บทที่ 6 ซื้อมาฝากสามี
หนิงอันยังพูดต่ออย่างสบายอารมณ์
“เที่ยวเล่นพนันไปทั่ว หลอกชาวบ้านเขาไปวันๆ หาเงินเลี้ยงตัวเอง เจ้าไม่มีใคร”
“ข้าไม่ได้หลอก”
“อ๋อ ใช่สิ” นางพยักหน้า
“เรียกว่าใช้เทคนิคชั้นสูงทางคณิตศาสตร์สินะ”
ลั่วจิ่งเหยารู้สึกเหมือนถูกแทงกลางใจอย่างสุภาพ
หนิงอันหัวเราะคิกคัก
ก่อนจะหยุดเดินกะทันหันนางหันกลับมา แสงแดดตกกระทบใบหน้างามจนดวงตาคู่นั้นดูเป็นประกาย
“เอาแบบนี้”
“อะไร อีก”
“ข้าให้เจ้าไปอยู่ในจวนอ๋องกับข้า เพราะพอจะมีที่ซุกหัวนอนดีกว่าไปนอนร่วมกับพวกผีพนัน” ลั่วจิ่งเหยาขมวดคิ้ว
“ในฐานะอะไร” หนิงอันเท้าคางคิดจริงจัง
“คนใช้”
“ไม่เอา หรอก”
“บอดี้การ์ด”
“บอดี้…อะไรนะ”
“เอ่อ…” นางไอเบาๆ
“องครักษ์” ดวงตาของลั่วจิ่งเหยาเลิกขึ้นสูงทันที
“ให้ข้าเป็นองครักษ์ของท่าน”
“ใช่ ถูกต้อง”
เขามองนางตั้งแต่หัวจรดเท้า
“แต่ข้ายังไม่รู้เลยว่าท่านอยู่ในจวนอ๋องพิการในฐานะอะไร แล้วข้าไปอยู่นั่นเขาไม่ไล่ตะเพิดหรือ” หนิงอันเงียบไปหนึ่งอึดใจ
จากนั้นก็ยืดหลังตรงอย่างสง่างามเชิดคางขึ้นเล็กน้อย
ก่อนพูดออกมาชัดๆ
“ข้าอยู่ในฐานะ…ฐานะ”
ลั่วจิ่งเหยารอฟังอย่างตั้งใจ
“ชายาเอก” ลั่วจิ่งเหยากะพริบตาปริบๆ
“อะไรนะอย่างท่านนะหรือ” หนิงอันยิ้มหวาน
“ชายาเอกของอ๋องเซียวอวี้เฉิน”
ถุงหมั่นโถวในมือลั่วจิ่งเหยาหล่นพื้นทันที
“ท่านเป็นเมียอ๋องพิการผู้โหดร้าย และขึ้นชื่อว่ากบฏคนนั้นนะหรือ”
เสียงดังจนคนเดินผ่านหันมามองทั้งถนน
หนิงอันรีบกระโจนเข้ามาปิดปากเขา
“เบาหน่อยสิ จะขายข้าหรือไร”
ลั่วจิ่งเหยายังตาโตไม่หายสมองเริ่มประมวลผลช้าๆ หญิงสาวที่พนันเก่งกว่าโจร
กินเก่งกว่าแม่ทัพ เรอดังลั่นร้านอาหาร
คือ…ชายาเอกของอ๋องเซียวอวี้เฉิน
“สวรรค์…” เขาพึมพำเบาๆ
“จวนอ๋องนั้นกำลังจะลุกเป็นไฟแน่ๆ”
หนิงอันกำลังเดินอย่างอารมณ์ดี ฮัมเพลงเบาๆ
มือซ้ายหิ้วถุงเงิน มือขวาหิ้ว เป็ดย่างน้ำผึ้ง ตัวโตและไก่อบหนึ่งตัว ซาลาเปาอีกสิบลูก
เสิ่นหนิงอันยิ้มหน้าบาน
“หอมชะมัด หมอนั่นจะต้องหิวแน่ๆ เลยจะอาศัยบ้านเขาต้องดีกับเขาหน่อย”
ยกเป็ดย่างขึ้นมาสูดกลิ่นเป็ดย่างเข้าปอดอย่างมีความสุข
ก่อนจะพึมพำกับตัวเอง
“ไม่รู้คนพิการนั่นจะได้กินเนื้อดีๆ ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่”
ด้านหลังลั่วจิ่งเหยาเดินตามเงียบๆ
แต่สายตากลับจับจ้องเป็ดย่างในมือนางตลอดเวลา
“นายหญิง”
“อะไร”
“ท่านซื้อมาเยอะเกินไปแล้ว” หนิงอันหันมามองทันที
“เยอะตรงไหน” นางยกนิ้วนับอย่างจริงจัง
“เป็ดย่างหนึ่งตัว ไก่อบหนึ่งห่อ ซาลาเปาสิบลูก…”
ลั่วจิ่งเหยาถอนหายใจยาว
“นี่ท่านจะเลี้ยงคนทั้งจวนหรือ”
หนิงอันพยักหน้าอย่างภูมิใจ
“ใช่ เราต้องอาศัยชายคาเขาก็ควรดีกับเขาหน่อยในเมื่อเราหาเงินได้ด้วยตัวเอง”
ลั่วจิ่งเหยามองหนิงอันนิ่ง
ไม่แน่ใจเลยว่าเมื่อครู่ควรเชื่อดีหรือไม่
ไม่นานนัก
ทั้งสองก็มาถึง จวนอ๋องประตูไม้เก่าๆ ตั้งอยู่เงียบงันสีซีดลอก กำแพงแตกร้าว
ถ้าไม่ติดป้ายคำว่า จวนอ๋องเซียว ลั่วจิ่งเหยาคงคิดว่าเป็นเรือนร้างของผีไปแล้ว
“อ๋องอาศัยอยู่ที่แบบนี้จริงๆ หรือ”
หนิงอันถอนหายใจ
“น่าสงสารใช่ไหมล่ะ” พูดจบก็ผลักประตูเข้าไปอย่างคุ้นเคย
แล้วในจังหวะนั้นเอง กู้ฉางอันเดินออกมาพอดีขันทีหนุ่มในชุดสีเทาชะงักทันทีเมื่อเห็นนางสายตาเลื่อนลงไปมองของในมือ
เป็ดย่างน้ำผึ้งหอมกรุ่น
ห่ออาหารพะรุงพะรังจากนั้น…มุมปากของเขาก็กระตุก
“พระชายา ท่านกลับมา…” หนิงอันยิ้มกว้าง
“กลับสิ อ่อแล้วข้าก็ซื้อของกินกลับมาด้วยท่านเอาไปให้ท่านอ๋องสิ”
กู้ฉางอัน หลุบตามองพื้น
ไม่รู้ทำไมภาพหญิงสาวหอบของกินกลับมาฝากสามีมันชวนประหลาดอย่างบอกไม่ถูก
โดยเฉพาะเมื่อ สามี คนนั้นคือท่านอ๋องเซียวอวี้เฉินผู้เย็นชาและน่ากลัวที่สุดในเมืองหลวงขันทีหนุ่มพยายามกลั้นขำแทบตาย
“พระชายา…ออกไปข้างนอกเพื่อสิ่งนี้หรือขอรับ”
“แน่นอน” หนิงอันยกเป็ดย่างขึ้นอย่างภาคภูมิ
“ข้าชนะพนันได้เงินมาเยอะเลย”
“พนัน”
กู้ฉางอันชะงักแต่ก่อนจะถามต่อ สายตาก็เหลือบไปเห็นเด็กหนุ่มนามลั่วจิ่งเหยาอีกคนที่ยืนอยู่ด้านหลังหน้าตาดี ท่าทางไม่ธรรมดา
โดยเฉพาะดวงตาที่ดูเจ้าเล่ห์นิดๆ กู้ฉางอันหรี่ตาลงทันที
“แล้วหมอนี่คือใครขอรับ” ลั่วจิ่งเหยาชะงักเล็กน้อย เอนตัวหลับหนิงอันไว้ หนิงอันกลับตอบทันทีอย่างไม่ลังเล
“อ๋อ หมอนี่หรือ” นางตบบ่าลั่วจิ่งเหยาปุๆ
“องครักษ์ข้างกายข้า” กู้ฉางอันเลิกคิ้วสูง
“บิดาท่านส่งองครักษ์มาอย่างนั้นหรือ”
ลั่วจิ่งเหยายิ้มแห้งๆ กู้ฉางอันค่อยๆ หันไปมองเด็กหนุ่มนามลั่วจิ่งเหยาอีกครั้งตั้งแต่หัวจรดเท้า
“องครักษ์ อายุน้อยไปหน่อย แต่ก็ดีฝึกฝนตั้งแต่ยังเล็กๆ” ลั่วจิ่งเหยากุมขมับทันที
“เดี๋ยวก่อน ข้ายังไม่ได้ตกลงสักหน่อย”
“เจ้าพนันแพ้ข้าแล้วคนแพ้ต้องรักษาคำพูด” หนิงอันกระซิบเบาๆ
“แต่”
“อีกอย่างมีข้าวกินฟรีนะ”
นางยื่นเป็ดย่างไปดมตรงหน้าเขาลั่วจิ่งเหยาเงียบทันที
กู้ฉางอันมองภาพนั้นแล้วสุดท้ายก็หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ
ดูเหมือนหลังจากพระชายาเข้าจวนมาสถานที่เงียบเหงานี้
จะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
กลิ่นเป็ดย่างน้ำผึ้งหอมฟุ้งไปทั่วเรือนหนังเป็ดสีแดงเข้มเป็นเงาวับ
น้ำผึ้งเคลือบจนมันวาวน่ากินเสิ่นหนิงอันยิ้มอย่างภูมิใจ
“หอมใช่ไหมล่ะ”
นางยกถุงอาหารขึ้นสูงราวกับกำลังอวดสมบัติล้ำค่า
“ข้าอุตส่าห์ต่อราคากับแม่ค้าตั้งนานกว่าจะได้ราคานี้”
เสียงล้อรถเข็นดังขึ้นช้าๆ
เซียวอวี้เฉินนั่งอยู่บนรถเข็นไม้ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายยังคงไร้อารมณ์เช่นเดิม
ดวงตาคมเย็นชามองมายังนาง
ก่อนจะเลื่อนไปยังเป็ดย่างในมือ
“ข้ารู้ว่าท่านไม่อยากเห็นข้า”
“แต่ข้าซื้อเป็ดย่าง ไก่อบมาฝากท่าน…ถ้าไม่กินก็เสียของนะ โบราณว่าพบกันเพียงครั้งวาสนาสูงส่ง เป็นสามีภรรยาต้องสั่งสมวาสนาสิบชาติ”
