บทที่ 1 1

เสียงฝีเท้าหนักก้าวเข้ามาใกล้ราวกับปีศาจ...

เสียงนั้นก้องกังวาน...ขณะที่ร่างบนเตียงทำได้เพียงนอนอย่างไร้เรี่ยวแรง

ดวงตาอันแสนอ่อนล้าเลื่อนมองไปยังปลายเท้าของตนเอง

...มองดูบุรุษผู้นั้นก้าวขึ้นมายังตั่งเตียงอีกครั้ง...

นางที่หมดเรี่ยวแรงแลอ่อนล้าเอ่ยวาจาประชดประชัน

“ท่านคงเป็นปีศาจที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย...

...หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปข้าคงสิ้นลมคาอกท่านเป็นแน่”

เสียงหัวเราะของชายหนุ่มดังหยัน

“หากเจ้าต้องการเช่นนั้น ข้าก็จะฉุดเจ้าลงสู่นรกเอง”

ฝ่ามือหนาเข้าบีบปลายคางของนางให้มองสบกับใบหน้าของอีกฝ่าย

นัยน์ตาแดงก่ำประดุจปีศาจมองจ้องมายังนาง

จากนั้นก็ดึงรั้งนางให้ลงสู่ห้วงอเวจีอีกครั้ง!!!

ผ้าขาวและราชโองการที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าถูกพระราชทานมาจากคนที่นางมอบชีวิตและหัวใจให้ไปจนหมดสิ้น หลิวกงกงผู้นำราชโองการมองนางด้วยสีหน้าเย้ยหยัน เอ่ยด้วยน้ำเสียงดูแคลนเอ่ยให้นางเร่งรับผ้าขาว

ในมือของตนไป ดวงตาคู่นั้นมองกุ้ยเฟยผู้แสนน่าสงสาร สตรีที่เคยได้รับการโปรดปรานจากฝ่าบาท ทว่าบัดนี้กลับถูกส่งมองความตายมาให้ถึงตรงหน้า

ใครใช้ให้นางเกิดมาเป็นบุตรเสนาบดีฝ่ายซ้าย เผยเหนียงหยางแห่งแคว้นเฉินตี้กันเล่า...?

“กุ้ยเฟย พระองค์จะเลือกรับราชโองการ รับหน้าที่เป็นบรรณาการแก่ชินอ๋องแห่งแคว้นหลวนหลี หรือจะเลือกผ้าขาวปลิดชีวิตตนเองเล่า”

ใบหน้างดงามของเหนียงกุ้ยเฟยเงยมองหลิวกงกง การแต่งกับชินอ๋องนั้นก็ไม่ต่างจากการตกนรกทั้งเป็น หากให้เลือกมีชีวิตให้ผู้อื่นย่ำยีเช่นนั้น นางก็ไม่ขออยู่เป็นคน ฝ่ามืองามเลื่อนไปรับผ้าขาวตรงหน้ามาอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย

ทว่าหลิวกงกงกลับเอ่ยขึ้นมาราวกับลองใจ “พระองค์แน่ใจแล้วหรือ**?”**

นางแน่ใจ...แน่ใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ชื่อเสียงชินอ๋องหาได้ผิดแปลกไปจากปีศาจนรกไม่ ต่อให้ต้องตกตายแล้วเกิดใหม่ นางก็ไม่ขอร่วมเตียงกับเขา

นางกำนัลชิวอิ้งก้มหน้าสะอื้นไห้ มองขันทีรับผ้าขาวขึ้นแขวนยังคานด้านบน ในใจคิด หากกุ้ยเฟยจากไปแล้ว นางเองก็จะติดตามพระองค์ไปเช่นกัน

ทว่า ฝ่ามืองามของเหนียงกุ้ยเฟยกลับเอื้อมมาจับมือของนางเอาไว้ “เจ้าจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป อย่าได้คิดสั้นเป็นอันขาด”

“พระสนม แต่หม่อมฉันไม่อาจอยู่ต่อหากสิ้นพระองค์”

“เจ้าต้องอยู่ นี่คือคำสั่ง” เสียงของเหนียงกุ้ยเฟยดุดันยามเปล่งวาจาเพียงเพื่อให้นางมีชีวิตอยู่ต่อไป

ดวงตางามของกุ้ยเฟยมองไปยังผ้าขาวตรงหน้า หากนางกลับมาได้...หากนางสามารถกลับมาแก้ไขอดีตได้ นางจะไม่ขอมอบชีวิต ใจรักและภัคดีให้กับบุรุษผุ้นั้นอีก นางจะทำให้เขามาอยู่แทบเท้า ทำให้แผ่นดินเฉินตี้

ล่มสลาย ให้สตรีร้ายกาจที่อยู่บนบัลลังก์ผู้นั้นถูกไฟโลกันต์เผาไหม้ทรมานไม่รู้จบสิ้น!

ฮ่องเต้เฉินตี ฮองเฮาเหมยฟาง ชื่อท่านทั้งสองจะถูกสลักลึกอยู่ในวิญญาณของข้า จดจำไปอีกหลายสิบชาติภพ หากวันใดที่พวกเราได้พบกัน ข้าจะตอบแทนพวกท่านกับสิ่งที่มอบให้ข้าเป็นอย่างดี!

ลำคอระหงส์ของนางพาดอยู่บนผ้าขาว เสียงนางกำนัลร่ำไห้ พยายามรั้งนาง ทว่าก็กลับถูกกดลงกับพื้น ขณะที่ดวงตาคู่งามทำได้เพียงมองสาวใช้ที่ติดตามนางมาแต่เยาว์ คนที่อยู่เคียงข้างนางมาโดยตลอด

เสียงนางพยายามเอ่ย “อยู่ ต่อ ไป” ชิวอิ้งร่ำไห้ปานจะขาดใจ

มองพระสนมดิ้นทุรนทุรายขณะที่ลำคอพาดอยู่บนผ้าขาว ร่างงดงามสั่นเทา ดวงตาเหลือกลืมขึ้นมองท้องฟ้า

นางหายใจไม่ออก ทรมาน...ทรมานเหลือเกิน ความทรมานที่นางได้รับนี้ นางอยากจะให้คนพวกนั้นได้รับรู้ ความเจ็บปวดที่นางมีนี้ พวกเขาสมควรได้รับเช่นกัน ถ้าเช่นนั้นแล้วหากนางตายไปแล้วคนเหล่านั้นจะได้รับผลสนองคืนได้เช่นไร นางจะเห็นได้เช่นไรกัน

เมื่อคิดว่าไม่อยากตาย นางก็พยายามดิ้นรน ชิวอิ้งเห็นก็พยายามดิ้นจนหลุดจากขันที รีบวิ่งเข้ามาอุ้มขานางออกแรงยกร่างของนางขึ้น ทว่าอยู่ๆ นางกำนัลอีกคนก็กลับเข้ามาแล้วถีบนางเสียกระเด็น

ผ้าขาวบางที่รัดคอของนางอยู่ขาดออก ทำให้ร่างทั้งร่างที่คอพาดอยู่บนนั้นร่วงตกลงสู่พื้น เหนียงกุ้ยเฟยพยายามดึงผ้าออกเพื่อรับอากาศหายใจ

“ฮองเฮา!” ชิวอิ้งมองไปยังสตรีด้านหลัง เช่นเดียวกับกุ้ยเฟยที่

เงยหน้าขึ้นมองสตรีสูงศักดิ์ผู้นั้น

ฮองเฮาเหมยฟางมองนางด้วยสายตาเบื่อหน่าย ก่อนหันไปพูดกับหลิวกงกง “จัดการสตรีบอบบางเพียงเท่านี้เหตุใดจึงได้ชักช้านัก”

“เป็นเพราะนางกำนัลผู้นั้นและกุ้ยเฟยเกิดลังเลไม่อยากตายขึ้นมาพ่ะย่ะค่ะ”

ฮองเฮามองไปยังนางกำนัลข้างตัว “ลากไปเฆี่ยนยี่สิบไม้อย่าให้มันตายแล้วส่งไปทำงานโรงมูลขับถ่ายที่ท้ายวัง”

“ไม่!” กุ้ยเฟยพยายามดึงตัวชิวอิ้งไว้ แต่กลับไม่เป็นผล สุดท้าย

พวกนางก็ถูกจับแยกกันอยู่ดี

ฮองเฮาเหมยฟางมองไปยังผ้าขาวที่ตกกองอยู่บนพื้น ฝ่ามืองามหยิบมันขึ้นมา จากนั้นก็รัดคอคนที่อยู่บนพื้น “เจ้า!”

“น่าเบื่อหน่ายนัก! พวกเจ้าต้องถูกลงโทษ!!” ต้องให้นางลงมือด้วยตนเองเช่นนี้ช่างเสียมือนัก! คนที่ใช้เข่ากดแผ่นหลังมองกุ้ยเฟยที่เงยหน้ามองมาด้วยสายตาแค้นเคือง

           “เจ้าจะโกรธไปไย ถึงอย่างไรในชาตินี้พวกเราก็ไม่ต้องพบกัน

อีกแล้ว”

           นางใกล้หมดลมหายใจเต็มที ดวงตาเลื่อนลอยมองเห็นเงาดำยืนอยู่เบื้องหน้า นางไม่รู้ว่าคืออะไร ทว่าดวงตาคู่งามของนางก็กลับเลือกที่จะปิดลง ในใจอธิษฐานต่อเงาดำนั้น

บทถัดไป