บทที่ 3 3

            “หึ ข้าว่าข้าควรพูดคำนั้นมากกว่า แทนที่จะเอาเวลามาโกรธเคืองข้า สู้คิดหาวิธีให้รอดพ้นราตรีนี้ไม่ดีกว่าหรือ?”

พูดเช่นนี้แสดงว่าชีวิตในร่างนี้คงไม่พ้นคืนนี้แน่ ทำอย่างไรดี

เหนียงไป๋หันมองไปรอบ ๆ หลังจากที่เขาพานางออกจากจวน

ชินอ๋องปีศาจก็จับนางมาขังในห้องมืดในคุกใต้ดินของวังหลวง

บัดนี้ แคว้นหลุนอิงล่มสลายแล้ว ฮ่องเต้ ฮองเฮาและเหล่าสนมต่างหนีตายออกนอกเมือง ขุนนางที่ต่อต้านต่างถูกแขวนคอหน้าประตูเมือง บ้านไหนมีบุตรชายก็ถูกเกณฑ์ไปเป็นทาส บ้านไหนมีบุตรีก็ถูกจับตัวมาเป็นของรางวัลแก่ทหาร

เสียงร้องขอให้ช่วยในคุกของสตรีดังมาให้ได้ยินอยู่ตลอดเวลา

มันทำให้นางปวดหัวจนคิดไม่ออกว่าจะหาทางหนีจากปีศาจราตรีพิฆาต

ตนนี้ได้อย่างไร

ชินอ๋องผู้นี้ถูกฝึกให้จับดาบตั้งแต่อายุเพียงสามชันษา เรียนรู้การสังหารผู้คนตั้งแต่อายุได้เพียงห้าชันษา มีครั้งหนึ่งเคยถูกนำไปทิ้งกลางป่าเพื่อฝึกเอาชีวิตรอดจนทำให้ใบหน้าถูกเสือทำร้ายบาดเจ็บสาหัสเป็นรอยแผลเป็น ทำให้เขาปกปิดใบหน้านับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ได้ยินว่าใบหน้าเขาเหมือนปีศาจร้ายเช่นเดียวกับนิสัยของเขา ทั้งยังชมชอบสตรีที่อ่อนแอไร้ทางสู้

ในคำร่ำลือที่กล่าวขานกันมา นางยังได้ยินมาอีกว่าหากใครได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขา คนผู้นั้นจะไม่มีโอกาสได้หายใจอีกต่อไป

บ้าไปแล้ว นางจะสู้กับปีศาจเช่นนั้นได้อย่างไรกัน!?

ไม่มีโอกาสให้นางได้ตริตรองมากไปกว่านั้น เมื่อตอนนี้เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่เดินเข้ามากำลังเรียกความสนใจของนางไป เสียงเกราะกระทบเสียดสีไปมาทำให้สตรีที่ส่งเสียงร้องขอความเมตตาอยู่ก่อนหน้าหยุดปากแล้วหลบชิดกำแพงคุกแทบจะในทันที

คุกที่นางอยู่เป็นคุกด้านในสุด ฟังจากฝีเท้าที่เดินเข้ามาคิดว่าจุดมุ่งหมายของเขาก็คือนาง!

เพียงไม่นานร่างในชุดเกราะสีดำขลับก็มาหยุดอยู่เบื้องหน้า เสียงแหบทุ้มถูกเปล่งสั่งให้ทหารเปิดประตูจากนั้นก็ให้ลากนางออกมา

นางเบื่อที่ร่างนี้อ่อนแอไร้เรี่ยวแรง จะอ้าปากเถียงก็ยังไม่ได้ ดูเอาเถอะไอ้แมวบ้านั่นก็ดันหนีหายออกไปแล้ว ปล่อยให้นางรับชะตากรรม

คนเดียว ฝากไว้ก่อนไอ้แมวนรก

คงเพราะเห็นว่าร่างบางน่ารำคาญเขาจึงใช้มือบีบคางนางให้เงยขึ้นมามองใบหน้า ทว่าแทนที่จะเป็นดวงตาแห่งความหวาดกลัว ดวงตาคู่งามนั้นกลับปรากฏแววตาดื้อรั้นที่สบตอบกลับเขามา

...น่าสนใจ...

เหนียงไป๋พยายามสะบัดใบหน้าออกเพราะแรงมือที่ใกล้จะบีบคางนางจนแตกละเอียดนั่น แต่อย่างที่บอกว่านางไม่มีแม้แรงจะดิ้นรนจึงทำได้เพียงทำตัวเป็นซาลาเปาปล่อยให้เขาบีบเล่นจนใกล้จะแหลกคามือ

“บิดาเจ้าส่งหีบทองมาแลกตัวเจ้า”

ดวงตานางปรากฏแววยินดีขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด มองดูร่างในหน้ากากเงินตรงหน้าเอ่ยต่อ

“แต่เปิ่นหวางปฏิเสธไป สมบัติเพียงเท่านั้นหาใช่สิ่งที่เปิ่นหวางปรารถนา แต่เป็นความสุขที่จะกลืนกินตลอดเวลาต่างหาก”

บ้าไปแล้ว ไอ้อ๋องบ้ากาม!

นางอยากร้องก็ร้องไปเถอะ เพราะตอนนี้กำลังถูกแบกขึ้นบ่า หิ้วนางราวกับหมูตัวหนึ่งที่กำลังรอถูกเชือด ดวงตาของนางมองไปยังเจ้าขนฟูที่โผล่หน้าออกมาแล้ว จากนั้นก็ร้องเหมี้ยว

เจ้าแมวบ้า อย่าให้ข้ารอดไปได้นะ ข้าจะถอนขนเจ้าให้หมด!!!

ร่างบางถูกโยนลงบนเตียงแข็ง แรงเสียจนเอวแทบหัก เหนียงไป๋เงยหน้าขึ้นมองไปรอบ ๆ ในกระโจมท่านแม่ทัพมีเพียงเตาไฟและอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ ทุกอย่างล้วนเป็นสีดำสนิทเหมือนอยู่ในนรกที่รอการแผดเผาไม่มีผิด

นางหันมามองคนตรงหน้าที่เริ่มถอดเกราะ ดูเหมือนว่าเขาจะ

ไม่แม้แต่จะปลอบประโลมนางเสียด้วยซ้ำ ไม่ได้การ นางจะต้องมาพบคนแบบเขา ซึ่งเป็นบุรุษหยาบกระด้างมากตัณหาไม่ได้เด็ดขาด  ชาติภพก่อนฮ่องเต้เฉินตี้อ่อนโยนนุ่มนวลเอาใจใส่นางจนนางตกหลุมพรางของเขา

ไม่รู้ตัว มาชาติภพนี้กลับต้องมาพบกับบุรุษหยาบคายไร้เมตตา สวรรค์ช่างยุติธรรมดีแท้

เพล้ง! เสียงเกราะถูกขว้างลงพื้นทำให้นางตกใจรีบพูดด้วยเสียงกระตุกสั่น “ชินอ๋องหากท่านถอดเกราะเช่นนี้ แล้วศัตรูบุกเข้ามาท่านอาจได้รับอันตรายได้นะ”

นางรู้สึกหวังดีขึ้นมาจริง ๆ นะ ไม่ได้รู้สึกกลัวเลยสักนิด!

คนที่เพิ่งถอดเกราะออกผินใบหน้าไปยังโต๊ะด้านข้าง ฝ่ามือหยาบกร้านเอื้อมยกสุรารินลงจอกแล้วส่งให้นาง

“หม่อมฉันดื่มไม่เป็น” คนดื่มสุราเป็นน้ำเช่นนางพูดว่าดื่มไม่เป็นช่างน่าอายยิ่งนัก ว่าแล้วก็เปรี้ยวปาก

เขานิ่งถือค้างอยู่เช่นนั้นครู่หนึ่ง จากนั้นก็ เพล้ง! จอกชาถูกปาลงพื้น ส่วนร่างสูงใหญ่นั้นก็ยกเหล้าขึ้นดื่ม อย่าเรียกว่าดื่มเลย เรียกว่ากรอกปากมากกว่า เหนียงไป๋มองเขาที่เทสุราใส่ปาก จากนั้นก็อีกครั้ง เพล้ง!

ไหสุราถูกปาลงกับพื้นจนแตกกระจาย

ชายผู้นี้รู้จักคำว่าวางเป็นไหม อะไร ๆ ก็เอาทิ้งลงพื้นอย่างเดียว 

“เอาเหล้ามาอีก”

“พ่ะย่ะค่ะ”

เสียงตอบรับที่ดังมาจากนอกกระโจมทำให้นางเห็นว่าตรงหน้ากระโจมมีทหารสองนายเฝ้าประตูอยู่ เมื่อรับคำสั่งแล้วอีกฝ่ายก็แบกไหสุราเข้ามาอีกสองไห เห็นเช่นนี้แล้วเหนียงไป๋ก็อดที่จะคิดค่อนขอดในใจไม่ได้

คิดจะดื่มจนสำลักตายเลยใช่ไหม

“หากท่านอ๋องอยากดื่มสุราหม่อมฉันก็จะปรนนิบัติพระองค์”

บุรุษหน้ากากเงินนั่งลงเมื่อนางพูดจบ มองสตรีที่ลุกขึ้นมาจากเตียงด้วยความยากลำบาก ดวงตาคมกริบมองไปยังขาเรียวที่ปรากฏออกมานอกเสื้อกระโปรงที่ฉีกขาดเพราะฝีมือเขาก่อนหน้า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป