บทที่ 8 ดิ้นรนมีชีวิตในจวนอ๋อง
หนิงอันอมยิ้มทันทีก่อนจะหัวเราะเบาๆ
“ไม่หรอก ”
“เขาจะไม่หึงหวงท่านหรือ”หนิงอันส่ายหน้าไปมา
“เขากับข้าเราถูกบังคับให้แต่งงาน เขาไม่ชอบข้า ข้าก็ไม่ชอบเขาก้จบและอีกอย่างเจ้าก็แค่เด็กกะโปโล ผอมแห้ง”
“ท่านนี่แปลกจริงๆ อย่างไรเขาก็คือสามี บางทีเขาอาจจะแค่อยากแสดงอำนาจ”
หนิงอันยกซาลาเปาขึ้นชี้ไปด้านในเรือน
“แค่ยืน เขายังไม่กล้ายืนเลยเจ้าคิดว่าเขาจะจับเราโยนได้หรือ”
ลั่วจิ่งเหยาคิดตามจริงจังอยู่พักหนึ่งก่อนจะพยักหน้าขึ้นลงช้าๆ
“ก็จริงนะ ท่านอ๋องเซียวร่างกายพิการ ท่านแต่งกับเขาเพราะอะไร ความจริงถูกบังคับก็ไม่ควรจะกลับมานี่ท่านเข้าออกจวนอ๋องเซียวง่ายดายท่านถูกบังฃคับจริงหรือเปล่านี่”
“ ตามพล็อตอะนะ แต่ไม่ต้องห่วงข้าไม่ไปไหนหรอกตั้งใจอยู่ที่นี่แหละอย่างน้อย” หนิงอันหัวเราะคิกคักอย่างพอใจ
แต่ไม่นาน สีหน้าของลั่วจิ่งเหยาก็จริงจังขึ้นอีกครั้งเขามองรอบจวนเงียบๆ
หลังคารั่วกำแพงเก่า คนรับใช้ไม่มีแม้แต่ตะเกียงยังดูเหมือนใกล้ดับ
ลั่วจิ่งเหยาถอนหายใจเบาๆ
“แล้วท่านคิดจะอยู่แบบนี้จริงๆ หรือ”
“แบบไหน”
“แบบนี้ไง ร้างรกและไม่สมศักดิ์ศรีชายาอ๋อง”
ลั่วจิ่งเหยากางแขนชี้ไปรอบๆ
“ข้าก็เคยคิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่จะเป็นไรไปอย่างน้อยก็หลังคาคุ้มกะลาหัว ไม่ต้องตากฝน หรือทนหนาวข้างนอกเหมือนที่เจ้าเคยทำ เขาไม่ยุ่งกับเราหรอกเราก็แค่อาศัยหลับนอน”
“ท่านนี่แปลกจริงๆ ด้วย ข้าเห็นชัดๆ ว่าที่นี่มันแย่แค่ไหน”
น้ำเสียงเบาลง
“ราวกับตำหนักร้าง” หนิงอันเงียบไปเล็กน้อยลั่วจิ่งเหยามองหนิงอันนิ่งๆ
“ท่านจะต้องทนอยู่กับท่านอ๋องที่ใกล้ตายต่อไปแบบนี้จริงหรือ ท่านยังสาวยังสวย”
หนิงอันนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะยิ้มบางๆ
“ใครบอกเจ้าว่าเขาใกล้ตาย เขาไม่ใกล้ตายนะ” ลั่วจิ่งเหยาชะงัก
“หา ท่านรู้ได้อย่างไร ถึงเขาจะหน้าตาดีกว่าข้านิดหนึ่งแต่ก็เหมือนคนใกล้ตายข้าได้ยินคนเขาพูดว่าท่านอ๋องสามีท่านป่วย และหมอหลวงที่ได้รับอนุญาตให้มารักษาอาการป่วยของเขาก็พูดว่าเขาอยู่ได้อีกไม่นาน เท่ากับเขารอวันตาย”
หนิงอันหันไปมองเรือนด้านใน ดวงตาคู่งามค่อยๆ อ่อนแสงลง
“ข้าคิดว่า เขามีโอกาสหายนะ” นางพูดช้าๆ
ลั่วจิ่งเหยามองนางเหมือนฟังเรื่องเหลือเชื่อ
“จริงหรือ”
“อืม ข้าอยากจะรักษาเขาด้วยตัวเองข้าคิดว่าข้าสามรถรักษาเขาให้หายได้”ก็หนิงอันที่มองทะลุปรุโปร่งแม้กระทั่งวิธีรักษา และเชื่อว่ารักษาได้และเขาจะต้องหายหรือว่าสวรรค์ส่งหนิงอันมาเพื่อการนี้
“งั้นท่านก็รีบหาทางรักษาเขาสิ”
หนิงอันถึงกับหลุดหัวเราะทันที
“รักษาหรือข้าเข้าใกล้เขายังไม่ได้เลย”
นางชี้หน้าตัวเอง
ลั่วจิ่งเหยาเลิกคิ้วหนิงอันทำหน้ามุ่ยทันที
“สายตาเขาเหมือนพร้อมฆ่าข้าตลอดเวลา เมื่อกี้ยังปาเป็ดย่างข้าทิ้งอีกคนอะไรร้ายกาจชะมัด”
พูดถึงตรงนี้นางก็ทำหน้าเจ็บใจ ัล่วจิ่งเหยาถอนหายใจ
“สามตำลึงเชียวนะฮึข้าไม่เคยลืม เรื่องสามตำลึงของข้า”
ลั่วจิ่งเหยาอมยิ้ม
หนิงอันถอนหายใจยาวก่อนจะเอนตัวพิงเสาไม้
“อีกอย่าง…คนแบบเขาไม่ได้ป่วยแค่ร่างกายหรอก”
น้ำเสียงของนางเบาลงเล็กน้อย
ลั่วจิ่งเหยาชะงัก
“หัวใจของเขาพังก่อนขาจะพิการเสียอีก…”
พึมพำเบาๆ
เงียบกันอยู่พักหนึ่ง
ก่อนลั่วจิ่งเหยาจะเอ่ยขึ้น
“แล้วต่อจากนี้ท่านจะทำอย่างไร หนิงอันหันมามอง
“อะไรหมายถึง”
“ชีวิตในจวนนี้ อย่างไรเล่า ถ้าจะอยู่เราก็ต้องหาเงินอยู่ดี เขาคงไม่มีเบี้ยหวัดให้ท่านจับจ่ายหรอกจริงไหม”
ลั่วจิ่งเหยาถอนหายใจ
“ทั้งจน ทั้งรกร้างว่างเปล่าสินดงสินเดิมไม่ต้องพูดถึง ดีที่ไม่อดตาย”
หนิงอันหัวเราะเบาๆ
“ฟังดูน่าตื่นเต้นดีออก หาของกินไปวันๆ”
ลั่วจิ่งเหยามองนางเหมือนมองคนเสียสติ
แต่หนิงอันกลับยืดตัวขึ้นเล็กน้อย
ดวงตาเป็นประกายทันทีเมื่อพูดถึงเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิต
“เอาน่า ก่อนอื่น” นางชูนิ้วขึ้น
“ข้าต้องหาเงิน เพื่ออาหารอาหารคือสิ่งที่สำคัญที่สุด” ลั่วจิ่งเหยาพยักหน้าทันทีอันนี้เขาเชื่อเต็มร้อย
เพราะตั้งแต่มาถึงนายหญิงของเขามองทุกอย่างเป็น ของกินกับเงินไปหมดแล้ว
หนิงอันหันมาหาเขา
“ด้วยประสบการณ์ของเจ้า เจ้าคิดว่าเราควรหาเงินด้วยวิธีไหน” นางยิ้มเจ้าเล่ห์
ลั่วจิ่งเหยาเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะเบาๆ
“นั่นสินะ”
ดวงตาของเด็กหนุ่มนามลั่วจิ่งเหยาเริ่มวาวขึ้นแบบคนคุ้นเคยกับเรื่องพวกนี้ดี
“ท่านเก่งเรื่องการพนัน” หนิงอันยืดอกทันที
“แน่นอน แต่ถ้าเล่นบ่อยๆ เข้า…”
ลั่วจิ่งเหยาหรี่ตา
“สุดท้ายก็จะโดนจับโยนออกจากบ่อน” หนิงอันพยักหน้าทันที
“จริง ข้าว่าพวกนั้นเริ่มมองข้าเหมือนปีศาจแล้ว”
“และหลังจากนั้นคนก็จะไม่กล้าเดิมพันกับเราอีก”
ลั่วจิ่งเหยาหัวเราะในลำคอ
รอยยิ้มแบบนักพนันตัวจริง
“ฉะนั้น ท่านต้องเดิมพันสิ่งที่ยิ่งใหญ่ไปเลยในครั้งเดียวหาช่องทางเดิมพันด้วยวาทะสินของข้าบวกกับพรสวรรค์ของท่าน เราจะเล่นของใหญ่ ไม่เอาของที่กระจอกงอกง่อย”
