บทที่ 5 หมดตัว
บรรยากาศรอบวงเงียบกริบ
ลั่วจิ่งเหยากัดฟันแน่น ก่อนจะเปิดถ้วยออกอย่างแรง
ปึง ลูกเต๋าสามลูกปรากฏต่อหน้าทุกคน
หก หก หก สูงสุดจริงๆ
ทั้งโรงน้ำชาเงียบไปสองวินาทีก่อนจะระเบิดเสียงดังลั่น
“แม่นางน้อยชนะอีกแล้ว”
“นางชนะจริงๆ”
“สวรรค์ นี่มันเซียนพนันชัดๆ” หนิงอันหัวเราะออกมาทันที
“ฮ่าๆๆ รวยแล้วโว้ย” นางรีบกอดกองเงินตรงหน้าไว้แน่น
สีหน้าเหมือนกลัวเงินจะบินหนี
“ข้าไปได้แล้วใช่ไหม…” คนรอบข้างถึงกับมุมปากกระตุก
เมื่อครู่ยังไม่มีจะกิน
ตอนนี้กลับหอบเงินเต็มอ้อมแขนแล้ว
ส่วนลั่วจิ่งเหยายืนแข็งอยู่กับที่ใบหน้าหล่อเหลานั้นนิ่งสนิท
เหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้วครึ่งหนึ่ง
“ข้าแพ้แล้วหรือ แพ้จริงหรือเนี่ย” เขาพึมพำเบาๆ
จากนั้นสายตาค่อยๆ เลื่อนไปมองหนิงอันที่กำลังกอดเงินยิ้มแฉ่ง
มุมปากกระตุกทันที
“นี่ข้าต้องเป็นทาสนางจริงๆ หรือ”
“อื้ม” หนิงอันพยักหน้าทันที
“เจ้าพูดเองนะ คนทั้งโรงน้ำชาได้ยินหมด” ผู้คนรอบข้างรีบพยักหน้ารัว
“ถูกต้อง อย่างไงก็ต้องทำตามที่พูด”
“ลูกผู้ชายพูดแล้วต้องทำ”
“รีบคารวะนายหญิงเร็ว” หลายคนยุส่ง
ลั่วจิ่งเหยาหน้าเขียวทันที
“พวกเจ้าเงียบไปเลย” แต่สุดท้าย…เขาก็สูดหายใจลึกแล้วเดินออกมาจากหลังโต๊ะช้าๆ ท่าทางเก้ๆ กังๆ อย่างเห็นได้ชัดหนิงอันมองอย่างสนุก
“อ้าว ไม่คุกเข่าหรอกหรือ”
“…” เส้นเลือดตรงขมับลั่วจิ่งเหยากระตุกตุบ
สุดท้ายเด็กหนุ่มนามลั่วจิ่งเหยากัดฟันแน่น
ก่อนจะยกมือคารวะอย่างไม่เต็มใจนัก
“ลั่วจิ่งเหยา…” เสียงแทบลอดไรฟัน
“คารวะนายหญิง”
ทั้งโรงน้ำชาระเบิดเสียงหัวเราะทันที
“ฮ่าๆๆๆ!”
“เจ้าหนูลั่วขายหน้าแล้ว”
“จากเจ้ามือกลายเป็นบ่าวรับใช้”
หนิงอันเองก็แทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่นางมองเด็กหนุ่มนามลั่วจิ่งเหยาตรงหน้า
ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์
“ดีมาก” พูดจบก็โยนถุงเงินเล็กๆ ไปให้เขาลั่วจิ่งเหยารับแทบไม่ทัน
“เอาไปซื้อหมั่นโถวกินก่อน เจ้าก็คงหิวเหมือนกันสินะ”
“หา”
“เดี๋ยวเป็นลมตายกลางทาง คนจะหาว่าข้าใช้งานทาสหนักเกินไป”
ลั่วจิ่งเหยานิ่งไปทันทีดวงตาคมสั่นเล็กน้อย
คนผู้นี้ ทั้งแปลกประหลาดแต่กลับโยนเงินให้เขา หนิงอันยืดตัวลุกขึ้น
กอดเงินก้อนโตแน่นก่อนจะประกาศอย่างอารมณ์ดี
“ไป วันนี้นายหญิงจะพาเจ้ากินของอร่อย”
ลั่วจิ่งเหยา
เดี๋ยวนะทำไมเขารู้สึกว่ารอยยิ้มนั่นบ่งบอกว่าชีวิตหลังจากนี้กำลังจะวุ่นวายสุดๆ แล้ว
โต๊ะอาหารในร้านเล็กๆ แทบไม่เหลืออะไรแล้วจานเป็ดย่างเกลี้ยง
ไก่อบเหลือแต่กระดูก
แม้แต่น้ำแกงก็ถูกซดจนหยดสุดท้ายลั่วจิ่งเหยานั่งนิ่ง
มองหญิงสาวตรงหน้าราวกับกำลังมองสัตว์ประหลาด
“เจ้ากินหมดนี่คนเดียว” หนิงอันกำลังแทะน่องไก่อยู่พอดี
ได้ยินก็เงยหน้าขึ้นอย่างไม่สะทกสะท้าน
“อื้มต้องเรียกว่านายหญิงอย่าใช้คำว่าเจ้า” พูดจบก็ยัดคำสุดท้ายเข้าปาก
ลั่วจิ่งเหยา
นี่คือชายาอ๋องจริงๆ หรือหมูป่าจากภูเขาหนิงอันเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างมีความสุข
ก่อนจะยกน้ำชาขึ้นกระดกอึก อึก อึก
แล้ว
“เอิ้กกกกกกก” เรอออกมาเสียงดังลั่นชายโต๊ะข้างๆ ถึงกับทำตะเกียบหล่น
ลั่วจิ่งเหยาหน้าชา
“นายหญิงอย่างน้อยท่านก็รักษาภาพลักษณ์หน่อยเถอะท่านน่ะมีใบหน้างดงาม” เขาพูดเสียงแข็ง
หนิงอันกะพริบตาใสซื่อ
“ทำไมก็แค่เรอคนเรากินอิ่มก็ต้องเรอสิ เป็นเรื่องธรรมชาติ” นางลูบท้องตัวเองอย่างพอใจ
ลั่วจิ่งเหยาแทบหมดสติธรรมชาติบ้านเจ้าสิหนิงอันหัวเราะคิกคัก
ก่อนจะควักเงินออกมาวางบนโต๊ะ
ปึก
“ไม่ต้องทอน” เจ้าของร้านรีบยิ้มจนหน้าบานทันที
“ขอบพระคุณแม่นางน้อยขอให้ท่านเจริญๆ” หนิงอันลุกขึ้นยืนอย่างอารมณ์ดี
ตบบ่าลั่วจิ่งเหยาปุๆ
“ไปกันเถอะ”
“ไปไหน ข้าคิดว่าเราควรแยกย้ายได้แล้ว” นางหันมายิ้มกว้าง
ดวงตาโค้งสวยราวจันทร์เสี้ยว
“กลับบ้านสิ ใครบอกว่าแยกย้ายเจ้าเป็นทาสของข้าแล้ว”
ลั่วจิ่งเหยาชะงัก ..บ้าน
หนิงอันเดินนำออกไปแล้วก่อนจะโบกมือแบบนายหญิงเต็มตัว
“ต่อไปเจ้าคือคนรับใช้ของข้า คนรับใช้ก็ต้องเดินตามนายหญิง เข้าใจไหม”
ลั่วจิ่งเหยากัดฟันแน่น
ชีวิตเขาจากนี้
จบสิ้นแล้วจริงๆ ลั่วจิ่งเหยาเดินตามช้าๆ
สีหน้าซับซ้อนราวกำลังตั้งคำถามกับชีวิตตัวเองสุดท้ายเขาก็อดไม่ไหว
“นายหญิง”
“หือ”
“เราจะไปไหนกันแน่” หนิงอันหันมายิ้มสดใส
“กลับจวน”
“จวนไหน”
“จวนอ๋องพิการ” ลั่วจิ่งเหยาชะงักฝีเท้าทันที
“หา ไปทำไม”
หนิงอันยังเดินต่อหน้าตาเฉย
“จวนอ๋องเซียวอวี้เฉินไง” เด็กหนุ่มนามลั่วจิ่งเหยามองนางเหมือนเพิ่งรู้ว่านายหญิงตัวเองเสียสติ
“ดะดะดะเดี๋ยวก่อน” เขารีบเดินตามไป
“ท่านไม่คิดบ้างหรือว่าข้าอาจมีบ้านให้กลับมีพ่อแม่ให้กลับไป”
หนิงอันเหลือบตามองเขา
“มีหรือ”
“แน่นอนสิข้าก็ต้องมีพ่อแม่พี่น้อง”
หนิงอันหัวเราะทันที
“ห้ามโกหก ข้ารู้อยู่แล้ว” นางชี้หน้าเขาอย่างคนจับผิดได้
“เจ้าตัวคนเดียว มีแค่ลูกเต๋ากับถ้วยกระเบื้องเป็นเพื่อน”
ลั่วจิ่งเหยาหน้าเจื่อน
