บทที่ 2 2
“ข้าไม่ขอภพชาติใหม่ ขอเพียงกลับมาแก้ไขทุกอย่างในภพนี้ได้
แม้แลกด้วยความเจ็บปวดทรมานอีกเท่าใดข้าก็ยอม”
เงาสีดำมองไปยังสตรีงดงามตรงหน้า ชีวิตนี้นางชะตาอาภัพนัก
ถูกคนรักหักหลัง ถูกบิดามารดาทิ้งขว้างไร้การเหลียวแลเมื่อไร้ประโยชน์
ดวงตาในเงามืดทำเพียงหลับตาลง นึกชังโลกมนุษย์ที่เต็มไปด้วยกิเลสและตันหา มือยกขึ้นมาคำนวณชะตาของหญิงชะตาอาภัพตรงหน้าก่อนรอยยิ้มจะปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเขา
“เจ้าบอกว่าขอกลับมาแก้ไขทุกอย่าง แม้แลกด้วยความเจ็บปวดทรมานอีกครั้งใช่หรือไม่”
“ใช่” นางตอบคนตรงหน้าด้วยความตั้งใจและมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม
“ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บปวดเช่นไร เจ้าก็จะไม่เกี่ยงรึ?”
“ไม่เกี่ยง”
“ดี ถ้าเช่นนั้นข้าก็จะทำตามที่เจ้าปรารถนา” สิ้นเสียงเงาดำนั้นนางก็รู้สึกราวกับหมดสติไป ทุกอย่างมีเพียงสีขาวและหมอกควันที่อยู่รอบกาย
ดวงวิญญาณของกุ้ยเฟยในชุดขาวมองไปรอบกาย สายตากวาดมองหวังหาทางออกแต่ก็กลับพบแต่เพียงสีขาวและหมอกควัน มีเพียงแสงสีแดงที่ลอยอยู่ตรงหน้า
เป็นไข่มุกมังกรสีแดงเพลิงเม็ดหนึ่ง นางยกมือขึ้นไปแตะมันจากนั้นภาพ
ทุกอย่างก็ดับมืดลง
“เหนียงเหนียงเจ้าฟื้นแล้ว” ทันทีที่นางลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่มองเห็นกลับเป็นคนคนหนึ่ง นางเป็นสตรีวัยกลางคน ทว่า...นางเป็นใครกัน?
“พวกเราไม่มีเวลาแล้ว ต้องหนีเดี๋ยวนี้ไม่เช่นนั้นชินอ๋องจะตาม
มาทัน”
ชินอ๋อง! ชินอ๋องไหน แล้วทำไมต้องหนี “ฮูหยินรีบหนีเถอะ”
นางลุกขึ้นมองไปรอบ ๆ นางมองเห็นด้านนอกถูกไฟเผาไหม้เป็นจุณและเริ่มลุกลามเข้ามา ไอร้อนผ่าวกระทบกายมาเป็นระรอกขณะที่กำลังถูกพาออกไปทางด้านหลัง เสียงดังระงมจากประตูหน้าดังพอให้นางจับใจความได้ว่ามีคนกำลังพยายามกั้นเหล่าทหารที่ต้องการจะเข้ามา
ช่างน่าเศร้าที่ตัวนางไร้เรี่ยวแรงที่จะวิ่งด้วยตนเองได้ เกิดอะไรขึ้นกัน? ร่างนี้เป็นอะไรไป?
“ลูกรัก อดทนอีกหน่อย พ้นประตูจวนไปพวกเราก็จะมีรถม้า
มารับแล้ว”
นางได้แต่นึกในใจ จะหนีได้จริง ๆ หรือ แค่แรงที่จะก้าวนางก็ยังไม่มี แล้วจะประสาอะไรกับการหนีเสียงม้าเร็วที่ด้านหลังกัน?
ดวงตาของนางมองไปทางด้านหลัง พบบุรุษบนหลังม้าสวมหน้ากากสีเงินตรงเข้ามา หรือนั่นจะเป็นชินอ๋อง...ราชาปีศาจ!
ฝีเท้าคนที่หิ้วนางเร่งเร็วขึ้นยิ่งกว่าเดิม แต่ฝีเท้ามนุษย์คิดหรือว่าจะสู้ฝีเท้าม้า ไม่นานตัวของนางก็ลอย ถูกหิ้วขึ้นม้าพร้อมเสียงบุรุษปีศาจที่เอ่ยขึ้นจากทางด้านหลังด้วยเสียงแหบหยาบคาย
“ขอบใจสำหรับของบรรณาการ หากเปิ่นหวางใช้เสร็จแล้วจะส่งคืน”
นางย้อนเวลามาช่วงไหนไม่มา กลับมาตอนพบชินอ๋องพอดี ทั้งยังไม่พ้นคำว่าบรรณาการ ชีวิตช่างบัดซบสิ้นดี เขาผู้นี้เคยปล่อยให้ศัตรูมีชีวิตรอดที่ไหนกัน
เสียงหัวเราะบนฟ้าดังขึ้น “เจ้ายอมรับเองนะเหนียงไป๋”
ยอมรับบ้าบอน่ะสิ นางจะไม่ยอมให้เขาลากขึ้นเตียงเด็ดขาด!
สามปีที่นางย้อนกลับมา สามปีก่อนที่กุ้ยเฟยในชาติที่แล้วจะจบชีวิตลง เป็นช่วงที่แคว้นหลวนหลีกำลังรุ่งโรจน์ แม่ทัพแห่งแคว้นหลวนหลี
ผู้รั้งตำแหน่งชินอ๋องนำทัพบุกตีแคว้นต่าง ๆ เพื่อรวมอำนาจ ส่วนแคว้นที่นางเกิดคือแคว้นหลุนอิง ซึ่งเป็นแคว้นที่อุดมไปด้วยเหมืองแร่และทองคำที่ตั้งอยู่ทางเหนือ
ก่อนนางสิ้นใจ นางเป็นกุ้ยเฟยในกษัตริย์แห่งแคว้นเฉินตี้ หากนับ
ดูแล้ว จากการที่นางย้อนกลับมาสามปี นั่นเท่ากับว่าตอนนี้กษัตริย์เฉินตี้พระองค์นั้นยังไม่ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์เลยด้วยซ้ำ
นึก ๆ ดูแล้วแคว้นที่เรืองอำนาจในยุคนี้ มีทั้งสิ้นสี่แคว้นด้วยกัน แคว้นเฉินตี้ที่อยู่ทางใต้ แคว้นหลวนหลีที่อยู่ทางตะวันออก แคว้นหลุนอิง
ที่อยู่ทางเหนือ และแคว้นซ่งหย่าที่อยู่ทางตะวันตก
สามปีก่อนแคว้นหลวนหลียกทัพบุกตีแคว้นซ่งหย่าได้สำเร็จจากนั้นก็ยกทัพมาเพื่อตีแคว้นหลุนอิงต่อ ในกาลนั้นหลุนอิงที่ไร้กำลังต่อสู้ถูก
ปราบราบในเพียงไม่กี่ราตรี
ในกาลนั้นนางเคยได้ยินข่าวว่า สตรีทั่วแคว้นถูกจับมาเป็นของบรรณาการให้ชินอ๋องผู้เป็นแม่ทัพ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไม่เว้นวัน หนึ่ง
ในนั้นคือบุตรีของที่ปรึกษาตู่จาง เหนียงเหนียง
และที่นางได้ยินต่อมาก็คือ สตรีผู้นี้ถูกชินอ๋องทิ้งไว้กลางสนามรบปล่อยให้นางถูกเหล่าทหารย่ำยีจากนั้นศพก็ถูกทิ้งอย่างเวทนากลายเป็นอาหารอีกาและแร้งฝูงใหญ่...
ให้นางกลับมาเกิดในร่างสตรีที่กำลังจะตาย สวรรค์ท่านแกล้งข้าหรือเปล่า!
“อันว่าสตรีร้อยเล่ห์ในวังหลวงหรือจะสู้สตรีเจ้าเล่ห์เช่นเจ้า แผนการเล่ห์กลต่าง ๆ เจ้าล้วนเคยผ่านเคยพบมาหมดแล้ว เรื่องแค่นี้ข้าคิดว่าเจ้าคงฉลาดพอจะผ่านมันไปได้นะ”
เสียงใคร?
เหนียงไป๋ในร่างเหนียงเหนียงมองไปรอบ ๆ เสียงนี้ไม่ใช่ในฝันแต่มีคนกำลังพูดอยู่กับนางจริง ๆ
“ข้าอยู่นี่”
เหนียงไป๋หันมองเบื้องล่างใต้เท้าอีกครั้งก็พบสัตว์ขนปุยสีขาว
ตัวหนึ่ง “แมว”
“ใช่”
“แมวพูดได้”
“ข้าเป็นคนที่ส่งเจ้ามา”
...หือ?...
“อย่าบอกนะว่าท่าน...”
ดวงตาแมวหันมองนาง “ใช่ ข้าถูกลงโทษที่ทำให้เจ้ามาอยู่ในร่างเหนียงเหนียงบุตรีของตู่จาง”
“สมน้ำหน้า”
