บทที่ 9 วิธีหาเงิน
หนิงอันเลิกคิ้ว
“ใหญ่แค่ไหน” ลั่วจิ่งเหยาชี้หน้าตัวเอง
“แบบที่ทำกับข้า” หนิงอันกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้
“อ้อ” พนันเอาตัวคน ลั่วจิ่งเหยาหน้าเจื่อนลงทันทีเมื่อคิดถึงเรื่องนั้น
เขา…เอาตัวเองไปพนันจริงๆ แล้วดันแพ้อีกต่างหาก
ตอนนี้เลยต้องมานั่งตากยุงอยู่ในจวนอ๋องร้างกับหญิงสาวประหลาดคนนี้
หนิงอันมองสีหน้าเขาแล้วหลุดหัวเราะ
“รู้สึกเสียใจแล้วสินะที่คิดจะพนันกับข้า”
“นิดหน่อย”
“สายไปแล้ว”
“ว่าแต่ข้าสงสัยว่าท่านทำไมทายเต่าได้แม่นขนาดนั้น”
หนิงอันยิ้มแล้วพูดเบาๆ
“อย่าบอกใครนะข้าเชื่อว่าเจ้าไว้ใจได้เลยบอกเจ้า”
“ว่ามาข้าอยากรู้จนจะกระอักเลือดอยู่แล้ว”
“ฮ่าาาข้ามีตาทิพย์”
ลั่วจิ่งเหยาถอนหายใจยาวก่อนจะเอนตัวพิงเสาไม้
“ล้อข้าเล่นสินะ แต่ก็น่าจะเป็นไปได้อยู่ ข้าคิดว่าท่านอาจแค่เดาแม่น อาศัยโชคก็เท่านั้นข้าไม่เชื่อว่าท่านมีตาทิพย์” หนิงอันยิ้ม ไม่พูดต่อ ลั่วจิ่งเหยาถอนหายใจก่อนจะพูดว่า
“แต่ถ้าจะเอาเงินจริงๆ” ดวงตาของเขาค่อยๆ วาวขึ้น
“วังหลวงกำลังจะมีงานประเมินราคาของมีค่าควรเมืองของ ของเหล่าขุนนางที่นำเอาสินทรัพย์ในบ้านออกมาอวดกัน ถึงเวลานั้นจะมีเหล่าช่างฝีมือในแขนงต่างๆ และนักประเมินราคา ร่วมกันประเมินราคาและซื้อของเหล่านี้เพื่อไปโก่งราคา เราควรจะลองไปดูดีไหมอาศัยความเป็นชายาอ๋อง ก่อนนั้นข้าอยากจะลองไป แต่ฐานะข้าไม่คู่ควรตอนนี้เป็นองครักษ์ของชายาเอกท่านอ๋องแล้ว เราอาศัยฐานะของท่านเข้าร่วมงานในครั้งนี้ดีไหม”
หนิงอันชะงักทันที
“ความสุข ของคนมีอันจะกินสินะ”
“อืม” ลั่วจิ่งเหยาพยักหน้า
“พวกเศรษฐี ขุนนาง แม้แต่องค์ชายหลายคนก็จะไปร่วมงาน เพื่อปล่อยของ อวดรวย และอาจมีคนต่างแคว้นที่ตั้งใจมาสอยของมีค่าของแคว้นเหนือของเรา”
“ของสะสมใช่ไหม”
“ขอรับส่วนมากก็จะของที่นิยมเอามาอวดกันมีบ้างบางคนที่ตั้งใจเอามาตีราคาหากได้ราคางามๆ ก็ขาย”
“นายหญิงท่านจะสามารถเรื่องนี้ ไหม”
“ก็ต้องลองดูแหละ ความจริงแล้วข้าคิดว่าตัวเองมาครั้งนี้จะเป็นหมอหญิงรักษาคนเหมือนคนอื่นๆ เขาแต่คิดไปคิดมาแล้ว ก็เอาทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมาดีไหม”
“ท่านจะไม่เล่าความลับของท่านให้ข้าฟังบ้างหรือว่าท่านจะทำอย่างไรในงานนี้” หนิงอันยิ้ม
“บอกไปได้เจ้าก็ไม่เชื่อข้านี่ บอกว่าข้ามีตาทิพย์เจ้ายังไม่เชื่อเลย ข้าว่าให้เจ้าคิดเอาเอง อยากคิดว่าข้าเป็นแบบไหนอะไรก็ตามใจเจ้าเลย”
ลู่จิ่งเหยาหันมายิ้มเจ้าเล่ห์
“ถ้าอย่างนั้นข้าก็ไม่กวนใจท่านแล้ว ถ้าท่านคิดว่าพอจะทำได้ ท่านก็ใช้ตา…เอ่อ ใช้ดวงของท่านที่นั่น และอาศัยความสามารถในการโน้มน้าวจิตใจผู้อื่นของข้าไปด้วย เราอาจรวยในคืนเดียว ซื้อของถูกไปขายในราคาแพง ตาดีได้ตาร้ายเสีย”
“แค่นั้นไม่พอเราจะต้องมองหาสิ่งที่ทำให้เราหลุดพ้นจากความจนจะต้องเป็นของอะไรที่เปลี่ยนชะตาห่วยๆ ของเราได้” ลั่วจิ่งเหยาพยักหน้า
ดวงตาค่อยๆ เป็นประกายขึ้นเรื่อยๆ เหมือนแมวเห็นปลาย่างหอมๆ ลอยอยู่ตรงหน้า
“รวย” หนิงอันพึมพำเบาๆ
“มาก” ลั่วจิ่งยากต่อประโยค
“มากแค่ไหน” ลั่วจิ่งเหยาคิดครู่หนึ่งก่อนตอบนิ่งๆ
“มากพอซื้อจวนนี้ใหม่ทั้งหลังได้หากท่านเข้าไปอยู่ตรงนั้นจะรู้ว่าคนรวยเขาคุยกันคนละภาษากับเราไม่ได้พูดถึงเงินแค่ตำลึงแต่เขาพูดถึงเงินเป็นหมื่นๆ แสนๆ ตำลึงทอง”
หนิงอันลุกขึ้นยืนทันที
“ไปกันเลย งานนั่นจัดวันไหน” ลั่วจิ่งเหยาหลุดขำทันที
เมื่อครู่ยังทำหน้าซึ้งเรื่องหัวใจท่านอ๋องอยู่เลยตอนนี้ดวงตากลายเป็นรูปตำลึงทองไปแล้ว
“อีกสามวันขอรับ”
ภายในห้องหนังสือเก่าๆ ของจวนอ๋องเงียบสนิท
เสิ่นหนิงอันนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น
รอบตัวเต็มไปด้วยม้วนตำราและหนังสือที่ถูกเปิดกองระเกะระกะ
ตำราไปด้วย ไล่สายตาไปด้วย
“อืม…”
พลิกอีกหน้า
“หยกน้ำค้างเหมันต์ ราคาพันตำลึง”ดวงตาของนางเป็นประกายทันที
“ของดีๆ”พลิกอีกหน้าอย่างรวดเร็ว
“ดอกบัวทองคำเจ็ดสี”อ่านค้างอยู่สองวินาที
“โอ้โห ราคาเท่าบ้านหนึ่งหลัง”หนิงอันแทบจะเอาหน้าซุกหนังสือด้วยความตื่นเต้น
ตอนนี้นางกำลังอ่าน ตำราของมีค่าควรเมือง
ซึ่งแอบหยิบออกมาจากห้องหนังสือของเซียวอวี้เฉิน
ตอนแรกคิดว่าจะน่าเบื่อใครจะคิดว่าจะเจอตำราเกี่ยวกับสมบัติหายากทั่วแผ่นดิน แล้วยังมีรูปวาดประกอบไปด้วย ทำให้ตื่นตาตื่นใจจริงๆ
“สามีข้านี่ก็ไม่ธรรมดาเหมือนกันนะ…”
นางพึมพำเบาๆคนปกติที่ไหนจะสะสมหนังสือแบบนี้ไว้เต็มห้อง
ขณะที่หนิงอันกำลังเปิดอ่านอย่างเมามันประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออก
“นายหญิง”ลั่วจิ่งเหยาเดินเข้ามาอย่างอารมณ์ดี
ในมือหอบผ้าพะรุงพะรังเต็มไปหมดหนิงอันเงยหน้าขึ้นทันที
“อะไร เจ้าเอาอะไรมาน่ะ”
วจิ่งเหยายิ้มกว้างก่อนโยนห่อผ้าลงตรงหน้า
“นี่คือของท่าน”
“และนี่ก็คือของท่าน”
หนิงอันรีบเปิดออกดูทันทีแล้วก็อึ้ง ชุดสีแดงเข้มปักดิ้นเงินละเอียดงดงาม เนื้อผ้าพลิ้วเบาราคาไม่ถูกแน่ๆแค่ดูก็รู้ว่าคนธรรมดาไม่มีทางซื้อไหว กับรองเท้าคู่ใหม่สะอาดสะอ้าน
