู้นั้นหยุดก่อน”
เขาหมุนลูกเต๋าเล่นในมือช้าๆ ดวงตาหรี่ลง
“เจ้าเรียกข้าหรือ” คนรอบข้างมองจนมุมปากกระตุก
โดยเฉพาะเด็กหนุ่มนามลั่วจิ่งเหยาเจ้ามือเขายังคงยืนอยู่กลางวง
รอยยิ้มบนใบหน้าหายไปแล้วครึ่งหนึ่งมือเรียวยาวล้วงเข้าไปในกระเป๋าเงินข้างเอว
แล้วล้วงอีกครั้ง
“เดี๋ยวนะ” เขาชะงักจากนั้นก็เทถุงเงินลงบนโต๊ะ
ก๊อง เหรียญเงินสามเหรียญกลิ้งออกมาอย่างน่าเวทนา
ทั้งวงเงียบกริบ
หนิงอันกะพริบตาปริบๆ
“…หมดตัวแล้วหรือฮ่าาา ไม่เกี่ยวกับข้านะ”
